รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ วิทยากรของเราวันนี้ท่านเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ท่านบอกว่าเรื่องที่บรรยายเป็นความคิดเห็นส่วนตัวและประสบการณ์จากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อาจารย์เล่าให้ฟังว่าเรื่องของการตั้งหน่วยงาน ในเบื้องต้นศึกษา public policy conflict ความขัดแย้งในนโยบายภาครัฐ ซึ่งจะเป็นโครงการที่กระทบต่อประชาชน เช่น โครงการสร้างโรงไฟฟ้า  เป็นต้น เมื่อเรามาลองศึกษาโครงการของรัฐที่กระทบต่อประชาชน แล้วจะเห็นว่า

การตัดสินใจของรัฐในการทำโครงการที่กระทบต่อประชาชนเป็นแบบ

กำหนดนโยบายจากส่วนกลาง (โดยไม่ฟังเสียงความต้องการของประชาชน)

ประกาศโครงการ (ที่ต้องการจะทำ)

ปกป้องเพื่อให้ดำเนินการได้ (เมื่อเกิดปัญหารัฐก็จะปกป้องตัวเอง  โดยประชาสัมพันธ์ชวนเชื่อให้เห็นแต่ข้อดีของโครงการ ใครไม่เห็นด้วยก็จะกลายเป็นผู้ร้ายไป)

เราพยายามพัฒนาประเทศให้มีความมั่งคั่งและเรามองกันว่าประเทศเกษตรกรรมไม่สามารถรวยได้ เราอยากจะเป็น NIC แต่บางคนบอกว่า Narok Is Coming อิอิ

การพัฒนาจากระบบเกษตรสู่ยุคอุตสาหกรรม จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง เช่น

        ปัญหาเรื่องการใช้ที่ดิน ภาคอุตสาหกรรมกับภาคเกษตร

        มลภาวะ อากาศ น้ำ

        กากของเสียอันตราย ไปสร้างที่ไหน ชุมชนก็ไม่อยากให้มี

ปัจจัยที่ทำให้ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น

        การเจริญเติบโตหรือถดถอยทางเศรษฐกิจ

        มีชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น/ผู้ด้อยโอกาสได้รับผลกระทบมากขึ้น จึงเรียกร้องสิทธิมากขึ้น

        การสื่อสารมวลชน  เกิดเหตุที่ไหนรู้ไปทั่วโลก

        ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม

        อิทธิพลจากต่างประเทศ

ในส่วนภาครัฐจะต้องเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสาธารณชน เพราะรัฐจะมองว่าประชาชน

        -ไม่มีการศึกษา

        -ไม่สามารถเข้าใจในโครงการต่างๆได้

        -หากไม่เห็นด้วย คือผู้ขัดขวางการพัฒนา

        -การเคลื่อนไหวใดๆจะถูกมองว่ามีผู้อยู่เบื้องหลัง (การตอบสนองให้ความสนใจกับปัญหาของเขา กับการที่ไม่ให้ความสนใจ จะเกิดผลที่ต่างกัน)

        -เป็นม๊อบรับจ้าง (เรื่องบำรุง คะโยธา ทำไมมีการประท้วงที่ไหนจึงเห็นแต่หน้าบำรุง เขาบอกว่าชาวบ้านเดือดร้อน เขาต้องการผู้นำ และคนที่เดือดร้อนจะวิ่งมาหาประจำ)

รูปแบบการแก้ปัญหาทั่วไปจากอดีตถึงปัจจุบันเมื่อมีปัญหาก็จะ

        ๑.แต่งตั้งคณะกรรมการ

        ๒.จัดทำโครงการแก้ปัญหา

ปัญหา ๑             ปัญหา ๒                     ปัญหา ๓

                       

กรรมการ ๑          กรรมการ๒                   กรรมการ ๓

                       

โครงการ ๑          โครงการ ๒                  โครงการ ๓

 

   (ซึ่งความจริง การเกิดปัญหามันอาจเชื่อมโยงกัน จะมาตั้งกรรมการแต่ละชุดทำโครงการทีละโครงการ แก้ทีละปัญหาไม่ได้ ต้องคิดในเชิงระบบ)

        ข้อขัดแย้งมีอยู่ทั่วไปโดยเฉพาะในสังคมไทย เราสังเกตไหมว่าเมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย การเมืองไทยทำอย่างไร อาจารย์ชี้ให้เรามองเห็นว่า

การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งในเมืองไทย

        แก้ปัญหาในวงราชการด้วยการกลั่นแกล้งข้าราชการ

        แก้ปัญหาความน่าเชื่อถือของนักการเมืองโดยการโกหก

        แก้ปัญหาคนจนด้วยการดูถูกคนจน (รมต.มหาดไทย พูดว่าคนจนควรซื้อซี่โครงไก่มาต้นจะได้คุณค่าทางอาหารและรสชาติดี)

        แก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินโดยจะให้บรรทุกมากขึ้น

        แก้ปัญหาสถานเริงรมย์เปิดเกินเวลา ด้วยการขยายเวลา

        แก้ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงด้วยการให้สัมภาษณ์ไปวันๆ

วิธีควบคุมฝูงชนแบบใหม่ เป็นภาพสุนัขตำรวจงับประชาชน

        ปิดหูปิดตาปิดปาก (คิดใหม่ ทำใหม่) / ตาบอดคลำช้าง เป็นภาพ อ.วันนอร์จับหางช้าง แล้วพูดว่า ปัญหาทางใต้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

        อ.เล่าให้ฟังที่นิวซีแลนด์ ทำเนียบเอกอัครราชฑูตจะเปลี่ยนเป็นสถานฑูต ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆต้องสำรวจความคิดเห็นและให้คนเห็นชอบจึงจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะมันเกิดผลกระทบ มีงานเยงที่สถานฑูต ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องรถที่จะเข้ามาในซอย ต้องใช้เวลาประมาณ ๒ ปี จึงสำเร็จ

        ถึงตอนนี้ อาจารย์ก็ให้แสดงความคิดเห็น การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งที่ใช้ในรัฐบาลปัจจุบัน

คุณสุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การมีม๊อบปัจจุบันไม่มีการรับฟังความคิดเห็น ไม่มีการเจรจาจึงแก้ปัญหาไม่ได้

คุณเตือนใจ ดีเทศน์ พูดถึงอำนาจ ๓ ฝ่าย รัฐสภา (ยังทำอะไรไม่ได้ ตั้งกรรมาธิการก็ตั้งไม่ได้) โรงถลุงเหล็กของสหวิริยา มีความขัดแย้งก็ยังแก้ไขไม่ได้  ในส่วนของรัฐบาล(ฝ่ายบริหาร) ความทุกข์ของประชาชน ไม่ได้รับการแก้ไข จึงเกิดการประท้วง แต่ถ้าเข้าใจก็ไม่น่าจะเกิดปัญหา 

        เอากันแค่พอหอมปากหอมคอ  อาจารย์ก็บรรยายต่อ

ทำไมสาธารณชนมีส่วนร่วมในปัญหาความขัดแย้ง

        สนับสนุนการตัดสินใจ support dicision/commitment

        หาทางออกที่ดีกว่า better solution

        เพื่อความยุติธรรม Fairness

Go slow to fast ช้าๆได้พร้าเล่มงาม(เล่มเดียวกันกับของ ศจ.นพ.วันชัย นั่นแหละ อิอิ)ตอนเริ่มต้นยอมเสียเวลาประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนก่อน เมื่อเขาเข้าใจก็จะไม่คัดค้าน หากสร้างไปก่อนเหมือนกับเขื่อนปากมูลก็จะมีปัญหา

รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ม.๕๖  ให้รัฐจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการ

ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ทุกฝ่ายพอใจ

        คนไทยไม่ชอบการเผชิญหน้า แต่ชอบนินทาลับหลัง

        สังคมไทยไม่มีวิธีแก้ไขความขัดแย้ง (ขณะนี้เอาพลังมวลชนมาสู้กัน)

        กระบวนการแก้ไขปัญหาแบบตะวันตกใช้ไม่ได้กับสังคมไทย

        จึงพอจะเห็นได้ว่า ยากที่จะทำให้ทุกคนพอใจ

ความขัดแย้งจัดการได้ถ้า..

        ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันและร่วมหาทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

        ให้เวลาเจรจาแบบมีหลักการ

        ประสานความร่วมมือ

        ลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน

ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากประชากรเพิ่ม ทรัพยากรน้อย

        ปัญหาการถือครองที่ดิน

        ปัญหา GMO เพือ่นบ้านเราปลูกกันเต็มไปหมดแล้ว

        ปัญหาเขื่อน

        ปัญหาป่าไม้

ดร.อิศรา ศานติศาสน์ พูดถึงว่า ที่อาจารย์ว่า ประชากรเพิ่ม ทรัพยากรน้อย นั้นเห็นด้วยว่าประชากรเพิ่ม แต่ทรัพยากรน้อยนั้นไม่แน่ แต่ที่แน่ๆการแบ่งปันทรัพยากรไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจารย์ก็เห็นด้วย

        วันนี้อาจารย์ท่านก็ไม่ค่อยมีลูกฮา ท่านปล่อยมุขทีหนึ่ง ท่านยิ้ม แต่พวกเราไม่ get (ศจ.นพ.วันชัย ท่านชอบถามว่า get ไหม) อาจารย์เลยยิ้มอยู่คนเดียว อิอิ