เป็นการสรุปว่า แต่ละวันได้ให้อะไรกับนิสิต และได้อะไรจากนิสิต
สัปดาห์ที่ ๗ เป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ Midterm สัปดาห์นี้มีเรียนวันเดียว ๒ คาบ ในวันพุธที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ หลังจากนั้นก็หยุด Long Week-end อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา นิสิตส่วนมากก็ไม่กลับบ้าน เตรียมตัวดูหนังสือสอบ Midterm
วันพุธเป็นคาบสุดท้าย...ผมเลยบอกลอยๆ ว่าให้นิสิตเขียนสรุปครึ่งเทอม ใส่ใน "สมุดแห่งการเรียนรู้" ว่า วิชานี้กับวิชาอื่นต่างกันอย่างไร? ซึ่งมีนิสิตส่งสมุด ๑๗ คน จาก ๒๔ คน (ขาดเรียนไป ๓ คน) และ มีเพียง ๒ คน จาก ๑๗ คนที่เขียนเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ รอร่า และชุ
สำหรับครั้งนี้ ผมนำความคิดเห็นส่วนหนึ่งจากสมุดแห่งการเรียนรู้ของ..ชุรีพร กรองใจ มานำเสนอให้ได้อ่านกันดังนี้ครับ
|
วิชานี้ต่างกับวิชาอื่นๆ ที่เคยเรียนอย่างไร?
สุดขั้วเลยค่ะ!!
จะมีวิชาไหนล่ะ รับฟังความคิดเห็นของผู้เรียนเท่าวิชานี้ อาจารย์ท่านนี้ไม่มีอีกแล้ว เรียนวิชานี้นอกจากผู้เรียนจะได้ความรู้เกี่ยวกับผึ้งแล้ว ยังได้อะไรอีกหลายอย่างจากการเรียนวิชา Apiculture มากมาย
- วิชานี้ผู้เรียนในห้องเรียน มีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ตลอด โดยไม่ต้องกลัวใครมาว่าเลย
-
วิชานี้เป็นวิชาแรกที่ทำให้ดิฉัน เปลี่ยนแปลงตัวเอง (Change/Paradigm shift)
- จากที่เคยเป็นคนไม่กล้า ไม่กล้าออกไปนำเสนออะไรหน้าห้องเรียน หรือถ้าไปก็จะสั่น (เหมือนโดนผีเข้า อิอิ) เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่มัธยมเลย แต่พอมาเรียนที่นี่วิชานี้ทำให้ดิฉันกลายเป็นคนที่กล้า กล้าแสดงความคิดเห็น และสามารถนำไปเสนอหน้าห้องได้โดยไม่สั่นเลยค่ะ
- วิชานี้ได้เปลี่ยนวิธีคิด (Paradigm shift) เกี่ยวกับการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความพอเพียง หรือว่าอย่างอื่น การเอานิทานมาเล่า (รอร่าใช้คำว่า "นิทานกล่อมเรียน") กลายเป็นสิ่งเย้ายวนใจดิฉันให้ติดตาม ทุกทีที่อาจารย์นำมาให้ดู ให้ฟังและเปลี่ยนให้รู้ว่า...บางทีอะไรมันยาก เราเองหรือเปล่าที่ทำให้มันยาก? และผู้ที่จะทำให้ทุกอย่างมันง่ายได้ก็เป็นตัวเองเนื่ยแหละ
- สร้างความสามัคคี การแบ่งกลุ่มได้ ๓ กลุ่ม พอดีเลย รุ่นพี่ ๔ คน รุ่นน้อง ๔ คน ทำให้ทุกครั้งที่เข้ากลุ่ม ทุกคนมีโอกาสแสดงความคิดเต็มที่และหากมันดี หรือไม่ดี ยังไงก็มีคนช่วยอธิบาย และเสนอแนะ ซึ่งวิชาอื่นไม่มีแบบนี้หรอก
- นอกจากเรียนทฤษฎีแล้ว การปฏิบัติเราก็ไม่พลาด มีโอกาสได้เรียนกับผึ้งจริงๆ ไม่ใช่แค่ทฤษฎี Pure-Pure เหมือนบางวิชา
- เราไม่ได้เรียนกันแบบล้าหลัง ยังมีการสร้าง Blog ทาง Internet เพื่อแสดงความคิดเห็น และความรู้ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเราก็ปฏิเสธเทคโนโลยีแบบนี้ไม่ได้ เพราะต้องตามให้ทันความเปลี่ยนแปลงด้วย
- วิชานี้อาจารย์ได้ทำ Blog (บันทึกการสอน) ให้นิสิตกลับไปหาอ่านได้ เป็นการสรุปว่า แต่ละวันได้ให้อะไรกับนิสิต และได้อะไรจากนิสิต ซึ่งวิชาอื่นไม่มีหรอก แค่อาจารย์มาสอนก็ดีแล้ว นิสิตได้ความรู้เท่าไรก็เท่านั้น แต่วิชานี้ถ้าจดไม่ทัน ฟังไม่ทัน หรือไม่เข้าใจ สามารถกลับมาอ่านซ้ำได้ หรือสามารถถามอาจารย์ได้ทุกเวลาเลย
- เรายังมีการคลายเครียด โดยการเล่นเกม เต้น ฝึกจิต ซึ่งวิชาอื่นไม่มีค่ะ ทำให้อยากมาเรียนทุกวัน เพราะอย่างนี้เองดิฉันจึงไม่เคยขาดเรียนซักคาบเลย
- เป็นวิชาแรกที่อาจารย์เห็นความสำคัญของนิสิต และบอกว่าได้อะไรจากนิสิตหลายอย่าง เพราะเชื่อว่าคนเรามีศักดิ์ศรีเท่ากัน (เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์) ซึ่งอาจารย์หลายคนมองข้ามไป การมองเห็นจุดเล็กๆนี้ จะนำมาซึ่งความประทับใจต่างๆ
- ความเป็นกันเองของผู้เรียนกับผู้สอน มีมากกว่าวิชาอื่นมากๆ เพราะวิชานี้มีผู้เรียนไม่มากเหมือนวิชาอื่น เมื่อไม่เข้าใจอะไรสามารถถามได้เลย โดยไม่ต้องรอให้จบคาบ หรือต้องรอให้ใครออกไปก่อน
สรุปเลยนะคะ ๙ ข้อแล้ว ถือว่า ๙ หน้านะ ที่ได้เรียนวิชานี้ คนอื่นจะได้อะไรจากวิชานี้มากหรือน้อยไปกว่าดิฉันก็แล้วแต่
แต่สำหรับดิฉัน ๓ หน่วยกิต กับเวลา ๕ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เหมือนเป็นกำไรของชีวิตจริงๆ เพราะตอนแรกไม่รู้ว่าเปิดสอน ก็ได้ลงทะเบียนแค่ ๑๖ หน่วยกิตเอง เห็นเวลามีเหลือและวิชานี้ก็น่าสนใจ แต่คนเรียนเต็มเลยมาขอลงเพิ่ม ก็ได้เรียนแล้ว ดีใจจัง ต้องขอขอบคุณอาจารย์ที่ได้เปิดโอกาสให้ ขอบคุณค่ะ...
|
 |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ 神奇的蜂爷 (shen2 qi2 de1 feng1 ye2)
|
คิดถึง อ.สมลักษณ์ จังครับ
ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ เขียนไว้ที่บันทึกนี้ <Link> ดังนี้
อยากบอกนะคะว่าเรียนวิชานี้แล้วดีจริงๆ
ไม่เชื่อต้องมาเรียนเองค่ะถึงจะรู้ ว่าดีอย่างไร