ชุมชนมหาวิทยาลัยเป็นชุมชนของผู้มีความคิดเป็นของตนเอง และรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ดังกรณีการปรับปรุงภูมิทัศน์ของมาวิทยาลัยมหิดลศาลายา ที่ นศ. กลุ่มหนึ่งเสนอข้อคิดเห็น และรองอธิการบดีผู้รับผิดชอบได้มีหนังสือต่อกันดังนี้
กลุ่มนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
๒๗๒ ถ. พระราม ๖ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. ๑๐๔๐๐
วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑
เรื่อง ขอเสนอความคิดเห็นต่อนโยบายปรับปรุงผังแม่บทมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา
เรียน รองอธิการบดีฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม (รศ.ดร. อนุชาติ พวงสำลี)
สิ่งที่แนบมาด้วย เอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย
สืบเนื่องจากมหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายปรับปรุงผังแม่บทมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายาให้เป็นมหาวิทยาลัยเมืองในฝันตามแนวทาง Promise Place to Live and Learn Together with Nature ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีและน่าสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากการจัดระบบจราจรและการจัดการสุนัขจรจัดภายในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ได้ปฏิบัติกันบ้างแล้วในบางมหาวิทยาลัยของไทย เช่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒน์ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในหลายองค์ประกอบของ Green University ขณะที่ประเด็นเรื่องการจัดภูมิทัศน์ภายในมหาวิทยาลัยกลับเป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญน้อย และขาดการปฏิบัติที่สอดคล้องกับแนวคิด Green University อย่างแท้จริง ในฐานะที่นักศึกษาปริญญาโทและเอกกลุ่มนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมคนมหิดลที่ผูกพันกับศาลายานับตั้งแต่การเรียนปริญญาตรีจนถึงระดับบัณฑิตศึกษา นักศึกษากลุ่มนิเวศวิทยาฯ ใคร่ขอฝากความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวดังต่อไปนี้
๑. การจัดการภูมิทัศน์ที่เอื้อต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
แนวคิดการคงพื้นที่สีเขียวไว้ในสัดส่วน ๗๐% ของพื้นที่ทั้งหมดเป็นเรื่องดี อย่างไรก็ตามพื้นที่สีเขียวดังกล่าวไม่ควรจำกัดความอยู่เพียงแค่การปูหญ้าและปลูกต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและความสวยงามเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงบทบาทของพื้นที่สีเขียวในเชิงนิเวศวิทยาด้วย นั่นคือการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ เช่นนก ซึ่งในอดีตมีการพบนกหลากชนิดจำนวนมากภายในพื้นที่วิทยาเขตศาลายา ทั้งนกอพยพ นกน้ำ นกทุ่งและนกที่พบเห็นได้บ่อยในเมือง ซึ่งความหลากหลายของนกในวิทยาเขตนั้นเกิดจากการที่วิทยาเขตมีลักษณะที่อยู่อาศัยของนกที่ต่างกันไป เช่น ทุ่งหญ้าตามธรรมชาติ สระน้ำที่มีพืชน้ำขึ้นตามริมตลิ่งและบนผิวน้ำ สวนสมุนไพรและสวนขนาดกลางและขนาดเล็กต่างๆ ที่มีการปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดทั้งไม้ใหญ่และไม้พุ่ม ตลอดจนบริเวณโดยรอบอาคารเรียนและที่พักอาศัย สำหรับนักดูนกทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นของมหาวิทยาลัยนั้น ศาลายาจัดเป็นสถานที่หนึ่งที่เหมาะกับการดูนกมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าความหลากหลายของนกดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะลดลงจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภายในวิทยาเขตตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยนกไม่ได้ถูกพิจารณาในการจัดการภูมิทัศน์ของศาลายาเท่าที่ควร
๒. การจัดการและฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติภายในมหาวิทยาลัย
ปัจจุบันวิทยาเขตศาลายายังคงมีลักษณะของพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติหลงเหลืออยู่ ๒ แห่ง คือบริเวณตอนเหนือของสถาบันอณูชีววิทยาฯ และบริเวณตอนใต้ของสวนสมุนไพร จากการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศวิทยาของพื้นที่ชุ่มน้ำทั้ง ๒ แห่ง พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และเอื้อต่อความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์หลายชนิด เช่น นกน้ำ นกทุ่ง ผีเสื้อ แมลงปอ หิ่งห้อย กบ เต่า ตัวเหี้ย ฯลฯ โดยเฉพาะตัวเหี้ยซึ่งเป็นสัตว์ที่พบมากในมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันนักศึกษาและคนส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยก็ให้ความสนใจและมีทัศนคติที่เป็นบวกไม่เหมือนกับทัศนคติของคนในอดีต ดังเช่น บริเวณข้างร้านก๋วยเตี๋ยวแม่ที่มีโอกาสพบเห็นตัวเหี้ยได้บ่อยจนมีการทำป้ายอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็น Komodo Open Zoo จะเห็นได้ว่าพื้นที่ชุ่มน้ำภายในวิทยาเขตทำหน้าที่เป็นแหล่งพักอาศัยที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำในที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง ซึ่งนับวันจะถูกทำลายลงจากการจัดการพื้นที่โดยขาดการบูรณาการความรู้ทางนิเวศวิทยาของพื้นที่ชุ่มน้ำ หากมหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศดังกล่าว และทำการจัดการและฟื้นฟูโดยบูรณาการองค์ความรู้ทางนิเวศวิทยาของพื้นที่ชุ่มน้ำ มหาวิทยาลัยจะเป็นต้นแบบของสถานศึกษาในที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างที่สามารถอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติซึ่งเป็นระบบนิเวศดั้งเดิมของวิทยาเขตศาลายาเอาไว้ได้
๓. บุคลิกของมหาวิทยาลัยมีผลต่อบุคลิกของพลเมืองของประเทศ
เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งบ่มเพาะพลเมืองของประเทศ หากมหาวิทยาลัยมีบุคลิกอย่างไร ก็จะบ่มเพาะพลเมืองที่มีบุคลิกอย่างนั้น ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมหิดลควรเป็นแหล่งบ่มเพาะพลเมืองคุณภาพที่นอกจากจะมีความเชี่ยวชาญตามสาขาอาชีพของตนแล้ว ยังต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ตัวอย่างการจัดการพื้นที่สีเขียวให้เหมาะสมกับระบบนิเวศของพื้นที่เดิมของมหาวิทยาลัยจะมีผลต่อบุคลิกของคนในองค์กร ดังเช่น โครงการพฤกษาดุริยางค์ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ซึ่งมีแนวคิดและปรัชญาว่า “ต้นไม้หนึ่งต้นเปรียบเสมือนครูที่สำคัญหนึ่งคน ป่าไม้ประดุจมหาวิทยาลัย” โดยมีการปลูกต้นไม้ของไทยหลากหลายสายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ที่นำมาทำเครื่องดนตรี ขณะเดียวกันก็เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้นักเรียน นักศึกษา และสังคมได้เรียนรู้ด้วย โดยความจริงแล้วระบบนิเวศดั้งเดิมและที่มีการปรับปรุงจะเป็นครูและอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะจะสอนสิ่งที่เป็นจริงของประเทศ เป็นประสบการณ์ที่ซึมซับ เป็นการเรียนการสอนที่ใช้สถานการณ์ตามความเป็นจริงเป็นครู
การจัดการพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยตามแนวคิดที่กล่าวมาข้างต้นไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อยู่ร่วมกับประชาคมมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อมหาวิทยาลัยในแง่ของการเรียนการสอนและการวิจัย การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศภายในมหาวิทยาลัยเพื่อการเรียนการสอนได้มีการดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวิทยาเขตศาลายาได้ถูกยกเป็นตัวอย่างหนึ่งในการสอนเรื่องนิเวศวิทยาชุมชนในวิชาชีววิทยาสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ รวมทั้งเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับปฏิบัติการนิเวศวิทยาของนักศึกษาชีววิทยาชั้นปีที่ ๓ คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบว่านอกจากนักศึกษาจะได้เรียนรู้หลักการทางนิเวศวิทยาผ่านระบบนิเวศที่หลากหลายภายในมหาวิทยาลัยแล้ว นักศึกษายังเกิดความตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศต่างๆ ในวิทยาเขตมากขึ้น นอกจากนี้ความหลากหลายทางชีวภาพของวิทยาเขตยังเอื้อต่อการศึกษาวิจัยทั้งในระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา หรือแม้แต่งานวิจัยของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยอีกด้วย ดังที่ปฏิบัติกันในมหาวิทยาลัยเลื่องชื่อและเก่าแก่ของโลก เช่น มหาวิทยาลัย Oxford ได้รักษาพื้นที่ป่าสงวนไว้ให้พรรณพืชสีเขียวได้เจริญตามธรรมชาติ จนมีสัตว์หลากหลายชนิดเข้ามาอยู่ ทำให้เกิดงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาออกมาอย่างต่อเนื่อง หรือมหาวิทยาลัย Macquarie แห่งออสเตรเลีย ที่มีการจัดการมหาวิทยาลัยโดยให้ความสำคัญกับพืชท้องถิ่นที่พบภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่การค้นพบเห็ดชนิดใหม่ภายใน Imperial College, London ที่ถูกจัดให้เป็น ๑ ใน ๑๐ การค้นพบที่น่าสนใจของโลกในปีนี้ ก็เป็นตัวอย่างของความท้าทายในการให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพภายในมหาวิทยาลัยเช่นกัน ซึ่งจากการที่ได้มีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับปริญญาเอกเรื่อง Place-based wetland exercises for undergraduate biology students at Mahidol University, Thailand ในงานประชุม The Asian Wetland Symposium 2008 ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๕ มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ประเทศเวียดนามนั้น มหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้รับการชื่นชมจากผู้เข้าร่วมประชุมว่าน่าจะเป็นตัวอย่างของสถานศึกษาที่สามารถอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาดได้ ทั้งนี้ข้อมูลบางส่วนที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัยสามารถหาได้จากเอกสารอ้างอิงที่แนบมาในจดหมายนี้
นักศึกษาปริญญาโทและเอกกลุ่มนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล เชื่อมั่นว่ากระบวนการมีส่วนร่วมที่มหาวิทยาลัยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาคมมหาวิทยาลัยมหิดล จะนำไปสู่การคิดร่วมกันทำร่วมกันเพื่อปรับปรุงพื้นที่ภายในวิทยาเขตศาลายา ที่ทุกชีวิตในธรรมชาติและประชาคมมหาวิทยาลัยเกาะเกี่ยวกันเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เป็นที่ผลิตมันสมองของประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เห็นทั้งธรรมชาติและมนุษย์อย่างกลมกลืน สมตามปณิธานของมหาวิทยาลัยและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศคือมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแท้จริง
ขอแสดงความเคารพอย่างสูง
นักศึกษาปริญญาโทและเอกกลุ่มนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
เอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย
ประหยัด โภคฐิติยุกต์ และ สมโภชน์ ศรีโกสามาตร. 2551. นิเวศวิทยาชุมชน. ใน มาลียา เครือตราชู ประณีต ดำรงผล และประหยัด โภคฐิติยุกต์ (บรรณาธิการ). ชีววิทยา 1. ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, กรุงเทพฯ
Round, P. 2008. The birds of the Bangkok area. White Lotus Press, Bangkok. 226 pp.
Brockelman, W.Y., Srikosamatara, S., Round, P.D., and Poonsawad, P. 1993. Seasonal and habitat
distribution of birds in the Central Plain: A survey at Salaya, Nakhon Pathom, Thailand. Nat. Hist. Bull. Siam Soc. 41: 1-22.
Dober, R.P. 2000. Campus landscape: functions, forms, features. John Wiley & Sons, New York.
Keniry, J. 1995. Ecodemia: campus environmental stewardship at the turn of the 21st century, Lessons in smart management from administrators, staff, and students. National Wildlife Federation,
Washington, DC.
Sukhontapatipak, C. in prep. Wetland ecology at Salaya Campus and its potentials for improving
ecological literacy. Ph.D. thesis. Mahidol University, Bangkok.
Sukhontapatipak, C. and Srikosamatara, S. 2008. Place-based wetland exercises for undergraduate
biology students at Mahidol University, Thailand. Paper presented in The Asian Wetland Symposium 2008. June 22-25. International Convention Centre, Hanoi.
ตัวอย่าง Websites
- Sustainability at Macquarie University: Campus management; http://www.mq.edu.au/sustainability/campus/campusOperations.htm
- Macquarie University’s Biodiversity Action Plan; http://www.mq.edu.au/sustainability/docs/Biodiversity%20Action%20Plan%20Framework%20v5.pdf
- University of Florida Natural Area Teaching Laboratory; http://natl.ifas.ufl.edu/
- UCSC Campus Natural Reserve; http://ucreserve.ucsc.edu/UCSCCNR/default.html
- (UC Davis) Reserved for Education: Campus wildlands emerge from shadows with new leadership, funding; http://www.dateline.ucdavis.edu/dl_detail.lasso?id=7100
- University of California, Merced 2006 Campus Sustainability Achievement Award Application; http://www.aashe.org/resources/profiles/ucmerced2006.php
- The University of Warwick: nurturing the natural environment; http://www2.warwick.ac.uk/about/community/environment/campus/
- Forest of Oxford; http://www.townsinbritain.co.uk/oxfordsire/forestofoxford.html
- The University of Newcastle, Australia: Bushland Campus; http://newcastle.edu.au/internationalstudents/01university/bushland-campus.html
- New fun guy on campus?; http://www.species.asu.edu/2008_species07.php
สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม
๑๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๑
เรื่อง ขอบคุณมากและตอบข้อเสนอแนะ
เรียน กลุ่มนักศึกษานิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณในข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์และความปรารถนาดีที่มีต่อการปรับปรุงศาลายา ที่ผมมีส่วนรับผิดชอบอยู่ในขณะนี้ ผมขอขอบคุณและมีความภูมิใจที่เห็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยตระหนักถึงปัญหาและอยากมีส่วนร่วมกันพัฒนามหาวิทยาลัยของเรา ให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่และสร้างเสริมสุขภาวะครับ ผมขออนุญาตที่จะเรียนชี้แจงถึงความเป็นมาและแนวคิดในการดำเนินการตามนโยบายและแนวทางในปัจจุบันดังนี้นะครับ
ความเป็นมา
๑. ที่มาของการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ของศาลายานั้น เกิดจากความต้องการของคนในประชาคมที่ต่างเล็งเห็นว่ามหาวิทยาลัยของเรามีสภาพที่รกร้าง หลายพื้นที่ขาดการดูแลบำรุงรักษาอย่างที่พึงจะเป็น ไม่น่าอยู่ ก่อให้เกิดอันตรายจากสัตว์มีพิษ และเหตุรำคาญในหลายๆ ส่วน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่การศึกษาด้านในที่ถูกปล่อยปะละเลยมาเป็นเวลายาวนาน การเข้าถึงและใช้พื้นที่เพื่อการพักผ่อนมีข้อจำกัดมาก เช่นกรณีสวนเจ้าฟ้า ที่เคยสวยงาม ก็รกร้าง ต้นไม้ใหญ่ ต้นหญ้าขาดการดูแลรักษา นักศึกษาและบุคลากรเข้าใช้พื้นที่ไม่ได้ บริเวณรอบอาคารเรียนรวม หน้าสำนักหอสมุด มีความรกร้างไม่น่าดูงามตา คูคลองรอบๆ มหาวิทยาลัยขาดการบำรุงรักษาและขุดลอกตามที่ควรจะเป็น ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขัง น้ำเน่าเสียอยู่ตลอดเวลา เวลาฝนตกน้ำจะท่วมอย่างรวดเร็ว ต้องใช้การสูบออกเป็นเวลาครั้งละหลายชั่วโมง สภาพปัญหาเหล่านี้ทำให้มหาวิทยาลัยของเราได้รับคำต่อว่าเนืองๆ จนกล่าวกันว่านักศึกษาไม่อยากเลือกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยของเราเพราะสภาพแวดล้อมไม่น่าอยู่ เป็นอันตราย (ซึ่งในที่นี้ รวมถึง สิ่งอำนวยควาสะดวกอื่นๆ ด้วยครับ)
๒. เมื่อหลายปีก่อน ผมเองได้เคยอาสาร่วมกับเจ้าหน้าที่กองแผนงานและคณาจารย์หลายท่าน เช่น อาจารย์คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยาการศาสตร์ Dr.Warren Brockleman ในการศึกษาค้นหาพื้นที่เชิงอนุรักษ์ของมหาวิทยาลัย และได้จัดทำเป็นข้อเสนอเพื่อการกำหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์ขึ้นหลายพื้นที่ (Conservation Zone) โดยให้มีการเข้าไปพัฒนาเปิดพื้นที่ให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ตามการคงพื้นที่อนุรักษ์ดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นเพราะยังไม่สามารถทำให้ระดับนโยบายและคนในประชาคมของเราเห็นความสำคัญเพียงพอที่จะคงพื้นที่เหล่านี้ไว้ได้เท่าที่ควร การพัฒนาในด้านอาคารสถานที่ต่างๆ ได้ทำให้พื้นที่เชิงอนุรักษ์ลดลงอย่างน่าเสียดาย การพัฒนาสิ่งปลูกสร้างกระจายตัวออกอย่างไม่เป็นระบบ ไม่สามารถเกาะกลุ่มเชื่อมโยงกันอย่างดี และรักษาพื้นที่ที่ควรรักษาไว้ได้ดีที่ควร นอกจากนี้ยังมีปัญหาตามมาในด้านการเชื่อมโยงทางสังคมเพราะชุมชนนักศึกษาและบุคลากรถูกกระจายออกไปตามอาคารของคณะ/สถาบันต่างๆ ขาดการมีปฏิสัมพันธ์กันที่ดี ต่างคนต่างอยู่ แย่งใช้ทรัพยากรมากกว่าร่วมใช้ทรัพยากรร่วมกัน ขาดความเป็นชุมชนทางวิชาการที่ดี
๓. ระบบนิเวศในหลายพื้นที่ ทั้งที่โดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจขาดความสมดุลอย่างน่าเสียดาย ศาลายาเคยขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญของประเทศ เพราะเรามีนกหลากหลายชนิด ความสมดุลที่สูญเสียนี้สะท้อนได้จากการที่เรามีประชากรสัตว์ที่ขาดสมดุล และขากความสมดุลระหว่างสิ่งก่อสร้างและพื้นที่ทางธรรมชาติ ปัจจุบันศาลายามีปัญหาการแพร่ระบาดของหนู ที่ไปกัดกินสายไฟ สายเคเบิ้ลต่างๆ ยุงชุกชุมมาก ประชากรนกพิราบมีมากจนไปทำลายอาคาร สร้างความสกปรกตามอาคารต่างๆ จนยากที่จะแก้ไข ก่อให้เกิดความเสียงต่อการเกิดโรคระบาด ประชากรเหี้ยเพิ่มมากขึ้นจนไปทำลายสัตว์น้ำอื่นๆ จนขาดความหลากหลายอย่างน่าเสียดาย เต่า ปลา และสัตว์น้ำหลายชนิดต้องสูญพันธุ์เพราะตัวเหี้ยเป็นผู้ล่าที่มีความสามารถสูงกว่า โดยเฉพาะบริเวณบ่อน้ำเรือนไทย นอกจากนั้นยังทำลายตลิ่ง คันดิน ในหลายพื้นที่ บ่อเลี้ยงปลาของวิทยาลัยราชสุดาต้องถูกยกเลิกเพราะมีแต่ตัวเหี้ยเต็มไปหมด เรายังไม่ทีทางออกสำหรับการรักษาสมดุลทางนิเวศเหล่านี้ได้ครับ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องสุนัขจรจัดที่ทำอันตรายต่อนักศึกษา บุคลากรและก่อให้เกิดปัญหาสุขอนามัยอย่างมาก โดยเฉพาะที่โรงอาหาร ประเด็นเหล่านี้คือที่มาของปัญหาที่เกิดขึ้นและเราต้องร่วมกันคิดหาทางออกและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบครับ
แนวทางการปรับปรุงภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อม และผังแม่บท
๔. ตามแนวทางการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมศาลายานั้น เราเริ่มจากการพิจารณาปัญหาและจัดการในเชิงระบบ โดยการวางผังแม่บทใหม่ ซึ่งครอบคลุมทั้งในด้านระบบสาธารณูปโภค ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการจัดใช้พื้นที่ การจราจรและรวมถึงการอนุรักษ์พื้นที่ โดยมีมาตรการและโครงการทั้งในระยะสั้น ระยะยาว โดยถึงที่สุดเราก็ยังมองว่า กายภาพเป็นองค์ประกอบพื้นฐานด้านหนึ่งเท่านั้น แต่เราต้องคำนึงถึงการมีสภาพแวดล้อมที่สามารถโอบอุ้ม การสร้างจิตสำนึกและจิตวิญญาณของความเป็นมหิดล ดึงกลับมาสู่การเป็นชุมชนที่ผู้คนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม มิใช่ต่างคนต่างอยู่ มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรร่วมกันให้มากที่สุด
๕. ในส่วนของการพัฒนาระยะสั้นและระยะยาวนั้น เราเริ่มจากการนำเสนอแนวคิดที่ผ่านการหารือกับหลายฝ่าย การสัมมนาร่วมกันของคนในประชาคม และรวมถึงการนำเสนอต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่อให้ได้ข้อยุติในเชิงนโยบาย โดยสภามหาวิทยาลัยได้มีมติที่สำคัญหลายประการ เช่น การคงพื้นที่สีเขียวไว้ที่ ๗๐ เปอร์เซนต์ การให้ความสำคัญของการสัญจรทางเท้าและจักรยานมากกว่าการเดินทางโดยรถยนต์ การพัฒนาด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน การจัดระเบียบการใช้พื้นที่ที่มีการแบ่งโซนการใช้ที่ชัดเจน อาทิ เขตการศึกษา เขตกีฬา เขตพัฒนาเชิงพาณิชย์ เขตวิจัย เขตที่อยู่อาศัย และรวมถึงเขตการอนุรักษ์ด้วย ทั้งนี้ ในเขตอนุรักษ์นั้น เราได้มีนโยบายในการขยายพื้นที่การอนุรักษ์สวนสมุนไพร ๓๗ ไร่ ขยายเป็น๑๓๕ ไร่ ซึ่งรวมพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ป่าทึบบริเวณด้านติดถนนบรมราชชนนี เข้าไว้ด้วยแล้ว การกำหนดพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ เท่าที่ยังคงมีคุณค่าในหลายพื้นที่ก็จะยังคงไว้เช่นเดิม (ซึ่งเหลือไม่มาก) เช่นบริเวณตรงข้ามคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น นอกจากนี้ แนวคิดการอนุรักษ์นั้น ยังเป็นแนวคิดหลักในการพัฒนาให้ทั้งพื้นที่เป็น Botanical Zone ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย มิใช่เพียง spot ใด เท่านั้น ในประเด็นนี้จึงขอให้มั่นใจได้ว่า เราจะรักษาต้นไม้ที่มีค่าทั้งหมดเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และยังเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นไม้ใหญ่เพิ่มมาขึ้นอีกด้วย
๖. การปรับปรุงภูมิทัศน์ในเขตการศึกษาด้านใน (รอบถนนเส้นใน) นั้น เราปรับพื้นที่โดยการตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ให้เปิดโล่ง แสงแดดสามารถสาดส่องลงมาด้านล่างสนามได้ การปลูกหญ้า ติด sprinkler รดน้ำ เพื่อการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เราย้ายไม้พุ่มเข้าข้างตึกแทนการบดบังทัศนียภาพที่สวยงาม เปิดพื้นที่โล่งด้านหน้าสำนักหอสมุด เป็นต้น การปรับปรุงในส่วนนี้ เราหวังให้เกิดการใช้พื้นที่เพื่อการพักผ่อนของประชาคมมากขึ้น สะอาด สบายตา นักศึกษาสามารถใช้เป็นที่ทำกิจกรรมกลุ่มได้อย่างสะดวก และหวังว่าในระยะยาวจะเป็นสิ่งดึงดูดให้บรรดานกต่างๆ กลับมาพอสมควร ดังนั้น เราจะได้ประโยชน์ทั้งในด้านการใช้สอยของมนุษย์และการคงธรรมชาติไว้ด้วย แม้ว่าอาจจะมองได้ว่าเป็นเพียงแค่การปูหญ้ามิใช่ระบบนิเวศตามธรรมชาติ แต่พื้นที่เหล่านี้ต่างเป็นพื้นที่ที่ถูกเข้ากระทำแล้วทั้งสิ้น เป็น man-made landscape ชนิดหนึ่ง ซึ่งก็คงเป็นแนวคิดการอนุรักษ์ทางนิเวศที่ได้รับการยอมรับในทางวิชาการเช่นกันครับ
๗. ในส่วนพื้นที่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยนั้น เราจะปรับปรุงแนวรั้วใหม่ โดยใช้แนวคิดเรื่องป่าชุมชนเข้ามาเป็นแนวทางในการพัฒนาครับ เราจะมีการปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อการอนุรักษ์ เช่น ยางนา และอื่นๆ อีกประมาณ ๒๐ ชนิดเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ จำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๑,๗๐๐ ต้นครับ เราจะมีการจัดทำป้ายทางพฤกษศาตร์เพื่อการเรียนรู้ทางนิเวศด้วย
๘. ในพื้นที่ถนนสายหลัก (๖ เลน) จำนวน ๓ เลนเราจะปรับปรุงเป็นทางเดินเท้าและทางจักรยาน โดยจะมีการปลูกไม้ใหญ่เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากเลยครับ
๙. พื้นที่สวนสมุนไพรจำนวน ๓๗ ไร่ จะมีการขยายเขตเป็น ๑๓๕ ไร่ เพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์ล้วนๆ จะเป็นแหล่งธรรมชาติศึกษาที่สำคัญ และคากว่าพื้นที่นี้ จะเป็น sanctuary ทางธรรมชาติที่สำคัญของวิทยาเขตเราครับ
ยังคงมีอีกมากมายหลายโครงการที่เรากำลังพัฒนาปรับปรุงครับ ผมอยากได้การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายและเปิดรับข้อเสนอแนะที่จะมาช่วยกันพัฒนามหาวิทยาลัยของเราให้น่าอยู่และยังยืนนะครับ หากกลุ่มนักศึกษานิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะเข้ามามีส่วนร่วมกับผมก็จะเป็นที่น่ายินดีอย่างมากนะครับ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อนุรักษ์ ๑๓๕ ไร่ และพื้นที่อื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแนวคิดที่ชัดเจนอีกมากมาย มีคณาจารย์จากทั้งภาควิชาชีววิทยา ภาควิชาพฤกษศาสตร์ และอื่นๆ เข้ามาช่วยกันหลายคนครับ ผมมีความยินดีอย่างมากนะครับ นอกจากนี้ หากทางกลุ่มนักศึกษานิเวศวิทยาและการอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล อยากจะแลกเปลี่ยนพูดคุยกับผมเป็นการเฉพาะก็จะยินดีมาก ผมอยากจะพาพวกเรามานั่งรถรางดูพื้นที่ร่วมกันก็ยังได้นะครับ ขอให้ติดต่อมาได้เลยครับ ผมยินดีจะจัดเวลาให้เสมอนะครับ
ท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณในมิตรไมตรีและข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ครับ
ขอแสดงความนับถือ
รองศาสตราจารย์อนุชาติ พวงสำลี
รองอธิการบดีฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม
โทร ๐๘๖ ๘๘๑ ๕๙๖๙
ผมได้เสนอต่อท่านรองอนุชาติว่า การเสนอความเห็นและรับฟังความเห็นเช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก แต่การสื่อสารด้วยตัวหนังสือมีข้อจำกัด จะดีกว่าถ้ามีการพูดคุยกัน ท่านรองฯ อาจชวน นศ. กลุ่มนี้ (หากมาอาจารย์ด้วยก็ชวนด้วย) มากินขนมจีนหรือก๋วยเตี๋ยวด้วยกันสักมื้อและคุยกันลงไปถึงการปฏิบัติ ทั้งส่วนของมหาวิทยาลัยและส่วนของชุมชนภายในวิทยาเขตศาลายา
วิจารณ์ พานิช
๒๓ ก.ค. ๕๑
Round, P. 2008. The birds of the Bangkok area. White Lotus Press, Bangkok. 226 pp.
Sukhontapatipak, C. in prep.
Sukhontapatipak, C. and Srikosamatara, S. 2008.
Place-based wetland exercises for undergraduate
biology students at Mahidol University, Thailand. Paper presented in The Asian Wetland Symposium 2008. June 22-
25. International Convention Centre, Hanoi.
เรียนคุณหมอวิจารณ์ที่เคารพ
ผมเองก็อยากใช้วิธีการนั่งคุยกัน เพราะจะได้สื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึกและความตั้งใจจริงของผู้เกี่ยวข้อง เพราะเพียงตัวหนังสือนั้นมีข้อจำกัดมาก แต่หลายกรณีก็จนปัญญาที่เจ้าตัวไม่ยอมปรากฏตัวและตามหาไม่เจอจริงๆ ครับ
ความจริงมีเรื่องเล่าที่น่าชื่นใจประการหนึ่ง คือในการปรับปรุงภูมิทัศน์ตั้งแต่ผมดำเนินการมานั้น ก็มีหลายคนชื่นชอบ มีอยู่วันหนึ่ง ดร.สมชาย ปฐมศิริ เป็นอาจารย์จบใหม่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เขียนเมล์มาหาผม ชื่นชมการทำงานและบอกว่าตนเองมีความเชี่ยวชาญเรื่อง Transportation management ผมรีบโทรกลับไปคุยกับอาจารย์ในคืนนั้นเลย ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นตอนเช้า อาจารย์มาเช้าร่วมประชุม กรรมการจราจรและความปลอดภัย ในนัดแรกของเราพอดี ปัจจุบันอาจารย์เข้ามาเป็นกรรมการชุดนี้แล้ว และคาดว่าจะเป็นกำลังสำคัญในเรื่องระบบจราจรของเราเลยละครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
อนุชาติ พวงสำลี