บ๊าย บาย (bye bye) การบรรยาย KM ....

  ติดต่อ

  ...ถ้าผมไม่ได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากร ชีวิตของผมคงจะจืดชืดและเหี่ยวเฉา กระบวนการเรียนรู้ในตัวผมคงจะไม่ลื่นไหล และคงจะไม่สามารถมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนและเชื่อมโยงเหมือนทุกวันนี้...  

       เช้าวันนี้ผมรู้สึกคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันที่จะได้ไปเจอผู้บริหารการศึกษากว่า 160 คน วันนี้ผมจะต้องไปบรรยายเรื่อง "การจัดการความรู้: หลักการ ประสบการณ์ และการสร้างเครือข่าย" ให้กับเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 1 เป็นรุ่นที่ 2 ครับ ...ทำให้นึกย้อนไปถึงการประชุมประจำสัปดาห์ในวันพุธที่ผ่านมาของ สคส. ที่มีวาระสำคัญเกี่ยวกับการเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง KM โดยในที่ประชุมวันนั้นได้มีการพูดกันว่า สคส. จะต้องผ่องถ่ายงานด้านการบรรยายให้กับผู้ที่อยู่นอก สคส. ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เรื่อง KM นี้เป็นเรื่องที่ผูกขาดอยู่กับ สคส. หรือคนใน สคส. เท่านั้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการแบ่งเบาภาระการเป็นวิทยากรของคนใน สคส. แล้ว ยังเป็นการสร้างเครือข่ายนี้ให้ขยายไปอย่างกว้างขวางอีกด้วย 

       .....สำหรับผมแล้ว การที่ต้องทำหน้าที่เป็นวิทยากรนั้น ถือว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญและได้ผลยิ่งสำหรับผม ...เรียกว่าเป็นการทำให้เกิด "KM ในตัวผม" เลยก็ว่าได้ .... เพราะว่าในการเตรียมตัวเป็นวิทยากรแต่ละครั้งนั้น ผมต้องเริ่มศึกษาตั้งแต่กลุ่มผู้ฟัง  หรือ Target Audience ว่าพวกเขาต้องการจะฟัง หรือต้องการจะรู้อะไร?..ไปทำไม? นอกจากนั้นผมยังต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า พวกเขามีพื้นฐานในเรื่องดังกล่าวนั้นมากน้อยแค่ไหน?...เพียงใด? 

       เมื่อเข้าใจในกลุ่มเป้าหมายและความต้องการของพวกเขาดีแล้ว  ผมก็จะเริ่มออกแบบเนื้อหา และนี่คือที่มาของการได้ฝึกคิดแบบเชื่อมโยง หรือ Systems Thinking ที่เกิดขึ้นในตัวผม ผมมักจะเริ่มด้วยการนำความรู้ที่มีอยู่เดิม ออกมาใช้เป็นฐานแล้วผสมผสานสิ่งใหม่ๆ เข้าไปเพื่อให้เนื้อหามีความ "เหมาะสม" และมีความ "คมชัด" มากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการถ่ายทอดนั้นหาใช่อยู่ที่เนื้อหาไม่ หากแต่ว่าอยู่ตรงที่ผู้ที่เป็นวิทยากรนั้นสามารถถ่ายทอดเรื่องราวให้เกี่ยวพันกับผู้ฟังมากที่สุดได้อย่างไรต่างหาก พูดง่ายๆ ก็คือ ...จะต้องทำให้เรื่องที่จะนำเสนอนี้ Relevant กับงานและชีวิตของผู้ฟังมากที่สุด ...จะต้องรู้จักเลือกเรื่องเล่าให้เข้ากับบรรยากาศและพื้นฐานของผู้ฟัง ...จะต้องเลือกเทคนิคและลูกเล่นที่ตรงกับจริตของกลุ่มผู้ฟัง จึงจะทำให้การนำเสนอนั้นน่าสนใจและได้ประโยชน์

        ผลพลอยได้ที่ได้จากการบรรยายก็คือ ถ้าตัววิทยากรนั้น "เปิดรับ" ...คือรับฟัง คำถาม ข้อเสนอแนะ หรือแม้แต่ข้อโต้แย้งต่างๆ แล้วนำมาทบทวนแก้ไข ลองคิดว่าถ้าต้องนำเสนอเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง จะปรับแต่งแก้ไขอย่างไรบ้างทั้งในแง่เนื้อหาสาระและเทคนิคการนำเสนอ การคิดเช่นนี้นอกจากจะเป็นการพัฒนางานตาม วงจร PDCA แล้ว ยังทำให้เกิดการเรียนรู้ขึ้นอย่างมากมาย ยิ่งถ้าได้เจอปํญหาในระหว่างการ บรรยาย เช่น บรรยายไปแล้ว ผู้ฟังไม่สนใจ ...ฟังไม่เข้าใจ ...หรืออาจถูก "ลองของ" ด้วยคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ แท้ที่จริงแล้วล้วนเป็นประโยชน์ต่อวิทยากรทั้งสิ้น คือทำให้ได้ยกระดับความคิด ยกระดับจิตใจ จากคนที่เคยโมโหง่าย ปากไวใจร้อน ก็ต้องปรับตัวปรับใจให้ได้ หากต้องการจะเป็น "วิทยากรมืออาชีพ" นอกจากนั้นการเป็นวิทยากรไปบรรยายยังเป็นการเปิดโอกาสให้ได้รับฟังวิทยากรท่านอื่นที่พูดในเรื่องเดียวกันอีกด้วย ทำให้ได้ "ต่อยอด" ความคิด มุมมองในเรื่องนั้นๆ ให้กว้างขวางชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

        ในช่วงท้ายของการประชุมวันนั้น ผมได้นำเสนอมุมมองและความรู้สึกลึกๆ ในเรื่องนี้ไว้ว่า... "ช่วงเวลาที่ผ่านมา ถ้าผมไม่ได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากร  ชีวิตของผมคงจะจืดชืดและเหี่ยวเฉา  กระบวนการเรียนรู้ในตัวผมคงจะไม่ลื่นไหล และคงจะไม่สามารถมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนและเชื่อมโยงเหมือนทุกวันนี้...." สวัสดี "บ๊าย บาย" การบรรยาย KM ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 19506, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #uncategorized

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (8)

วัลลา ตันตโยทัย
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
ฟังอาจารย์ประพนธ์บรรยายทีไร นอกจากจะได้ความรู้เรื่อง KM แล้ว ยังได้เรียนรู้การเป็นวิทยากรที่มีสีสันอีกด้วย
ธวัช หมัดเต๊ะ
IP: xxx.151.216.4
เขียนเมื่อ 

สิ่งหนึ่งที่ผมว่าเป็นความรู้มากๆในเวทีบรรยายของอาจารย์   คือ  เทคนิคการเล่าเรื่อง   อาจารย์วางโครงเรื่อง   และใส่สีสันระหว่างบรรยาย   ดึงความสนใจคน  หรือสมาธิในการฟังได้มากครับ   ผมฟังอาจารย์หลายครั้ง  ก็ยังรู้สึกว่าได้อะไรใหม่อยู่เรื่อยครับ  เช่น  ได้มาทบทวนวิธีคิดของตัวเองว่าเป็นระบบแค่ไหน?  เอาเทคนิคบางอย่างไปทดลองใช้  ตอนที่เป็น "คุณอำนวย" เวทีอื่น  เป็นต้น  

อีกอันหนึ่ง   ผมว่าโดนใจ หรือ inspire ได้หลายคน    แต่หลายคนเหล่านี้   กลับไปออก action ที่หน้างานของเขาคงไม่ทุกคนแน่    แต่อย่างน้อยผมว่าน่าจะมีแตกหน่อ  แตกกออยู่บ้างนะครับ    เสียดายคนเหล่านี้เขาไม่ได้เล่าให้เราฟัง   ว่ากลับไปแล้วไปทำอะไรต่อ

เป็นความรู้  ที่ผมพยายามเรียนรู้   แต่ก็ยัง capture ได้ไม่มากเลยครับ

 

นันทา
IP: xxx.19.55.2
เขียนเมื่อ 
อาจารย์มีเทคนิคการบรรยายที่มีสีสัน ฟังไม่น่าเบื่อ ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เป็นเครือข่ายของ สคส. จะมีประสบการณ์ KM และมีความรู้ความเข้าใจ KM มาแล้วก็จริงนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถถ่ายทอดได้อย่างมีสีสันเหมือนอาจารย์หรือเปล่า  อยากบอกว่าเสียดายมาก ถ้าอาจารย์ไม่ได้บรรยายแล้ว
ptk
IP: xxx.121.150.135
เขียนเมื่อ 

I can't agree more ka. Serving as a speaker alerts our overall thinking and searching for more new knowledge plus techniques to make sure our messages are conveyed na ka. I get very nervous like 9 out of 10 times  but it does add colors and positive challenges to my life ka.

You're a real professional and skilled speaker. I learn how to give a better presentation from you too....too bad our paths don't cross that often na ka.

Anyway, are you serious not to be a KM speaker anymore? It's going to be a big loss na ka.

Ptk

สาธิกา สามศรี
IP: xxx.147.0.48
เขียนเมื่อ 

เป็นผู้หนึ่งที่หลงเสน่ห์  KM เข้าเต็ม ๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมสังเกตการณ์ในคราวที่ประชุมภาคีการจัดการความรู้ภาคราชการ  วันพฤหัสบดีที่  24 พฤศจิกายน 2548  เพียงครั้งเดียว  แต่ก็ติดอกติดใจรูปแบบ  วิธีการนำเสนอของ สคส. ถึงแม้ว่าขณะนั้นหน่วยงานได้ทำมาบ้างแล้ว...แต่ยังรู้สึกว่ายังไม่ใช่ธรรมชาติของ KM หรือเรียกได้ว่าเป็น  KM ที่ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร  แต่ CKO ท่านสนับสนุน ให้ความสำคัญเต็มที่  (โชคดีหน่อย) ในปีนี้จึงต้องเร่งฝีเท้ายกระดับความรู้ความเข้าใจให้กับบุคลกรภายในซะก่อน..ส่วนก้าวต่อ ๆ ไป ก็ค่อยเป็นค่อยไป  ถ้าหากว่าได้วิทยากรที่มีลูกเล่นมากด้วยภูมิความรู้อย่างอาจารย์ก็คงจะดีไม่ใช่น้อยค่ะ

พิเชฐ
IP: xxx.147.63.2
เขียนเมื่อ 
อาจารย์ประพนธ์เป็นครูKMของผม ที่ทำให้ผมเข้าใจKMมากขึ้น จนนำมาปฏิบัติได้ครับ
Handy
IP: xxx.144.143.2
เขียนเมื่อ 

 

   ตกใจเมื่อเห็นข้อความหัวเรื่อง .. บ๊าย บาย (bye bye) การบรรยาย KM 

   การหาคนบรรยายเรื่องใดๆก็ตาม ไม่ใช่เรื่องยากเย็น  แต่ผลที่เกิดจากการบรรยายเป็นอย่างไร น่าคิดนะครับ หากใครสักคนที่สั่งสมความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและคลุกอยู่กับงานภาคปฏิบัติจนความรู้ทั้งสองภาคหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน และมีหลักการและทักษะการถ่ายทอดที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการ ... มาด่วน บ๊าย บาย การพูด การบรรยายในเรื่องนั้น ผมว่าจะยิ่งกว่าที่คุณ Ptk บอกว่า .. It's going to be a big loss นะครับ  โดยเฉพาะการพูดเพื่อจุดประกายให้กับผู้ที่เป็น "หัวปลา" ทั้งหลายฟัง

    นี่ถ้าอยู่ในกลุ่มที่เดินขบวนเพื่อเรียกร้องอะไรบางอย่าง  ผมอาจอาสาเป็นต้นเสียงให้กลุ่มคนทั้งหลายเปล่งเสียงตามว่า ...

                      " ไม่เอา  ... เราไม่ยอม ! "

 

ฟไ
IP: xxx.9.16.178
เขียนเมื่อ 

-/-////////////ภภ1