สินค้าเกษตรพุ่ง อำนาจต่อรองของไทยบนเวทีเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

สินค้าเกษตรพุ่ง อำนาจต่อรองของไทยบนเวทีเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

บนเวทีการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่ผ่านมา ไทยมีท่าทีที่จะผลักดันให้ประเทศคู่เจรจาเปิดตลาดและลดการอุดหนุนสินค้าเกษตรให้มากที่สุดโดยเฉพาะกับประเทศพัฒนา

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :    แต่เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรทั่วโลกตกต่ำอย่างต่อเนื่องยาวนานทำให้ประเทศคู่เจรจาไม่มีแรงจูงใจที่จะเปิดเสรีสินค้าเกษตรให้กับไทย

               ราคาสินค้าเกษตรโลกพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่กลางปี 2550 เป็นต้นมา ทั้งราคาพืชอาหารและพืชน้ำมันน่าจะเป็นโอกาสดีที่ไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญรายหนึ่งของโลกจะมีอำนาจต่อรองในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น โดยทั่วไปแล้วภาวะที่สินค้าเกษตรมีราคาแพงจะทำให้ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรมีอำนาจต่อรองกับประเทศผู้นำเข้าเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าเกษตรพุ่งสูงขึ้นในระยะสั้นหรือยาว ความสำคัญทางเศรษฐกิจของสินค้าชนิดนั้นและการรักษาความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

              ราคาสินค้าเกษตรพุ่งในช่วงนี้ถูกกำหนดจากปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยชั่วคราว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุปสงค์และอุปทานโลกอย่างต่อเนื่องทั้งภาคพลังงานและอาหารทำให้อุปสงค์และอุปทานสินค้าเกษตรไม่สมดุลกันและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรโดยรวมยังคงมีราคาแพงต่อไปในอนาคต ส่วนปัจจัยชั่วคราวเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำราคาสินค้าเกษตรมีความผันผวนมากและมักส่งผลในระยะสั้นเท่านั้น ราคาสินค้าเกษตรที่ทะยานสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์นี้ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาภัยธรรมชาติที่ทำให้ปริมาณผลผลิตในตลาดโลกลดลงประกอบกับเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงทำให้นักลงทุนหันมาเก็งกำไรราคาสินค้าเกษตรมากขึ้น

              ราคาสินค้าเกษตรที่พุ่งสูงขึ้นและผันผวนมากในระยะสั้นอาจไม่สามารถเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับไทยในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศมากนัก โดยเฉพาะการเจรจา FTA กับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป เพราะโดยปกติการเจรจา FTA มักใช้เวลาประมาณ 2-4 ปี ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะราคาข้าวที่พุ่งขึ้นในไตรมาสแรกที่ผ่านมาเป็นการปรับตัวในระยะสั้นและผันผวนสูง โดยทั่วไปแล้ว สินค้าเกษตรราคาแพงจะทำให้ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรมีอำนาจต่อรองกับประเทศผู้นำเข้ามากขึ้น ทั้งนี้อำนาจต่อรองจะขึ้นอยู่กับความสำคัญทางเศรษฐกิจของสินค้าชนิดนั้น แม้การเพิ่มขึ้นของราคาข้าวจะทำให้ไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกได้ประโยชน์จากมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ข้าวมีความสำคัญกับเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและสภาพยุโรปไม่มากนัก

              ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งคาดการณ์ว่า ในอนาคตโลกอาจเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารเนื่องจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน ควบคู่กับวิกฤติพลังงานและภาวะโลกร้อนที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น วิกฤตการณ์เหล่านี้อาจส่งผลกระทบรุนแรงกว่าในปัจจุบันหากประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนาทั้งผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้าเกษตรไม่สามารถเตรียมรับมือได้ทันท่วงที ในภาวะที่ผลผลิตทางการเกษตรในตลาดโลกมีอยู่จำกัดและส่งผ่านราคาไปยังสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นจนเกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก อุปสรรคทางภาษีและมิใช่ภาษีอาจจะไม่ใช่ประเด็นที่น่าวิตกมากนัก เพราะสินค้าที่มีอยู่เพียงน้อยนิดย่อมเป็นที่ต้องการของตลาดโลกเสมอและจูงใจให้ประเทศผู้นำเข้าลดมาตรการกีดกันทางการค้าลง 

              ความท้าทายของไทยคือการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงานภายในประเทศควบคู่กับการรักษาขีดความสามารถในการส่งออก ทั้งนี้การบริหารจัดการอุปทานสินค้าเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับไทยมากขึ้นในภาวะวิกฤตอาหารโลกเมื่อไทยสามารถบรรลุยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหารและพลังงานตลอดจนสามารถรักษาสถานะการเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรของโลกได้แล้ว อำนาจต่อรองของไทยในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศก็จะมากขึ้น

              การบริหารจัดการอุปทานสินค้าเกษตรในประเทศควรครอบคลุมการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำและครอบคลุมทุกภาคส่วนทั้งการพัฒนาภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมเพื่อรองรับสินค้าเกษตรและภาคการขนส่ง โดยในระยะสั้นไทยควรจะอาศัยโอกาสที่ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นหันมาพัฒนาภาคเกษตรของไทยอย่างจริงเพื่อรักษาอุปทานของสินค้าเกษตรในประเทศที่นับวันจะเผชิญกับปัจจัยคุกคามมากขึ้น

              ส่วนระยะยาวไทยควรให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงานโดยกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอุปทานสินค้าเกษตรของประเทศทั้งระยะสั้น กลางและยาวควบคู่กับการรักษาสถานะการเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรของโลกโดยยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของไทยในการเพิ่มอำนาจต่อรองกับประเทศต่างๆ บนเวทีเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

              การพัฒนาภาคเกษตร ไทยควรจะพัฒนาจากสินค้าที่ไทยมีศักยภาพการผลิตสูงทั้งพืชอาหารและพืชพลังงานโดยคำนึงถึงสัดส่วนการเพาะปลูกและจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสมกับลักษณะของพันธุ์พืช 2.เน้นลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร 3.การพัฒนาระบบชลประทาน 4.การเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินเชื่อพร้อมกับการให้ความรู้แก่เกษตรกร 

              การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอุตสาหกรรมการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ภาครัฐควรวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับผลผลิตและหามาตรการเพื่อให้การใช้พลังงานตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกเหนือจากการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งอย่างทั่วถึงเพื่อลดภาระต้นทุนด้านพลังงานของผู้ประกอบการ

             การรักษาขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก ควรเลือกสินค้าที่ไทยมีความได้เปรียบเช่น ข้าวและยางพารา เพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งไทยควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตควบคู่กับการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า โดยไม่ลืมว่า ประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนาต่างให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารและพลังงานเช่นเดียวกันและมีแนวโน้มว่าการผลิตสินค้าเกษตรในอนาคตส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในประเทศพัฒนาซึ่งใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเป็นพื้นฐาน ดังนั้นไทยควรกำหนดตำแหน่งสินค้าเกษตรในตลาดโลกให้ชัดเจนโดยเน้นถึงการผลิตตามธรรมชาติซึ่งเป็นจุดเด่นของไทย