หลังจากส่งบันทึกในgotoknow เมื่อปลายปีที่แล้ว ก้หายเข้ากลีบเมฆ ก้ด้วยเพราะภาระงานมากมาย คราวนี้กลับมาพร้อมสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตัวเดียว อันเดียว ไม่เกี่ยวกับใครและไม่เหมือนใคร เพราะคุณไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนคุณ จะมาไปเราไม่ต้องไปหาสิ่งมหัศจรรย์ที่ไหนเลย ก้มดูหรือไม่ก็ไปยืนหนากระจก ก็จะพบสิ่งมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ ที่ไม่มีที่ไหนเหมือนอีกแล้ว ดังนั้นจงภูมิใจกับสิ่งที่เราเป็นที่เรามี แต่หากมีอะไรที่มันเกินพอดีหรืมากเกินไปมันก็ไม่ดี ต้องสร้างดุลยภาพของบุคลิกภาพ บันทึกฉบับนี้เลยถือโอกาสเล่าเรื่องบุคลิกภาพ ที่คุณไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนคุณ
จะว่าไป เรื่องการรับรู้เรื่องราวต่างๆของคนเรานั้นมีความแตกต่างหลากหลาย บันทึกเรื่องเดียวกันอ่าน สิบคน อาจจะรับรู้หรือถอดรหัสของสารที่ผู้รับสารส่งไปได้ตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง หรือครั้งอาจะรับสารไปกันคนละทิศละทางก็เป็นได้ ????? ปัจจัยที่ทำให้คนเรารับรู้ ข้อมูล ข่าวสารต่างกันนั้น หากจะพิจารณาจากความหมายของ การรับรู้ ซึ่งนักจิตวิทยาได้ให้นิยามไว้ว่า “ การแปลความหมายสิ่งเร้าที่มาปะทะกับอินทรีย์ในขณะนั้น เป็นกระบวนการทางจิตใจ ซึ่งเลือกรับสิ่งเร้าภายนอกขณะนั้น แล้วแปรเป็นกระแสประสาทเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางถึงสมอง สมองทำการผสมผสานระหว่างสิ่งเร้าใหม่ในขณะนั้นกับประสบการณ์เดิมที่อยู่ในความทรงจำเพื่อแปลความหมายสิ่งเร้าปัจจุบัน”
แหม.....แหม....วิชาการจ๋าเชียวไอ้น้องคนข้างหลัง(แอบแซวตัวเองก้ได้ด้วยนะนี่))))นะนะ))))))
นอกจากนี้แล้วประสบการณ์เดิมของผู้รับรู้ ความต้องการทางร่างกาย ทางสังคมชักนำการรับรู้ให้ดี
ขึ้น เช่น กำลังเศร้า หิว โมโห อารมณ์ประมาณอินเลิฟ อิทธิพลหรือกระแสของสังคม ความตั้งใจ ดู ตั้งใจฟังแบบตั้งใจ ไม่ตั้งใจ อ่าน และ ลักษณะเด่นหรือคุณค่าของสิ่งเร้า เรียกร้องให้มีการรับรู้ได้ดีกว่าสิ่งธรรมดา รวมทั้ง เจตคติ มีเจตคติที่ดีต่อสิ่งใดจะรับรู้สิ่งนั้นได้ดี รวมทั้ง การเป็นคนหัวอกเดียวกัน ก็ย่อมจะมีผลต่อการรับรู้ของแต่ละคน
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เลยนึกถึงวันที่ได้รับโอกาสจากวิทยาลัยชุมชนสุราษฎร์ธานีไปถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์การทำงานในหัวข้อ เรื่องจิตวิทยาในการทำงาน ซึ่งในครั้งนั้นได้พูดถึงเรื่อง คน ในที่ทำงาน ซึ่งมีคุณลักษณะประจำตัวที่แตกต่างกัน ก็เลยหยิบมาเขียนร่วมแชร์ให้อ่านกันอีกสักเรื่อง และขอตั้งชื่อเรื่องว่าคุณไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนคุณ
จะว่าไปหากจะแบ่งคุณลักษณะเด่นของ คน ในที่ทำงานก็พอจะแบ่งได้ 4 ลักษณะ ดังนี้
1. คนร่าเริง
โดยมีลักษณะเด่น ที่เป็นคน ร่าเริง บุคลิกดึงดูด พูดเก่ง และเล่าเรื่องได้เป็นฉากๆ (ช้างฉุดก็ไม่อยู่) มักเป็นดาวประจำงานเลี้ยง เข้าอกเข้าใจผู้ฟัง แสดงออกบนเวทีได้ดี กระตือรือร้นและชอบแสดงออก ทำเป็นชอบเบิกตากว้างและไร้เดียงสา(แอ๊บแบ้ว) อยากรู้อยากเห็น เหมือนเด็ก มักรับขันอาสาทำโน่นทำนี่ สร้างสีสันและมีความคิดสร้างสรรค์ จูงใจคนรอบข้าง และมีเสน่ห์ เข้ากับคนได้ง่าย ท่าทางตื่นเต้น
2. คุณนายระเบียบรัตน์
จะเป็นประมาณ คนเจ้าระเบียบ คิดมากและช่างวิเคราะห์ เอาจริงเอาจังและมีเป้าหมาย เฉียบแหลม ฉลาดเป็นกรด เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ และสิ่งที่ทำให้คนที่มีลักษณะเด่นแบบนี้นั้น เห็นทีต้องขอบคุณ อริสโตเติล ที่ได้กล่าวไว้ว่า “คนฉลาดทุกคนมีพื้นฐานทางอารมณ์เป็นคนเจ้าระเบียบ” ชอบจัดทำรายการสิ่งที่ต้องทำ วาดแผนภูมิและมีตัวเลขสถิติอ้างอิง เก็บทุกรายละเอียด เป็นระเบียบและตามขั้นตอน เนี้ยบและเรียบร้อย สมบูรณ์แบบมาตรฐานสูง ประหยัด หาคนรู้ใจในอุดมคติ
3. ประเภทขอไม่ยอม
คนไม่ยอมใคร มักจะทำงานรวดเร็ว ชอบการควบคุม ครอบงำ (ผู้อื่น) มักทำตัวเป็นผู้บัญชาการ มั่นใจในตัวเอง มุ่งมั่นสูง รับผิดชอบ ตัดสินใจ ออกคำสั่ง ทุ่มสุดตัว สุดขั้ว มีทิศทาง มี พลัง อำนาจ เป็นพวกสมบูรณ์แบบ ทำทุกอย่างทุกเรื่องอย่าง มีระเบียบแบบแผน แต่ชอบกระจายงานประมาณว่าหากมีงานเข้ามาสักเรื่อง จะต้องเอามาขึ้นตาชั่งวัด กันเลยทีเดียว แบบว่าแบ่งเท่าๆกันเพื่อความยุติธรรม ชอบเอาชนะการแข่งขัน ไม่ค่อยมีเพื่อนมาก มักจะเป็นฝ่ายถูกเสมอๆแต่ก็สามารถ จัดการสถานการณ์เร่งด่วนได้ยอดเยี่ยม แบบว่างานด่วนไม่กลัว กลัวไม่เสมอภาค
4. แบบเบิร์ด เบิร์ด (สบาย สบาย อะไรก็ได้)
หากอยู่ใกล้กับคนลักษณะแบบนี้รับรองว่าจะรู้สึก ผ่อนคลายกับคนประเภทอะไรก็ได้ และพี่แกจะประมาณว่า สารพันประโยชน์ ใช้ได้ทุกเรื่อง แต่ขออย่างเดียว อย่าให้เสนอหน้า เพราะไม่ชอบมีบทบาทเด่น เป็นคนง่ายๆอะไรก็ได้ สงบเยือกเย็น(....อารมณ์ประมาณแม่ชี...)และสำรวม อดทนและมีมาด มีความสามารถในการจัดการ ไกล่เกลี่ยปัญหา เข้ากับคนอื่นได้ง่าย มีเพื่อนมากและ เป็นผู้ฟังที่ดี
จากคุณลักษณะที่ว่ามาทั้งหมดนี้หากมีอยู่ในตัวเรามากเกินไปก็ไม่ดี มีน้อยเกินไปก็ไม่พอ
บันทึกฉบับหน้าจะมาว่ากันต่อ เรื่อง บุคลิกภาพที่พอดี พอเพียงต่อการสร้าง ความสมดุลในชีวิต ที่คุณเองก็ทำได้
ปุจฉา: สุข ขา อยู่หนนใด
วิสัชชนา: ก็อยู่ที่เราเข้าใจตนเอง ยอมรับตนเอง ก่อนทำความเข้าใจคนอื่น
บางวัน มี สี่แบบอยู่ในร่างเดียว
sarah ขอบคุณมากคะที่เข้ามาทักทาย ในหนึ่งวันมีสี่แบบ แล้วมีแบบไหนมากที่สุด เราก้มีบุคลิกาพแบบนั้นคะ อย่าลืมตามต่อนะคะ
นายประจักษ์ ขอบคุณมากคะที่เป็นกำลังใจให้กัน อย่าลืมตามเป็นกำลังใจเรื่อยๆนะคะ