มัวแต่ทำการทดลองอยากทำ ทำครั้งเดียว ได้ผลรวดเร็ว แต่ไม่ดี ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบทางหลักสถิติ
สวัสดีครับ
วันนี้ขอนำเสนอเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง
เมื่อมาฝึกงานที่ต่างประเทศ
เมื่อมองในภาพนี้ ทำให้ดูถึงความหลากหลาย
ความแตกต่างคล้ายกับสารเคมีที่มีความแตกต่างในร่างกายคนเรา
และเรื่องราวที่ผมจะนำเสนอมีอยู่ว่า
เมื่อผมต้องมาทำการทดลองเกี่ยวกับการวิเคราะห์สารเคมีในร่างกายโดยเฉพาะที่ผมสนใจอวัยวะในร่างกายก็คือ
ตับและสมอง
แต่ก่อนเริ่มต้นทำการตรวจวินิจฉัยในร่างกายมนุษย์จริง
เราต้องทำการทดลองในหุ่นจำลองเสียก่อน
ซึ่งในหุ่นจำลองดังกล่าวจะมีค่าความเข้มข้นมาตราฐาน(ที่อาจารย์ทราบค่า
แต่เราไม่ทราบว่า) ดังนั้นในการทดลอง เราต้องศึกษาเปรียบเทียบว่า
เมื่อเราใช้ค่าพารามิเตอร์ต่างๆหรือวิเคราะห์ด้วยเทคนิคต่างๆที่เรียนรู้มานั้น
ได้ผลการทดลองถูกต้องตามค่ามาตรฐานที่อาจารย์กำหนดไว้ในหุ่นจำลองหรือไม่
ผมก็ทดลองเปลี่ยนขนาดการเก็บข้อมูล
เปลี่ยนตำแหน่งการเก็บข้อมูลในตำแหน่งต่างๆของหุ่นจำลองดังกล่าวตามที่อาจารย์ของผมกำหนดให้
ทำด้วยความตั้งใจและรวดเร็วมาก เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็นำผลการทดลองไปให้อาจารย์ดู
อาจารย์ ถามว่า ทำการทดลองแต่ละแบบที่ให้ไปนั้น
ทำแบบละกี่ครั้ง
ผมก็ตอบว่า ทำแบบละครั้ง
ครับ
อาจารย์ ถามต่อ แล้วรู้ได้อย่างไร
ที่ทำแต่ละครั้ง ผลออกมาถูกต้อง เครื่องมือไม่ผิดพลาด
เอาจะไรเปรียบเทียบ
ผมอึ้งเลย จริงซิ มัวคิด แต่จะทำการทดลองให้สำเร็จ
ลืมหลักการของ ตะติยัมปิ ไปเลย
เพราะการทำการทดลองแบบละอย่างน้อย 3 ครั้ง
เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่มากพอ
สามารถนำข้อมูลมาเปรียบเทียบว่ามีค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
เป็นอย่างไร ลืมเลยครับ
ลืมหลักการทางสถิติแบบง่ายๆไปเลย
ซึ่งผมทำให้ผมเสียเวลาไปหลายวัน
เพราะเครื่องมือไม่ว่าง ต้องใช้สำหรับงานบริการผู้ป่วย จากเหตุการนี้
ทำให้ผมได้กลับมาทบทวนการทำงานอีกครั้ง
ตั้งสติ ไม่รีบร้อนเกินไป
ตะติยัมปิ
ท่องไว้ในใจ แล้วครับ
อาจารย์ค่ะ
อ่านผ่านๆ นึกว่า สำมะปิ แล้วหลักของ
ตะติยัมปิ มีอะไรบ้าง ข้าผู้น้อย ไม่ค่อยฉลาดนัก วานเฉลยทีค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์
สงสัยเหมือนกันครับ ตะติยัมปิ ???
เรียน อ.ต้อมที่เคารพ
เป็นยังไงบ้างคะการฝึกงาน..ยากไหมคะ?อาจารย์ปรับตัวได้หรือยังคะ..ถามหลายคำถามเลยเพราะว่าเป็นห่วงอาจารย์ที่อยู่ต่างประเทศนะค่ะ..แต่ก็มั่นใจว่าอาจารย์ต้อมทำได้ดีอยู่แล้ว(เก่งและมุ่งมั่น)ก็ขอให้กำลังใจอาจารย์เก็บเกี่ยวความรู้+ประสบการณ์ดีๆมาฝากพวกเราชาวรังสีนะคะ..ขออวยพรให้อาจารย์ประสบความสำเร็จในการเรียน+ฝึกงานนะคะ..ตะติยัมปิ..หมายถึง.."แม้ครั้งที่ 3ก็ยังเหมือนเดิม"ใช่ไหมคะ...รักษาสุขภาพด้วยนะคะ...จะกลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่คะ..
สวัสดีค่ะอาจารย์
เรียน คุณกระติก คุณก้อง..สเร็น
ตะติยัมปิ คือ ครั้งที่สาม หนึ่งในบทสวดมนตร์
เหตุผลที่ผลกล่าวคือ การทดลองครั้งเดียวได้ผลรวดเร็ว แต่ขาดความถูกต้อง เพราะอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือ กระแสไฟฟ้า ดังนั้นจึงต้องมีการทดลองซ้ำอย่างน้อย 3-5 ครั้ง แล้วแต่ ข้อมูลความถูกต้องมากน้อยเพียงไร
บางครั้งเรามักใช้การให้อภัย 3 ครั้ง เช่น ที่ผมทำถือว่าเป็นความผิด
ครั้งที่ 1 (ผิดเพราะลืม) หากผิดต่อไป
ครั้งที่ 2 (ผิด เพราะไม่จำ) หรือ
ครั้งที่ 3 (ผิด เพราะประมาท)
ครั้งที่ 4 ควรถูกลงโทษ เป็นต้น
เรียน คุณ Preeda
ยินดีครับ หากได้ประโยชน์ ครับ
เรียนคุณ ฐิตินันท์
ขอบคุณครับ สุขภาพ อาหารก็ทานได้ ฝึกเริ่มมากขึ้น ต้องเรียนรู้อีกมากครับ
สวัสดีครับอาจารย์ต้อม
ห่างหายไปนานครับ หวังว่าอาหารที่นั่นไม่ทำให้อ้วนขึ้นนะครับ
ดีจัง เหมือนได้ฟังอาจารย์ทบทวนความรู้และแนะนำข้อปฏิบัติในห้องเรียนเลยครับ
เป็นผู้ฝึกงานก้ออย่างนี้แหล่ะครับ มักต้องมีอะไรให้ได้ขบคิดใคร่ครวญอยู่เรื่อยๆ
สวัสดีครับ ธรรมนูญ
ไม่อ้วนครับ ทานน้อย กลัวหุ่นเดียวกับธรรมนูญ
หวังว่าร่างกายจากอุบัติเหตุคงดีแล้วนะ อย่าลืมอ่านหนังสือเตรียมสอบด้วยละ
ขอให้โชคดี ครับ
มาให้กำลังใจครับ
- สวัสดีครับอาจารย์
- ขอบคุณครับที่ร่วมแสดงความคิดเห็นในบันทึก
มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
( คำแปล : ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ ข้อ
เพื่อจะรักษาไว้ที่ละข้อๆ พร้อมทั้งพระรัตนตรัย )
ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
( คำแปล : แม้ครั้งที่สอง ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ ข้อ
เพื่อจะรักษาไว้ที่ละข้อๆ พร้อมทั้งพระรัตนตรัย )
ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
( คำแปล : แม้ครั้งที่สาม ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ ข้อ
เพื่อจะรักษาไว้ที่ละข้อๆ พร้อมทั้งพระรัตนตรัย )
เรียน อาจารย์จิตเจริญ และอาจารย์พงษ์ศักดิ์
ขอบคุณครับที่แวะมาให้กำลังใจและคำแปลที่ถูกต้อง ครับ
ตามมาทักทาย และขอบคุณสำหรับข้อคิด
ตะติยัมปิ จะลองท่องดูคะ
มาเยี่ยม ผศ. เพชรากร หาญพานิชย์
เออนะ เวลารับศีลยังต้องตะติยัมปิ เลยละ ฮิ ฮิ ฮิ
มาเยี่ยม blog ของอาจารย์ค่ะ น่าสนใจมาก ยังได้หลักปฏิบัติไปใช้อีกด้วย ตะติยัมปิ...