เนื่องจากความต้องการใช้งาน eLearning ร่วมกับระบบจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) โดยใช้โรงงานองค์ความรู้ (Knowledge Factories) และการออกแบบระบบจัดการองค์ความรู้ (Knowledge System Design) มาช่วยให้สามารถออกแบบระบบจัดการองค์ความรู้ได้
ในทุกวันนี้มักจะมีความสับสนว่า eLearning คืออะไร และ KM ทำงานอย่างไร ผู้จัดการฝึกอบรมมักจะสับสนและไม่ค่อยพอใจกับการใช้งานโปรแกรม eLearning ที่เป็นเพียงแค่การถ่าย VDO การสอนในห้องอบรมไปใช้โดยไม่คำนึงถึงพลังความสามารถของอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้แนวคิดที่ว่า KM คือการฝึกอบรมก็ได้ก่อให้เกิดความสับสนมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีการฝึกอบรมส่วนใหญ่จะชักจูงตลาดไปในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยมักจะเรียกเทคโนโลยีการฝึกอบรมว่าโปรแกรมสำหรับการจัดการองค์ความรู้ ซึ่งแท้จริงแล้วการฝึกอบรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผน KM ทั้งหมดของบริษัทเท่านั้น
การที่จะอธิบายให้เข้าใจว่าการเรียนรู้คืออะไร และมีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยี KM ที่แท้จริงอย่างไร ต้องอาศัยความเข้าใจจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทั้งจากการจัดการอบรม และการเรียนการสอนโดยใช้องค์ความรู้ขององค์กร
เรื่องของการสร้างระบบ eLearning ขนาดใหญ่มีความจำเป็นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในอนาคตอันใกล้ทุกองค์กรจะต้องใช้การบริหารจัดการ, มีการสร้างดัชนีชี้วัด, พัฒนากระบวนการทางธุริจ, และการให้ข้อมูลสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต แผนกที่สร้างเวปเพจจะไม่สามารถทำงานแบบเดิมได้อีก พวกเขาจะต้องเข้าใจ eLearning ร่วมกับ KM เพื่อทำให้องค์กรสามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังพนักงาน ตลอดจนถึงเผยแพร่องค์ความรู้ผ่านช่องทางจำหน่ายสินค้าไปยังลูกค้า
อะไรที่ทำให้ eLearning เกิด
ถ้าลองมองชีวิตเป็นเรื่องง่าย ๆ E-Learning ก็เป็นเพียงแค่แค่คิดศัพท์ใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะทำให้ 3 แผนก คือ แผนกฝึกอบรมที่นำคนมานั่งโต๊ะแล้วให้เรียนข้อมูลเป็นชั่วโมง ๆ, แผนกการตลาดที่นำเสนอข้อมูลสินค้าให้ลูกค้า, และแผนกบริการหลังการขายที่ช่วยตอบคำถามต่าง ๆ มารวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เราได้อะไรบ้างจาก eLearning
เมื่อลองนึกถึง Microsoft Office คุณจะพบว่าคุณอาจจะต้องไปอบรมเสียเวลามากมาย เพียงแค่ก็เพื่อเรียนรู้การใช้งานเมนูและระบบช่วยเหลือต่าง ๆ หรือคุณอาจจะถามคนที่นั่งข้าง ๆ ว่าทำอย่างไร ถ้าเราคิดถึง "การเรียนรู้" เราจะพบว่ามันไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียน การเรียนรู้ไม่ใช่เป็นการทำตามขั้นตอนฝึกอบรมไปเรื่อย ๆ แต่เป็นการค้นหาขั้นตอน (explore)
ข้อสังเกตที่ได้จากการศึกษา KM และ eLearning คือ
การฝึกอบรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทั้งหมด ไม่ว่าการเรียนรู้จากเกิดการฝึกอบรม, การค้นหา, หรือการถามคนข้าง ๆ ก็ตาม ดังนั้นคุณก็สามารถจะได้รับรู้ข้อมูลเดียวกันโดยผ่านวิธีต่าง ๆ ผ่านระบบที่ประกอบด้วย 3 หน่วยย่อ คือ การฝึกอบรม, การค้นหา, และการถาม ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้รวมอยู่ใน Knowledge Management ระบบเดียว
กระแสอีเลินนิ่งภิวัฒน์
เพราะปัจจุบันอินเตอร์เน็ตมีความเร็วมากขึ้น, เทคโนโลยีใช้ง่ายขึ้น, เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ทำให้เราคาดหวังว่าจะสามารถนำเสนอ solution ได้เร็วกว่าที่ตลาดขยายตัว จากการสอบถามผู้ใช้งานระบบ eLearning ทำให้เราเห็นแนวโน้มของ eLearning ว่าเราจะต้องเรียนรู้อะไรก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ จากที่ไหนก็ได้ (learn anything, anytime from anywhere)
เพราะมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากมาย หลายสิ่งไม่เคยมีมาก่อนตอนที่เราเรียน เราต้องเรียนรู้การใช้งานสิ่งเหล่านั้น หรือเราต้องเรียนรู้ก่อนไปสมัครงาน อินเตอร์เน็ตได้สร้างสิ่งนี้ขึ้นมา และแนวโน้มนี้ก็กำลังมีอิทธิพลมากขึ้น
กระแส Instant Knowledge
หากคุณต้องรับผิดชอบร้านขายยาต่อจากพ่อของคุณ แม้คุณจะไปอบรมมาแล้ว 18 เดือน แต่เมื่อเริ่มทำงานเมื่อไหร่ ก็ต้องมีอุปสรรคในตอนเริ่มต้นทั้งนั้น เราต้องหาวิธีที่ทำให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องสร้างระบบให้ความรู้ที่จำเป็นสำหรับพนักงาน ที่สามารถทำให้แม้แต่ bartender เมื่อต้องย้ายงานจากโรงแรมหนึ่งไปยังอีกโรงแรมหนึ่ง ก็ไม่จำเป็นต้องจำราคามาตินี้ที่แตกต่างกัน พวกเขาแค่กดปุ่มเลือกมาตินี้ก็พอ คุณจะต้องให้ข้อมูลเมื่อพนักงานต้องการ บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ในอดีตเราต้องจ้างช่างซ่อมโทรทัศน์มาปรับช่องให้เรา แต่ในปัจจุบันเราแค่อ่านคู่แล้ว แล้วก็ทำตามเมนูบนจอ
หากต้องการทำให้เกิดผลิตผลหรือภาพพจนืขึ้นมา การเรียนรู้และการลงมือทำจะต้องทำไปด้วยกัน นี่คือศักยภาพของ eLearning
การเรียนรู้และการสื่อสารผสานรวมกันมานานแล้ว
ในการอบรมและการสื่อสารทางการตลาด (marketing communication) เป็นเรื่องเดียวกันไปแล้ว เช่น โฆษณาแฝงและ Sesame Street เป็นได้ทั้งการตลาดและการเรียนทางไกลผ่านระบบอิเลคทรอนิคส์ ทุกวันนี้บริษัทผลิต multimedia อาจพัฒนาระบบสำหรับฝึกการหนีไฟที่ใช้เวลาเรียนรู้เพียง 1 นาทีก็ได้ พวกเขาจะใช้เครื่องมือพัฒนาเหมือน ๆ กัน ใช้ Learning Management System เหมือน ๆ กัน แล้วนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ CD หรืออินเตอร์เน็ต
มันไม่ได้เป็นเรื่องของการฝึกอบรมเท่านั้น แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และประสบการณ์จากการเรียนรู้ มันยังเป็นเรื่องของการตลาด, การอบรม, บริการหลังการขาย
eLearning คืออะไร
การเรียนรู้มีนิยามทั้งทางด้านเทคนิคและด้านการศึกษา การนำส่วนหนึ่งของความรู้ไปประยุกต์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทำให้มุมมองเปลี่ยนไป เราเห็นสินค้าแล้วเราก็ซื้อ เราลงทุนฝึกอบรมให้ได้ประกาศนียบัตรทำให้เราเชื่อว่าเราได้ฝึกปฏิบัติกับสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าเราหาตั๋วราคาถูกได้หรือเส้นทางสั้นที่สุดได้ เราก็จะยอมซื้อตั๋ว ไม่ว่าเราจะแบ่งอย่างไรก็ต้องมีความรู้ประกอบด้วย ผลลัพธ์ที่ได้คือพฤติกรรมและความเชื่อ
ดังนั้นนิยามกว้าง ๆ คือ อะไรที่ส่งถึงเราผ่านทางสื่ออิเลคทรอนิคส์ก็สามารถเรียกได้ว่า eLearning นั่นคือ eTraining เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ eLearning เท่านั้น
ปัญหาของ eLearning ทุกวันนี้เป็นเพราะทุกคนใช้ Learning Management System ที่สอนผู้เรียนเป็นลำดับ ทำการประเมินเป็นลำดับ เหมือนกับครูถือไม้เรียวหน้าชั้น ขณะที่นักเรียนทั้งห้องเงียบเป็นเวลา 8 ชั่วโมง แนวคิดการสอนแบบนี้เกิดจากการที่มองว่าตัวเองจะต้องเป็นคน "push" เนื้อหาให้ผู้เรียน ซึ่งการจะนำ eLearning ไปใช้ให้ได้ผลนั้น ต้องปลูกฝังวิธีการเรียนการสอน และวิธีคิดให้กับทั้งผู้เรียนและผู้สอน ให้สามารถเรียนรู้ไปด้วยกัน จึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด
Search Learning - ฉันต้องการข้อมูลเดี๋ยวนี้
หากไม่ต้องการเรียนรู้เป็นลำดับ สามารถใช้ Search Learning ช่วยได้ แทนที่จะต้องมานั่งเรียนเป็นชั่วโมง ๆ ในห้องเรียน การค้นหาเป็นกระบวนการของการตั้งคำถาม, ค้นหาคำตอบ, หาทางแก้, และดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ต้องเสียเวลา, ไม่ต้องเดินทาง เป็นการเรียนแบบ fast food เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
เราใช้ TV และรีโมตเฉลี่ย 28 วินาทีเพื่อค้นหาช่องที่ต้องการดู การใช้อินเตอร์เน็ตช่วยให้เราค้นหาข้อมูลจากเวปไซต์นับพัน ข้อมูลนับพันล้านได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที
Matrix Learning - เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงกัน
Matrix Learning จะเกี่ยวกับ solution หนึ่งที่อาจจะตามมาด้วยคำถามหรือการค้นหาหรือคำตอบ โดยดูความสัมพันธ์กับ solution และหาคำตอบที่ดีที่สุดออกมา จากจำนวนทางเลือกที่มีได้มากมาย
ดังนั้นเราสามารถนำ eLearning มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบการจัดการองค์ความรู้ KM ผ่านเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในปัจจุบัน นั่นก็คือ Internet ได้อย่างง่ายดาย และเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา