มันเป็นเรื่องยากที่จะให้บอกสิ่งที่มีอยู่ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นไม่ได้ว่าเป็นสิ่งมีอยู่ บอกสิ่งที่ไม่มีว่ามีความไม่มีนั้นง่ายกว่า และบอกสิ่งที่มีว่าไม่มีหรือมีก็ดูจะง่ายกว่าเหมือนกัน
หลังจากประชุมเสร็จ เที่ยงวันพอดี ผู้บังคับบัญชาเชิญชวนทานข้าว รวมสมาชิกทั้งหมด ๑๑ ชีวิต หลังจากทานเสร็จก็พูดคุยกัน เรื่องหนึ่งในวงสนทนาคือเรื่อง "เรื่องแบบนี้มันมีจริงหรือ" นั่นคือคำถามที่ผู้บังคับบัญชาหันมาถาม ผมจึงตอบไปว่า "ครับ" คำนี้ไม่ได้หมายความว่า "มี" หรือ "ไม่มี" ประมาณว่า มันยากที่จะตอบได้
วงสนทนาได้ปรารภถึง รองอธิการบดีท่านหนึ่งที่เสียชีวิตไปเมื่อประมาณเดือนสิงหาคมของปีที่ผ่านมา พร้อมกับมีเสียงเล่าลือกันว่า งานจำนวนมากที่ท่านค้างไว้และพยายามจะทำให้เสร็จ เมื่อท่านเสียชีวิตลงไม่นานก็มีเหตุประหลาดเกิดขึ้น
๑) อาจารย์ท่านหนึ่งฝันว่า รองอธิการมาขอให้ (ก่อนจะทราบข่าวว่าท่านเสียชีวิต) สวด โพชฌงค์ อะไรก็ไม่รู้... อาจารย์ท่านนี้ไม่รู้จักว่าอะไรคือโพชฌงค์ จึงเที่ยวถามคนที่คิดว่ารุ้ และทราบว่า บทสวดโพชฌงค์นั้นมีอยู่จริง ก็ให้รู้สึกงง เพราะตนไม่เคยรู้จักคำนี้มาก่อนเลย
๒) หลายคนเห็นท่านขึ้นเดินไปห้องทำงาน
ตกลงเรื่องนี้มีจริงหรือไม่...ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่รู้คือ ผมก็มีจิตวิญญาณหรือที่เรียกว่า ผี อยู่ในตัวตนนี้ แต่จะเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง บอกไว้ตอนนี้ก่อนว่า ไม่รู้เหมือนกัน
เมื่อ ๖ ปีที่แล้ว ผมอาศัยอยู่กับป้า โดยลุงให้อยู่ที่ห้องท่าน เป็นห้องและบ้านที่ท่านสร้างขึ้นเอง อยู่ริมแม่น้ำ เดินไปข้างหลังจะมีศาลาให้นั่งเล่นสบาย
ไม่นานลุงก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง หลังจากที่ไป-กลับ จากบ้าน-โรงพยาบาลอยู่หลายเดือน คืนวันที่ญาติๆเก็บกระดูกมาไว้ที่บ้านเพื่อจะลอยอังคารในวันรุ่งขึ้นนั้นเอง
ผมนอนอยู่กลางห้อง (ห้องของลุง) เป็นพื้นไม้ปูด้วยเสื่อน้ำมัน หันศีรษะไปทางทิศตะวันออก ประตูทางเข้าอยู่ทางซีกขวามือ (เมื่อนอน) ส่วนซีกซ้ายเป็นที่นอนนุ่มน่านอนติดริมหน้าต่างทางทิศใต้ที่ผมคิดว่าเป็นที่นอนของลุง จึงไม่นอนบนที่นอนนั้น ประมาณว่า ที่นอนของคนที่ผมนับถือ ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ให้ความเคารพเสมอตัวเจ้าของ
ที่ห้องโถงเปิดไฟสว่าง แสงไฟนั้นส่องมาทางช่องลมห้องลุงด้วย (ห้องที่ต่อจากตัวบ้านออกมาทางซีกทิศใต้) ผมลืมตาขึ้นดูนาฬิกาที่ห้อยอยู่ใกล้ช่องลม คือตีหนึ่งกว่าๆ ปกติกิริยาที่นอนของผมคือ เอามือทั้งสองประสานวางไว้บนหน้าอก นอนหงายยืดตัวยาว (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว) บนผ้าบางๆที่ปูทาบกับเสื่อน้ำมัน ผมนอนคิดเรื่อยเปื่อย เปลี่ยนท่านอนโดยชันเข่าซ้ายขึ้นและยกขาขวาพาดทางเข่าซ้าย (ไขว่ห้าง) ส่วนมือนั้นยังคงเดิม จากนั้นก็คิดเรื่อยเปื่อยโดยเฉพาะที่จำได้คือ คนตายแล้วไปไหน และคิดไปถึงว่า ลุงจะไปอยู่ที่ไหน ทันใดนั้น ร่างคนโปร่งแสงก็ผ่านมาทางซีกขวามือ (ประตูยังปิดอยู่) และไปทาง (ไม่เห็นท่าเดิน) ปลายเท้าของผม ผมพยายามขยับตัวแต่ขยับไม่ได้เสียแล้ว ในใจคิดว่า "เรากลัวหรือ" คำตอบคือ "ไม่มีความรู้สึกตกใจกลัวใดๆเลย" ผมพยายามขยับขา พยายามขยับมือออกจากตัว แต่เปล่าประโยชน์ ร่างโปรงแสงนั้นผมทราบในใจว่า "ลุง" ค่อยๆผ่านไปทางที่นอนนั้น ผมพยายามขยับหน้าที่จะหันไปดูบนที่นอนแต่หันไม่ได้ เมื่อขยับไม่ได้แม้แต่ส่วนเดียวจึงท่องบทสวดมนต์ แผ่เมตตา ตามที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนมา แต่ไม่เกิดผลใดๆ ช่วงหนึ่งที่พยายามต่อสู้กับตัวเองนั้น ก็คิดไปว่า "ลุงไปไหนแล้ว" ทันใดนั้น ร่างนั้นก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางปลายเท้าและออกไปทางประตู ผมจึงคลายทุกส่วนของร่างกายได้ ลุกขึ้นนั่งและคิดไปว่า "ตลกดี"
รุ่งเช้าได้เล่าเรื่องนี้ให้ป้าฟัง ป้าบอกว่า น้องของป้าที่นอนด้วยกันอีกห้องหนึ่งก็ถูกอำ แต่ไม่เห็นอะไรและพูดกับผมต่อไปว่า สงสัยจะเป็นห่วงหลานละมั้ง..(ผมเอง) ก็หลานอย่างผมช่างน่าสงสาร ต้องเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี ไขว่คว้าหาความรู้ด้วยตัวเอง ทั้งที่ในใจก็ว่า รู้ไปก็ไม่รู้จะรู้ไปทำไม พ่อกับแม่ยังไม่รู้เลยว่า ลูกเรียนจบปริญญาตรีเมื่อไร ปีไหน วันไหน อันที่จริงคือ ไม่อยากให้ท่านอะไรๆ กับค่านิยมแบบนี้ จึงไม่ได้บอกอะไร บอกแต่เพียงว่า เรียนหนังสือ
อย่างไรก็ตาม ผมเพิ่งทราบจากป้าว่า ที่นอนนั้น ลุงเขาไม่นอน แต่เขาจะนอนกลางห้อง ซึ่งก็คือที่ที่ผมนอนนั่นเอง
ถ้าถามว่า "มันมีจริงหรือเรื่องอย่างนี้" ผมคงตอบว่า "ไม่รู้สิ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน" ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกที่ "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน" เมื่อมาอยู่ที่หอพักเพทาย ที่มรภ.แห่งนี้
สวัสดีค่ะ
มาฟังเรื่องปรืํอ...ตอนดึก
เชื่อว่าจิตวิญญาณมีจริง แต่ยังไม่เคยพบแบบนี้ค่ะ
ขอบคุณที่แบ่งปัน
ไปละค่ะ
อิ อิ อิ
ผีคงกลัวไก่อ่ะค่ะ
เพราะไก่จะมาพร้อมแสงอาทิตย์ ผีกลัวแสง...
คริ คริ คริ
ตายแล้วไปไหน...อยากรู้เหมือนกันค่ะ...
ข้าพเจ้าคิดว่าคงมีโอกาสได้รู้สักครั้งในชีวิต...
แล้วตกลงผีอำนี่ใช่วิญญาณมาเยี่ยมเราจริงหรือเปล่าอ่ะค่ะ...
อ่านแล้วต้องหันหลังกลับไปดูเลย ว่ามีใครมานั่งเป็นเพื่อนหรือเปล่า
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
คนตายใหม่ๆ อาจยังวนเวียนอยู่ที่เดิม ดิฉันเคยโดนประมาณ 2 ครั้งค่ะ ครั้งแรก ที่ รพ ครั้ง 2 อยูห้องนอนน้องที่เสียชีวิต แล้วเราไปนอนพักที่ที่นอนของเธอ โดยไม่ได้สวดมนต์บอกเธอก่อน
สวัสดีครับ ตันติราพันธ์
สวัสดีครับ Your sister.
สวัสดีครับ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
ผมชอบนอนหัวหัวไปทางทิศตะวันตก.
ไม่เคยพบเจอเรื่องผี. ทั้ง ๆ ที่สถานที่บางแห่งใคร ๆ ก็เจอมาแล้วทั้งนั้น
แต่ผมกลับไม่เจอ.
แต่มักจะมีความรู้สึกบางอย่างที่ตนเองสัมผัสได้ว่า "น่าจะมีอะไรสักอย่าง" ...
ด้วยเหตุนี้ บางครั้งจึงมารู้ทีหลังว่าที่ตรงนั้น . มีตำนาน ...
กัว
อยากหาคนมานอนข้างๆเป็นเพื่อน
T_T อิอิ
สวัสดีครับ "แผ่นดิน"
สวัสดีครับ miyaki
ผมก็เคยโดนผีอำนะครับ
ด้วยความเคารพนะครับคือผมจะอธิบายให้ฟังว่า ผีอำเกิดขึ้นได้ยังไงนะครับ
คือ เกิดจากที่ร่างกายเราหลับแล้วครับ แต่ว่าจิตของเรายังไม่หลับครับ
เลยทำให้ ร่างกายไม่สามารถที่จะขยับร่างกายได้ครับ
ผมก็เคยโดนผีอำครับ แต่เมื่อผมรู้ว่าโดนผีอำ ผมก็นอนต่อไปเลยครับ
ไม่ได้ท่องบทสวดอะไรเลยครับ ก็หายครับไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ
หรืออาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่กลัวสิ่งเล่านี้ก็ไม่ทราบนะครับ
แต่ที่เล่าไปด้วยความเคารพนะครับ
ด้วยความเคารพจริงๆครับ เกรงว่าท่านจะเข้าใจว่า หลบหลู่
หากทำให้ท่านเข้าใจอย่างงั้นผมขอโทษด้วยนะครับ