ไม่มีเพื่อนไม่มีที่ปรึกษา

     เด็กๆฝันว่าอยากอยู่กับพ่อกับแม่ที่ท้องนาทุ่งระโนด อยู่กับชีวิตที่จำเจ ถึงฤดูไถนาหว่านข้าว(ประมาณเดือน 7)  ฤดูน้ำพะ(น้ำท่วม) ประมาณเดือนอ้าย และฤดูเก็บข้าว(ใช้แกะมือ) ประมาณเดือน 4  พอถึงเดือน 5  วันที่ 13 เมษาของทุกเป็นวันว่าง(วันสงกรานต์) ซึ่งเด็กๆสนุกสนานมาก  พอเป็นวัยรุ่น จบ ม.ศ.3 สอบเข้า ว.ค.สงขลา(รุ่นอาจารย์ทรงพล) ฝันอยากเป็นครู อุตส่าห์สอบเข้ารอบเช้าได้ พอเรียนได้ปีที่ 2 มันเรียนไม่รู้เรื่องแล้ว สาเหตุไม่มีเพื่อนไม่มีที่ปรึกษา วันๆจึงขลุกในห้องสมุด ผลสุดท้ายเวลาเรียนไม่พอ โดนรีไทม์ออกมา

      หลังจากนั้นก็ขออนุญาตแม่ไปผจญภัยในโลกกว้างที่แรกที่ไปคือบ้านหนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี ไปอยู่กับป้าหนูช่วยทำไร่อ้อยและไร่สับปะรด และทำงานก่อสร้างที่สี่แยกปราณบุรี อยู่ได้หนึ่งปีก็ขึ้นไปกรุงเทพฯไปอยู่กับพี่สาวที่ยานนาวา ทำงานก่อสร้างและโรงงานเฟอร์นิเจอร์หวายที่ถนนตก หลังจากนั้นก็อาศัยรถโบกไปโคราช เคยอ่านเจอจากหนังสือฉบับหนึ่งว่า ถ้าใครลอดซุ้มประตูชุมพล หลังอานุสาวรีย์ย่าโม จะได้อยู่โคราชหรือเป็นเขยโคราช

      พออายุครบเกณฑ์คือ 21 ปีกลับมาคัดเลือกทหารจับใบดำใบแดง ซึ่งทุกปีในหมู่บ้านมหาการ จะมีคนจับได้ใบแดงได้ 1 คนเสมอ ผู้เขียนตอนนั้นไม่รู้จะทำอะไร จึงยกมืออธิษฐานต่อเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพร ว่าขอให้จับได้ใบแดงทีเถอะ ปรากฎว่าจับได้ ทร.3

      วันที่ 1  พ.ย. 2521 ปลดประจำการจากทหารเรือ ที่ค่ายสุรสิงหนาท หรือพัน ร. 7  อ.เมือง ระยอง  กลับมาอยู่บ้านได้ไม่กี่วัน ทาง กฝ.2 (ค่ายท่านมุก)ประกาศรับสมัครพลตำรวจ(ตชด.)อายุระหว่าง 22- 27 ปี ผู้เขียนเลยลองไปสอบกับเขาทั้งๆที่ไม่เคยคิดเคยฝัน จนสอบได้เป็นรุ่นทดลองหรือที่เขาเรียกกันว่ารุ่นสี่คนร้อย(4x100) ไปอบรมที่ กฝ.6 (กฝ.8 ปัจจุบัน)อบรมอยู่ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึง เดือนกรกฎาคม 2524 หลังจากนั้นไปปรับพื้นฐานเป็น ตชด.ที่กองร้อยนาทวีอีก 3 เดือน จึงส่งลงหมวดในสนามไปที่ร้อย 3 เบตง ตอนนั้นในพื้นที่เบตงเป็นพื้นที่ก่อการร้ายของโจรจีนคอมมิวนิสต์ อยู่ปราบโจรจีน 6 ปี โดนคำสั่งย้ายกองร้อยโดยที่ผู้เขียนยังไม่รู้สาเหตุ มาอยู่ร้อย ตชด.447 อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาสจนปัจจุบันนี้ แหละครับ