
ทางเครือข่ายทางด้านสุขภาพ นำโดยโรงพยาบาลหล่มสัก ต้องการต่อยอดการพัฒนางานประจำด้วย R2R ข้าพเจ้าก็เลยเสนอโมเดลการเรียนรู้ เพื่อสู่การพัฒนาหน้างาน ... ตามองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้อาจเพิ่มเติมเข้ามาอีกได้ แต่ที่ข้าพเจ้าได้ร่างขึ้นมานี้ ศึกษาตามบริบทเท่าที่ตนเองมีและเพื่อการตอบสนองต่อเป้าประสงค์ของผู้เรียนรู้ให้มากที่สุด... ไม่อยากดำเนินการเพียงแค่อบรมสองวันเสร็จ แต่อยากใช้โอกาสของการอบรมสองวันนี้เป็นการเปิดประตูการเดินทางไปสู่เป้าหมายการทำงานมากกว่า...
ข้าพเจ้าเลยขอเสนอว่า...
การพัฒนาหน้างานที่นำเครื่องมือที่เรียกว่า R2R มาใช้นี้ ต้องเริ่มตั้งแต่คนหน้างานต้องมองเห็นตนเอง เข้าใจในตนเอง ว่าตนเองกำลังทำอะไร ทำไปเพื่ออะไร มีความสำเร็จอะไรไปแล้วบ้าง และยังเหลืออะไรอีกบ้างที่ตนเองยังไม่ได้ทำ และอยากทำ... (สถานการณ์หน้างาน) จากนั้นผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้คอยสนับสนุน (Knowledge Fcilitator) จะต้องเสมือนเป็นแหล่งสนับสนุน ทั้งทางด้านจิตใจ ความคิด การอำนวยต่างๆ เพื่อให้การเรียนรู้พัฒนาหน้างานด้วย R2R นี้สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เป็นไฟไหม้ฟาง การเปลียนแปลงเกิดขึ้นกระทบแต่ไม่กระเทือน การพัฒนาหน้างานก็ยังสามารถดำเนินไปได้ เพราะงานเหล่านี้จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เช่น ผู้บริหารจะอยู่หรือจะไปงานพัฒนาเหล่านี้ก็ยังสามารถดำเนินต่อเนื่องไปได้ไม่หยุดชะงัก
ฐานความช่วยเหลือ หรือ scaffolding นี้ เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยกระตุ้นให้คนทำงานได้ตื่นรู้ในการทำงาน และช่วยทำให้การทำงานของเขามีความหมายมากขึ้น ฐานการช่วยเหลือนี้อาจเป็น "การได้พบปะกับผู้เชี่ยวชาญ" ซึ่งเราอาจจะมองหาจากทรัพยากรบุคคลในพื้นที่ หรือเครือข่ายที่เรามีก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรืออาจารย์เสมอไป ... หรืออาจจัดมุมค้นคว้า หรือห้องสมุดสัญจร หรือการพบปะแลกเปลี่ยนร่วมกับคนหน้างานด้วยกันก็ได้
การร่วมมือกันแก้ปัญหา หรือ collaborative ... เป็นการช่วยเหลือกันและกันในการพัฒนางาน การทำวิจัย เชิงวิชาการ ใครมีต้นทุนอะไรก็มาแบ่งปันกัน เน้นการยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และทีมดูแลสุขภาพนี้ช่วยกันเยียวยา เพื่อไปสู่การพัฒนาหน้างาน โดยเกิดผลลัพธ์ที่ผู้ป่วย เป็นการทำงานเป็นทีมเข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน และสุดท้าย ... การสร้างชุมชนคนหน้างาน หรือชุมชนนักปฏิบัติ (Community of practice; CoP) มีการพบปะแลกเปลี่ยนกันอยู่บ่อยๆ อยู่ประจำ ... โดยใช้เทคนิค sss หรือ success story sharing หรือสุนทรียะสนนา...มาแบ่งปัน เพื่อเติมพลังต่อการพัฒนาหน้างานนี้
นี่เป็นเพียงแนวคิดและภาพคร่าวๆ...จะเกิดหรือได้อย่างไร ก็จะได้เรียนรู้ร่วมกันในวันที่ 2-3 สิงหาคมนี้...
__________________________________________________________________________________
Note: เป็นการวางเป้าคร่าวๆ ในใจของข้าพเจ้า เพื่อให้เป็นการอบรมและเรียนรู้อย่างมีความหมายมากขึ้น (Meaningfull Learning) ทุกครั้งที่เดินทางไปเป็นวิทยากรที่ไหนข้าพเจ้ามักจะใคร่ครวญก่อนทั้งบริบท องค์กร ผู้เรียน..และเป้าหมายที่อยากให้เกิด
ทุกอย่างปรับเปลี่ยนได้...
.....................................................
การที่จะวางเปาหมายและเข้าใจได้..ต้องสามารถมองเห็นด้วยใจ..พี่ดีใจมากๆเลยที่อ.กระปุ๋มใส่ใจ เข้าใจ..ละเอียดอ่อน น้อมใจอ่อนโยน..
คิดว่าเราจะได้อะไรในการติดกระดุมเม็ดแรกนี้...อย่างดี
พี่ฮูโต๋คะ :
(^___^)