ปรบมือให้น้ำผึ้งกันเถอะ
"นักเรียนอ่านภาษาไทยบทใหม่เป็นการบ้าน"
จุดประสงค์ของครูก็คือฝึกให้เด็กๆ รักการอ่าน
ทำความเข้าใจเรื่องที่อ่านมาบ้างก่อนที่จะเรียนกันในห้องเรียน
เมื่อถึงคาบเรียนครูถามว่าใครอ่านเนื้อเรื่องมาบ้าง ก็มียกมือขึ้นอย่างมั่นใจราวครึ่งห้อง
ครูเริ่มการสอนโดยให้อ่านคำศัพท์ใหม่ๆ ทบทวนเกี่ยวกับพยางค์และคำ
จากคำศัพท์ที่อ่านนั้น และสนทนาเรื่องราวทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนพอสังเขป
จากนั้นเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้หลักการคิดแบบแก้ปัญหา (5W1H )
ครูใช้คำถามเพื่อให้นักเรียนค้นหาคำตอบจากเนื้อเรื่อง และเขียนคำตอบลงไปใน
แบบบันทึก ข้อใดที่นักเรียนสับสนก็จะใช้คำถามหลายๆ แบบให้เกิดความเข้าใจ
และหาข้อมูลได้
วันนี้เกิดปัญหา ไม่มีใครหาคำตอบในช่อง "เมื่อไหร่" ได้เลย
เพราะในเนื้อเรื่องไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน และหาคำที่พอจะคาดเดาก็ไม่มีสักคำ
ครูจึงยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น วัน ๗ วัน มีตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันเสาร์ วันจันทร์
วันอังคารเป็นวันในช่วงต้นสัปดาห์ วันศุกร์ เป็นวันในช่วงปลายสัปดาห์
ในหนึ่งเดือนมี ๓๐ วัน วันที่ ๑, ๒ หรือ ๓ เป็นวันในช่วงต้นเดือน ครูถามถึงวันที่ ๑๕
และวันที่ ๓๐ นักเรียนก็ตอบกันได้ว่าเป็นช่วงกลางเดือน และ ปลายเดือน
สุดท้ายก็ยกตัวอย่างวันหยุด ๔ วันที่ผ่านมา (วันอาสาฬหบูชา เข้าพรรษา
และวันเสาร์ อาทิตย์) ก็ทำท่าจะเข้าใจ แต่พอย้อนถามกลับไปถึงเนื้อเรื่อง
ก็ตอบกันหลายอย่างแบบเหวี่ยงแห ครูจึงทบทวนให้ฟังใหม่อีกครั้ง
คราวนี้ได้ยินคำตอบดังฉาดฉานว่า "ช่วงวันหยุดค่ะ" ครูหันไปทางต้นเสียง
ก็เห็นหนูน้ำผึ้งส่งยิ้มอายๆ พอครูบอกว่า "ถูกต้องแล้วค่ะ" จึงยิ้มร่าอย่างมั่นใจ
เพื่อนๆ ทั้งห้องก็พาทึ่งกับคำตอบของเด็ก L.D. คนนี้ ครูก็แสนจะยินดี
พูดชมไม่ขาดปาก เพื่อนคนหนึ่งร้องบอกว่า "ปรบมือให้น้ำผึ้งกันเถอะ"
ทุกคนจึงปรบมือให้กับหนูน้ำผึ้งเพื่อเป็นกำลังใจ

บางเรื่อง บางอย่าง ก็เหนือความคาดหมายนะคะ
หนูน้ำผึ้งดูสดใสจังเลย
ค่ะ หนูน้ำผึ้งยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งวัน และชอบอ่านนิทาน เพื่อนๆก็จะช่วยอ่านจนจบ