เรื่องเล่าเร้าพลัง

วันศุกร์ที่ผ่านมา ทางทีมงานพัฒนานิิสิตและสารสนเทศ มีแผนงานว่าจะไปที่มหาชีวาลัยอีสานที อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เพื่อไปช่วยงานและปรึกษาหารือถึงเรื่องราวอีกหลายๆอย่างเกี่ยวกับกิจกรรมนิสิต แ่่ต่แล้วมีงานด่วนเข้ามา คือการทำหนังสือรวมเรื่องเล่าจากการออกค่าย ปี 51 ของนิิสต มมส. ที่ส่งเข้ามาร่วมประกวด

พี่พนัสซึ่งเป็นห้วเรื่อใหญ่ของทีมงาน ก็ปรึกษากันว่าจะเอายังไงดี เราจะทำทันเหรอ เพราะต้องใช้วันจันทร์นีื้จำนวน 100 เล่ม ประมาณ 80 หน้า พับครึ่ง A4  เราจะเอาไปทำที่โน่นด้วยเลยดีไหม หรือเราจะเอายังไงดี

นุ้ยเลยบอกว่า ถ้าจำเป็นต้องทำก็ต้องทำ และถ้าให้นุ้ยทำหนังสือให้เสร็จก็คงไม่สามารถไปกับทีมงานไ้ด้ เพราะมันต้องทำหลายขั้นตอนกว่าจะได้ในรูปแบบที่ง่ายต่อถ่ายเอกสาร ง่ายต่อการจัดเรียง และการเข้าเล่มที่ง่ายที่สุดของร้านที่จะรับเข้าเล่มให้เราในเวลาเร่งด่วนเช่นนี้  แต่ถ้าจะให้ไป ก็คงไม่สามารถทำงานนี้ให้เสร็จได้ภายในเวลา ่วันสองวันแน่ๆ เพราะต้องจัดให้เสร็จแล้วปริ๊นออกมาเพื่อตรวจทานความถูกต้อง การพิสูจน์อักษร แล้วต้องแก้ไขอีกรอบหนึง

นุ้ยเลยมีไอเดียว่า จะจัดรูปแบบให้สามารถปริ๊นออกมาเีรียงหน้าพับครึ่งให้เรียบร้อย เพียงแค่เราตัดครึ่งครั้งเดียว แล้วก็พับประกอบกันเข้าแค่นี้ก็เข้าเล่มให้ทันที ไม่ต้องมานั่งจัดเีรียงหน้าอีกเลย  เวลาถ่ายเอกสารก็ถ่าย 2 หน้าได้เลย ไม่ยุ่งยาก และง่ายต่อร้านที่จะรับเข้าเล่มให้ด้วย สรุป หัวหน้าเลยให้นุ้ยอยู่ทำหนังสือเล่มนี้ค่ะ นุ้ยก็เลยอดที่จะไปกับทีมงานเลยค่ะ

วันเสาร์ ประมาณ 9.30 น. นุ้ยมาที่ทำงานเพื่อทำหนังสือเล่มนี้ โดยพี่พนัสเป็นคนจัดเรียงไฟล์เวิร์ดเรื่องเล่าทั้งหมดที่เด็กส่งเข้ามาพร้อมจัดวรรคตอนของข้อความ ให้เรียบร้อย และพี่นัสก็คงใช้เวลาทั้งคืนแน่ๆกับการจัดข้อความเเหล่านี้ คงเหนื่อยไม่น้อยเลยทีเดียว และฝากไว้กับพี่เจี๊ยบเอามาให้นุ้ย

เมื่อนุ้ยได้รับไฟล์นั้น นุ้ยก็ต้องมานั่งเปลี่ยนตัวเลขที่เป็นตัวเอโรบิก เป็นตัวเลขไทยทั้งหมด ก็ใช้เวลานานพอสมควร เสร็จแล้วเริ่มจัดรูปแบบด้วยโปรแกรม Pagemaker 

ขั้นที่หนึ่งคือ จัดข้อความลงใน pagemaker ของแต่ละหน้า เรียงหน้า 1,2,3,4,.... จนหมดทุกหน้า รวมแล้ว 66 หน้า ใช้เวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว เสร็จในเวลาประมาณเท่าไหร่ก็ไม่แน่ใจ แล้วปริ๋นออกมาให้พี่เจี๊ยบช่วยตรวจคำถูกผิดให้ค่ะ

ขั้นที่สอง คือการ เช็คจำนวนหน้าทั้งหมดแล้วเอากระดาษเปล่า 17 แผ่นแล้วพับเครื่อง และเขียนรันเลขหน้าลงบนกระดาษเปล่า ให้ครบทั้ง 66 หน้าตามลำดับ

ขั้นที่สาม  คือ ดูกระดาษเปล่าที่เราเขียนรันเลขหน้าไว้ในขั้นตอนที่สองมาดูว่าแต่ละหน้าต้องนำข้อความจากหน้าไหนมาวาง โดยนำข้อความจากขั้นตอนที่ 1 ของแต่ละหน้าโดยเริ่มจากหน้าสุดท้าย คือ หมายเลข 66 และ คำนำ  จัดวางลงบนหน้ากระดาษ A4 ทั้งสองฝั่งในลักษณะแบ่งครึ่ง เสร็จแล้วพลิกด้านหน้าของกระดาษแผ่นเดิม ดูตัวเลขที่รันไว้แล้วเอาข้อความจากที่จัดเรียงไว้ในขั้นตอนที่ 1 มาจัดวางตามหมายเลขนั้นๆ แล้วปริ๊นออกมาทีละแผ่นๆ จนครบ ทั้ง 66 หน้า

ขั้นที่สี คือ เขียนรันหน้าหนังสือใหม่ลงในกระดาษที่ปริ๊นออกมาของขั้นตอนที่สาม ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ เพราะว่า หน้าแรกของแต่ละเรื่องต้องอยู่ฝั่งขวามือของหนังสือเสมอๆ  บางเรื่องถ้าข้อความเรื่องเล่านั้นมีจำนวนตรงหน้าก็ดีไป แต่ถ้าเคลื่อน ก็ต้องเลื่อนหน้าขยับออกไปอีก หน้าต่อๆมาก็ต้องขยับตามทั้งหมด ช่วงนี้แหละค่ะ เริ่มสับสน เริ่มเบลอ จัดถูกจัดผิด ปริ๊นถูกปริ๋นผิด เริ่มอารมณ์เสีย เพราะดูนาฬิกาแล้่ว เวลาห้าทุ่มครึ่งแล้ว ง่วง ตาลาย ปวดตาด้วยค่ะ จ้องคอมทั้งวัน ข้าวก็ยังไม่ได้ทาน แต่ว่ายังไงก็ต้องทำให้เสร็จไม่งั้นไมทันแน่ๆ เลย"ตั้งสติใหม่ ใจเย็นๆ ค่อยๆทำเดี๋ยวก็เสร็จ" นุ้ยบอกกะตัวเอง   เวลาผ่านไป ถึงหกทุ่ม  เย้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  เสร็จซะที  แต่ก็ยังไม่เสร็จ

ขั้นตอนที่ห้า คือ ให้พี่เจี๊ยบช่วยถ่ายเอกสารสองหน้า ให้ 1 ชุด เพื่อที่จะฝากไปให้พี่นัสไปตรวจอีกครั้งหนีงเมื่อกลับมาจากบุรีรัมย์ เพื่อนุ้ยจะต้องเอากลับมาแก้ไข แล้วปริ๋นใหม่ีอีกรอบเพื่อเป็นต้นฉบับ นี่เป็นเพียงการจัดข้อความเท่านั้น ยังไม่ได้ใส่รูปภาพหรือตกแต่งแบล็คกราวอะไรเลยค่ะ

ขณะที่ดิฉันเริ่มเขียนบันทึกนี้เวลาประมาณ บ่ายสองโมงกว่าๆของวันนี้ เพราะมารอพี่พนัสกลับจากบุรีรัมย์แล้วมาตรวจทานทั้งหมด นุ้ยจะได้แก้ไขและปริ๊น และคงต้องรบกวนให้พี่เจี๊ยบช่วยไปหาร้านถ่ายเอกสารและเข้าเล่มที่ต้องรับงานนี้ จำนวน 100 เล่ม ให้ได้ภายในวันจันทร์ตอนบ่าย เพราะต้องใช้ตอนเย็นๆ ค่ะ

ท่านใดพอที่จะแนะนำการทำหนังสือที่มีขั้นตอนไม่ยุ่งยากให้หน่อยก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ เพราะว่านุ้ยก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าเค้าทำกันยังไง ก็ได้แต่ทำตามวิธีของตัวเองที่คิดว่าพอทำได้ ไม่รู้จริงๆแ้ล้วเค้าทำกันยังไง? 

ตอนนี้ต้องขอตัวไปอ่านเรื่องเล่าเหล่านี้ก่อนนะคะมีแต่จัดไม่ได้อ่านเลย เพราะเป็นหนึ่งในกรรรมการตัดสินเรื่องเล่าที่ต้องประกาศผลวันจันทร์ด้วยค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ

ขอบคุณมากมายค่ะ 

 เพิ่มเติมบันทึกวันนี้วันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. 51 ตอนห้าทุ่มครึ่งกว่าๆ

สี่โมงเย็นกว่าๆ ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินเข้ามายังที่ทำงาน อ้อ นึกว่าใครที่แท้ก็ทีมงานพัฒนานิสิตและสารสนเทศ่นี่เองเพิ่งกลับมาจากบุรีรัมย์ ซักพักพี่นัสก็เดินเข้ามาพร้อมต้นฉบับในมือที่ฝากพี่เจี๊ยบไปให้

พี่นัสตรวจสอบวรรคตอน ข้อความ ให้นุ้ยที่ละเรื่อง ส่วนนุ้ยก็นำมาแก้ไขทีละหน้า ทีละหลายๆหน้า ทีละเรื่อง ทีละหลายๆเรื่อง  ส่วนน้องนุก็นั่งออกแบบปกหนังสือเล่มนี้ ซักพักเสร็จแล้วน้องนุก็กลับไปพักผ่อน

ส่วนพี่นัสกะนุ้ยก็ต้องนั่งทำงานต่อไปเรื่อยๆ มีเพียงเสียงเพลงที่ขับกล่อมและอยู่เป็นเพื่อนในเวลาค่ำคืนอย่างนี้

นุ้ยก็แก้ไขทั้งเล่มเสร็จแล้ว ต้องคัดภาพกิจกรรมแล้วนำมาตกแต่งภาพให้เข้ากับเรื่องเล่าต่างๆทั้งสิบกว่าเรื่องน้น ใช้เวลานานพอสมควร เสร็จแล้วก็น้ำภาพที่ตกแต่งแล้วมาวางจัดรูปแบบให้กับหนังสือเล่มนี้เพื่อเติมเต็มให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  พร้อมปริ๊น ตอนนี้แหละค่ะเริ่มเบลออีกแล้ว ทำผิดทำถูก เพลีย ง่วงทีไรทำผิดทุกทีเลยค่ะ แต่ก็พยายามทำให้เสร็จในที่สุด

เวลาประมาณห้าทุ่มกว่า นุ้ยก็ปริ๊นต้นฉบับทั้งหมดพร้อมสำเนาให้พี่นัสหนึ่งเล่ม

ยังไม่เสร็จแค่นี้ค่ะ พี่นัสได้เขียนคำนำแล้วส่งให้นุ้ยจัดรูปแบบหน้าอีกห้าหน้าค่ะ พร้อมปริ๊นปกด้วย

สุดท้ายนุ้ยเลยหยุดแค่นี้ก่อน เพราะไม่ไหวแล้ว ร่างกายมันบอกว่าไม่ไหว ปวดตามาก สมองมันไม่ส่งการแล้ว พอก่อนละกัน นุ้ยเลยหยุดทุกอย่างวางมือจากคอม ปิดคอมแล้วเก็บของกลับห้อง

เหลือสารบัญอาไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยมาทำแต่เช้าล่ะกัน

 ราตรีสวัสดิ์