นิเทศพัฒนาตนเอง

การนิเทศโดยมีประเด็นที่ว่า

-        ทำไมจึงต้องมีการนิเทศ

-        นิเทศอย่างไร

-        ใครเป็นผู้นิเทศ

การนิเทศแนวใหม่ดังนี้

v     การนิเทศการศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโรงเรียน  ซึ่งผู้บริหารจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้บริการทางการศึกษา เพื่อให้กระบวนการเรียนการสอนเกิดผลสัมฤทธิ์ตามความคาดหมาย (Eye and Netzer; 1965)

v     การนิเทศการศึกษา คือ ความพยายามทุกอย่างของเจ้าหน้าที่ผู้จัดการศึกษา ในการแนะนำครูหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา  ให้รู้จักปรับปรุงวิธีสอน ช่วยให้เกิดความงอกงามทางวิชาชีพทางการศึกษา ช่วยในการพัฒนาครู ช่วยในการเลือกและปรับปรุงวัตถุประสงค์ของการศึกษา   ช่วยในการปรับปรุงสื่อ และเนื้อหาการสอน ปรับปรุงวิธีสอนและช่วยปรับปรุงการประเมินผลการสอน  (Good, 1959)

v     การนิเทศการศึกษา  หมายถึงการประสานงานของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศการศึกษาเพื่อเร่งรัดให้กำลังใจ ชี้ทางให้ได้เจริญงอกงามในอาชีพ (Briggs and Justman, 1952)

v     การนิเทศการศึกษาคือความพยายามอย่างหนึ่ง  หรือ หลาย ๆ อย่าง  ที่จะช่วยส่งเสริมให้การศึกษา มีคุณภาพทั้งด้านการเรียนการสอน (สายภาณุรัตน์, 2511)

v     การนิเทศการศึกษา  หมายถึง การประสาน  การกระตุ้น  และการนำไปสู่ความงอกงามของครู  (วินัย เกษมเศรษฐ, ...)

สรุปการนิเทศการศึกษาที่รวมถึงการนิเทศภายในโรงเรียนหมายถึง  การดำเนินการใดๆที่ทำให้ครูมีความพึงพอใจและมีกำลังใจที่จะพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาการดำเนินงานของโรงเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานของโรงเรียนและของบุคลากรให้สูงขึ้นและรักษาไว้จนส่งผลให้โรงเรียนเป็นที่ยอมรับของผู้รับประโยชน์จากโรงเรียนทุกฝ่ายอีกทั้งผ่านการประเมินทั้งภายในและภายนอก

         {  การนิเทศการศึกษา   จะต้องเคารพความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นความร่วมมือ  ร่วมใจ ในการดำเนินงาน   ใช้ความรู้  ความสามารถในการปฏิบัติงาน เพื่อให้งานนั้นไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ  (Burton and Brueckner,  1955)

{ การนิเทศการศึกษา   มุ่งให้ครูรู้จักวิธี   คิดค้นการทำงานด้วยตนเอง  มีความสามารถในการนำตนเอง  และสามารถตัดสินปัญหาของตนเองได้  (Adams and Dickey, 1953)

{ การนิเทศการศึกษา   ควรเป็นการแสวงหาความสามารถพิเศษ  ของแต่ละบุคคลแล้วเปิดโอกาสให้ได้แสดงออกและพัฒนาความสามารถเหล่านั้นอย่าง เต็มที่ (Burton and  Brueckner,  1955)

{  การนิเทศที่ดี   จะต้องสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง  ยั่วยุและสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันและต้องทำให้ครูรู้สึกว่าจะช่วยให้เขาพบวิธีที่ดีกว่าในการทำงาน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ (Franseth 1961 : 23 - 28)

{  การนิเทศการศึกษา ควรเป็นไปอย่างง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตอง (Briggs and Justman, 1952)

การนิเทศการศึกษา รวมทั้งการนิเทศภายใน

    

                                ™  เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้รับการนิเทศมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครูมีขวัญ

 กำลังใจและมีความรู้ความสามารถ  ที่จะปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดรักษาไว้และยกระดับคุณภาพให้สูงขึ้นอยู่เสมอ

™     เป็นกิจกรรมที่ดำเนินไปอย่างเป็นระบบและรองรับด้วยข้อมูลสารสนเทศ

™      เป็นกิจกรรมที่อยู่ในบรรยากาศของความร่วมมือ ร่วมใจ เข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้นิเทและผู้รับการนิเทศ 

™     เป็นกิจกรรมที่เคารพในความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้รับการนิเทศ

™      เป็นกิจกรรมที่ดึงศักยภาพของผู้รับการนิเทศมาใช้และให้การยกย่อง

™      เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้รับการนิเทศพัฒนาตนเองให้อยู่ในระดับมาตรฐานวิชาชีพหรือระดับคุณภาพครูของคุรุสภาให้สูงขึ้นและรักษาไว้ได้

 

การนิเทศแบบร่วมพัฒนาคืออะไร

การนิเทศแบบร่วมพัฒนา คือ ปฏิสัมพันธ์ทางการนิเทศระหว่างผู้บริหารโรงเรียน ศึกษานิเทศก์และครู ในกระบวนการนิเทศการศึกษาที่มุ่งแก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบโดยใช้เทคนิคการนิเทศการสอนเป็นปัจจัยหลัก บนพื้นฐานของสัมพันธภาพแห่งการร่วมคิด ร่วมทำ พึ่งพา ช่วยเหลือ ยอมรับซึ่งกันและกัน ให้เกียรติ และจริงใจต่อกันระหว่างผู้นิเทศ ผู้สอน เพื่อร่วมกันพัฒนาทักษะวิชาชีพ อันส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

จุดมุ่งหมายทั่วไปของการนิเทศแบบร่วมพัฒนาเป็นการนิเทศที่มุ่งแก้ปัญหา และพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนของนักเรียน โดยการปรับปรุงการปฏิบัติงานของครูให้เกิดประสิทธิภาพบนพื้นฐานของกระบวนการที่เกิดความต้องการของครูในการพัฒนาทักษะวิชาชีพงานนิเทศ

ข้อควรคำนึงเรื่องการนิเทศ

v     เป็นงานของผู้บริหาร

v     ไม่มีการบังคับ

v     ยอมรับให้เกียรติกัน

v     สร้างขวัญกำลังใจ

v     แก้ไขปัญหาจำเป็น

v     เน้นการร่วมมือ 3 ฝ่าย

v     ได้พัฒนาเพื่อนร่วมงาน

ขอขอบพระคุณอาจารย์สันทนา   วิจิตรเนาวรัตน์  ที่ให้ความรู้อย่างชัดเจนเรื่องการนิเทศจนทำให้เห็นว่าการนิเทศไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป   และขออนุญาตท่านอาจารย์ และพี่ปรีดานำความรู้เผยแพร่สู่ผู้ที่สนใจนะคะ