ขอโทษ

    รอบคอบ...น่าจะเป็นคำที่ติดอยู่ในใจของผมตลอดชีวิต          

    ขอโทษจะเป็นคำที่แสดงความรับผิดชอบและดีที่สุดในขณะนั้น

.....จากเหตุการณ์ในปี 2526  ในชั้นป.4 ชั่วโมงภาษาไทยที่ยังใช้หนังสืออ่านประกอบการเรียนเป็นตัวแทนการเรียน  "นักเรียนหยิบหนังสือภาษาไทยขึ้นมาซิ "  "หนังสือภาษาไทยนะ  เร็ว ๆ ด้วย"  เป็นคำสั่งของผม  นักเรียนทุกคนหันตัวรีบหยิบหนังสือภาษาไทยขึ้นมา  "เปิดหน้าสิบแปด" เป็นคำสั่งของผม  นักเรียนทุกคนขยับเปิดหนังสือ  สายตาที่ดุดัน กับเสียงพูดสั่งที่ดังทำให้นักเรียนรีบยกบ้างวางหนังสือบ้าง เปิดหาหน้าสิบแปดที่ต้องการ  สายตาผมกวาดไปทุกโต็ะ ดูว่าใครยังไม่ทำตามอีก  เอะ สุนทรยังอ่านหนังสือดาราอยู่เลย  ดูซิยกหนังสือตั้งอ่านอย่างไม่ยอมวาง  ผมปรี่เข้าไปหา  พร้อมฝ่ามือตีที่ไหล่ของสุนทรอย่างแรง  ทำให้หนังสือหลุดจากมือหล่นจากโต๊ะ หงายเปิดอ้าให้เห็นตัวหนังสือพร้อมภาพวรรณคดีสังข์ทอง  อ้าวนี่มันหนังสือภาษาไทยจริง ๆ นี่  ผมก้มลงเก็บหนังสือขึ้นดู  หนังสือภาษาไทยจริง ๆ นั้นแหละมันหอปกด้วยหนังสือดาราที่เรียบร้อย  ผมหันมองหน้าสุนทร น้ำที่เอ่อล้นไหลออกจากตา ไม่มีเสียร้องไห้ออกมาจากปากของสุนทรเลย...ผมรู้สึกชาไปทั้งตัว  ผมพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเอง  ผมยืนนิ่งอยู่นานพอควร  สายตานักเรียนในห้องจ้องมาที่ผม...  ไม่นานกับความลังเลในความถูกต้อง  ผมวางหนังสือเปิดหน้าสิบแปดให้สุนทรพร้อมกล่าวคำ "ครูขอโทษ"  ผมเดินกลับมาหน้าชั้นอีกครั้ง  ผมบอกนักเรียนทุกคนว่าครูเข้าใจผิดคิดว่าสุนทรอ่านหนังสือดารา  ครูทำไม่ถูกที่เห็นแค่ปก  ผมหันหน้าไปทางสุนทร  ผมพูด.. "ครูขอโทษ  ครูจะรอบคอบให้มากกว่านี้" คงไม่ผิดที่เราทำผิด แล้วขอโทษแม้แต่ผู้นั้นจะเป็นเด็ก หรือผู้ที่ด้อยกว่า...