เมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ

     การเที่ยวแบบไร้แผนของป้าเจี๊ยบและเพื่อนทั้งสาม ต่อจากการกินข้าวบ่ายที่ขนำหรือเถียงนาบริเวณบึงฉวาก สุพรรณบุรีตามบันทึกที่แล้ว  มีเป้าหมายคือจังหวัดอุทัยธานีค่ะ 

     พอเข้าเขตจังหวัด ก็แวะซื้อส้มโอจากร้านริมทางทันทีที่เห็น เพราะเป็นรายการหนึ่งในคำขวัญประจำจังหวัด รสชาติหวานๆเปรี้ยวๆ ถูกใจค่ะ   

     จากนั้นก็มุ่งตรงไปวัดจันทราราม ซึ่งคนส่วนมากรู้จักกันในนามวัดท่าซุง  ปรากฏว่าไปถึงสี่โมงเย็นตรงเป๊ะ วิหารแก้วปิดพอดี  อด...  เลยขับรถพาเพื่อนชมรอบๆบริเวณด้านนอก  แล้วบอกว่าจะพามาใหม่วันรุ่งขึ้น

     ทีนี้ก็ต้องหาที่พักสิคะ   ติดต่อสอบถามไป 2-3 แห่งแล้วตกลงพักโรงแรมห้วยขาแข้งเชษฐศิลป์   พอเช็คอินเสร็จก็ออกไปหาอาหารเย็นกินริมแม่น้ำสะแกกรัง  เลือกร้านอาหารชื่อแพประมง  สั่งปลาแรดทอดเป็นลำดับแรก อิ อิ อิ.. นี่ก็ทำตามคำขวัญอีก  ตามด้วยปลาม้าต้มยำ แกงป่าปลาเนื้ออ่อน กุ้งพล่า และไข่เจียว  สำหรับรายการสุดท้ายนี่แถมมาเพราะป้าเจี๊ยบทำไข่เป็ดที่ซื้อจากตลาดสามชุกร้อยปีแตกไป 2 ฟอง เลยตอกใส่ถุงพลาสติกมาให้ทางร้านเจียวให้ค่ะ  อาหารอร่อยทุกอย่าง ลมพัดเย็นสบายมากๆ  อากาศสดชื่นสุดๆ     

      ทุ่มครึ่งก็เวียนเทียนสิคะ  ได้ข้อมูลจากโรงแรมว่าให้ไปวัดสังกัสรัตนคีรี  พอไปถึงพบพระเพียงรูปเดียวกำลังทำความสะอาดอยู่ในโบสถ์  สอบถามได้ความว่า  ชาวบ้านเวียนเทียนเสร็จไปตั้งแต่หกโมงเย็นแล้ว   แต่หลวงพี่ใจดีไม่ขัดศรัทธา  แถมยังจัดธูปเทียนให้ด้วย  สี่สหายก็เลยได้เวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาตามที่ตั้งใจ

      วัดสังกัสฯ  นี่คือที่มาของคำขวัญ ประเพณีเทโว ค่ะ  เพราะใกล้ๆ กับอุโบสถที่เราเวียนเทียนกัน จะมีบันได 449 ขั้นขึ้นไปยอดเขาสะแกกรัง ซึ่งมีมณฑปรูปร่างคล้ายๆ กับที่พระพุทธบาทสระบุรี  

      ในวันออกพรรษา จะมีการทำบุญตักบาตรเทโว โดยพระสงฆ์ทุกรูปที่จำพรรษาในเขตอำเภอเมืองอุทัยธานีประมาณ 200-300 รูป จะออกรับบิณฑบาตโดยเดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรัง นำด้วยพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์  ลงมารับบิณฑบาตข้าวสารจากพุทธศาสนิกชนที่ลานวัด 

      ดังนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ป้าเจี๊ยบก็ขับรถพาเพื่อนขึ้นไปชมมณฑปบนยอดเขาสะแกกรัง   เพราะเพื่อนไม่สมัครใจเดินขึ้น ..เนื่องจากสงสารหัวเข่า... จากนั้นไปวัดท่าซุงอีกครั้งเพื่อให้เพื่อนๆ ได้เข้าไปไหว้พระในวิหารแก้ว 

      จากวัดท่าซุง ป้าเจี๊ยบขับไปทางอำเภอมโนรมย์ ชัยนาท เพราะเพื่อนบอกว่าอยากไปเที่ยวเขื่อนกระเสียวที่อำเภอด่านช้าง สุพรรณบุรีค่ะ  แต่ขับไปไม่กี่กิโลเมตรก็เจอป้ายบอกว่ามีแพข้ามไปมโนรมย์  รีบเลี้ยวตามป้ายไปทันที  ก็ได้ประสบการณ์พารถข้ามแม่น้ำสะแกกรังทางแพขนานยนต์ค่ะ เสียเงินแค่ 30 บาท ย่นระยะทางไปได้แยะ..

     ก่อนถึงเขื่อนกระเสียว ป้าเจี๊ยบแวะวัดตามคำขอของเพื่อนๆ หลายวัดค่ะ อาทิ วัดไกลกังวลสารพัดดี วัดหนองทาระภู วัดมหาธาตุ ฯลฯ  ไปถึงจุดหมายก็บ่ายโมงกว่า  ถือโอกาสกินอาหารกลางวันที่ร้านสวัสดิการของเขื่อน

     เพื่อนสั่งขาหมูเยอรมัน พล่าเห็ดโคนญี่ปุ่น แล้วก็ปลานิลที่ป้าเจี๊ยบเรียกเองว่า "ปลาสองใจ" เพราะตัวเดียวแต่ครึ่งหนึ่งนำมาทอดพริกไทยดำ อีกครึ่งหนึ่งชุบแป้งทอด  ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าอาหารอร่อย  แม้ว่าจะต้องคอยไล่มอดออกจากจานอาหารและจากตัวเอง เพราะหลังคาและเสาในร้านมีมอดนับไม่ถ้วนเดินย้วยเยี้ยไปหมด ตัวไหนเข่าอ่อน ก็ตกลงมาใส่  แหะ.ๆๆ ..

     สี่โมงเย็นออกจากด่านช้าง มุ่งเข้ากรุงเทพฯทางรังสิต ปทุมธานีค่ะ เพราะบ้านเพื่อนอยู่ด้านโน้น  ก็เลยผ่าน อนุสาวรีย์ดอนเจดีย์  แวะเข้าไปเป็นรายการสุดท้าย 

     ส่งเพื่อนลงที่เซียร์รังสิตแล้วก็เป็นอันว่าจบรายการเที่ยวแบบไร้แผนแต่เพียงเท่านี้  โดยลงขันไปทั้งหมดคนละ 1500 บาท เฮ...