เมื่อเจออุปสรรคปัญหาหรือสิ่งไม่พึงประสงค์...เราควรมีวิธีการจัดการอย่างไรดี

        เมื่อคืนนักเรียนที่ปรึกษาของครูนกคนหนึ่ง...บอกว่า "ครูขา  ถามอะไรหน่อยได้มั่ยค่ะ"   คำตอบของครูนกก็จะมีคำตอบเดียวเสมอกับพวกเด็กๆ "ว่าไง๊ล่ะ"  เจ้ารุ้งก็บอกว่า "ใน MSN ครูขึ้นข้อความไว้ว่าหากเราไม่สามารถข้ามภูเขานั่นได้...เราก็ควรเคลื่อนย้ายตัวเราไปในทิศทางอื่น...   แต่ตอนที่รุ่นพี่รับน้อง..หนูจำได้ว่า พี่เขาบอกว่า ภูเขาเปรียบเสมือนอุปสรรค...เราต้องข้ามไปให้ได้ ตกลงยังไง๊ค่ะครู"

         ครูก็เลยอธิบายให้เจ้ารุ้งฟังว่า...ที่เรารุ่นพี่กล่าวก็ถูกต้อง ที่ครูกล่าวก็ถูกต้อง  ทั้งนี้ขึ้นกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่มาเกี่ยวข้อง...อย่างที่รุ่นพี่พูดก็เป็นการเสริมแรง สร้างขวัญให้รุ่นน้องผ่านอุปสรรคไปให้ได้ด้วยความพยายาม ไม่ย่อท้อ  ส่วนคำพูดของครู...ก็เหมาะกับเหตุการณ์ในช่วงวัยของครูว่าถ้าเราไม่สามารถจัดการกับอุปสรรค หรือปัญหาอะไรได้...เราก็เคลื่อนย้ายตนเองไปอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม........พูดยังไม่ทันจบเจ้ารุ้งก็เลย เผยความในใจว่า ครูขาหนูทำงานของวิชาหนึ่งยังไม่เสร็จ...และไม่รู้จะทำได้หรือไม่...คือต้องตัดต่อวีดีโอ  หนูใช้เวลาไปมาก..จนเหนื่อย ทำให้เราทราบได้เลยว่า ประโยคของเราคงไปโดนใจอะไรบ้างอย่างที่เขากำลังประสบเขาจึงเก็บมาคิด มาทบทวนจนต้องถามเรา....เราก็เลยให้กำลังใจไปว่า รุ้งต้องพยายาม ซึ่งครูเข้าใจว่ามันคงต้องเหนื่อย และคิดว่า เป็นโอกาสดีของเราที่เราได้ตัดต่อถ่ายทำวิดีโอ...ในวันข้างหน้าเขาอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากความรู้ตรงนี้....แต่มากไปกว่าที่คุยกับลูกศิษย์คือ ต้องหาโอกาสคุยเรื่องการมอบหมายภาระงานนักเรียนของครู

        การที่ภาระงานนักเรียนมากจนเกินไป ครูควรทบทวนถึงจุดมุ่งหมาย ความจำเป็นต้องของสิ่งที่มอบหมายนักเรียน...ที่สำคัญนักเรียนไม่ได้เรียนวิชาใดวิชาหนึ่งเพียงวิชาเดียว....ทำให้ชิ้นงานมีมาก(เกินความจำเป็น)...ซึ่งก็ปํญหาหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาศักยภาพของนักเรียนยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์การมอบหมายงานใหญ่ๆ ควรจะอยู่ในรูปการบูรณาการจะส่งผลดีต่อผู้เรียนอย่างชัดเจน และสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของเด็ก