นี่คือจินตนาการส่วนตัวของผม ซึ่งไม่ผูกพันหน่วยงานใดๆ ที่ผมเกี่ยวข้อง แต่ผมย่อมเอาวิธีคิดแบบนี้ไปใช้ ไม่โดยตรงก็โดยอ้อมอย่างแน่นอน
CSR ของแท้ย่อมมองได้จากหลายมุม และโดยสวม "แว่น" ต่างๆ กัน
▲ CSR ของแท้ เน้นผลประโยชน์ของ S - Society หรือสังคมเป็นหลัก โดยใช้ resources ขององค์กร ใช้พลังที่องค์กรมี ในการทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม
▲ พลังสำคัญอย่างหนึ่งที่ corporate มี คือการจัดการ
▲ SCB มีกำไร ที่ต้องการกันไว้ส่วนหนึ่ง ประมาณ ๑% คืนให้แก่สังคม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นทางอ้อม
▲ การคืนกำไรเป็นตัวเงิน ก่อผลน้อยไป ต้องใช้เงินนั้นดำเนินกิจกรรมที่ก่อผลดีต่อสังคมในลักษณะ "หาค่าบ่มิได้" คือเงิน ๑๐๐ ล้าน ก่อผลพันล้านหมื่นล้าน หรือมากจนประมาณค่ามิได้
▲ ตัวรูปธรรมที่ทำให้กำไรนิดเดียวที่คืนให้แก่สังคม ก่อผลชนิดประมาณค่ามิได้ คือ การจัดการ
▲ การจัดการการคืนกำไรให้แก่สังคม เรียกว่า CSR - Corporate Social Responsibility ต้องเป็นการจัดการที่ complex เพื่อสร้างผลต่อสังคมในลักษณะ ประมาณค่ามิได้ คือก่อ Revolutionary Change
▲ กล่าวอย่างนี้อาจจะผิด เพราะ Revolutionary Change ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดได้ง่ายๆ ในสภาพที่ complexity ไม่เข้มข้นเพียงพอ ดังนั้นกิจกรรม CSR ที่ดีจึงต้องทำร่วมกันกับหลายฝ่าย ทำเป็น network และทำอย่าง imaginary
▲ ทำแบบมี imagination, inspiration และ commitment
▲ ทำเล็กๆ แต่คิดใหญ่ หาเพื่อนที่ทำต่าง แต่มีจินตนาการร่วม ที่สำคัญคือทำต่อเนื่องและใส่ creativity ไปตลอดการเดินทางไกลนั้น
▲ จินตนาการใหญ่ของกิจกรรม CSR ของ SCB/มูลนิธิสยามกัมมาจล คือ Youth Development
ผมมองว่าเราฝันทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเยาวชนเพื่อสร้าง Revolutionary Change ในสังคมไทย
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ก.ค. ๕๑