การผลิตลองกองที่ตำบลเขาตอก อำเภอเคียนซา
ในปี 2551 ตำบลเขาตอก อำเภอเคียนซา ได้ดำเนินงานโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน โดยดำเนินการในพืช 2 ชนิด คือ ปาล์มน้ำมันและลองกอง ในส่วนของลองกองมีเกษตรกรเข้าร่วม จำนวน 20 ราย ซึ่งทางกลุ่มได้ร่วมกันวางแผนการจัดการถ่ายทอดความรู้ ตามความต้องการของเกษตรกรเอง และใช้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกรในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมีแปลงลองกองของนายพงษ์สิน ใจหนักดี หมู่ที่ 3 ตำบลเขาตอก อำเภอเคียนซา เป็นแปลงเรียนรู้ร่วมกัน
ผลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของทางกลุ่ม พอสรุปเป็นแนวทางในการปฏิบัติของกลุ่มได้ดังนี้
ช่วงก่อนออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายน ทำการกำจัดวัชพืชบริเวณโคนต้นให้เตียน
เดือนธันวาคมใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 อัตรา 1 กก./ต้น กรณีต้นโทรม เพิ่มปุ๋ยสูตร 46-0-0 อีกตันละ 1 กระป๋องนม จากนั้นให้น้ำประมาณ 3 วัน เพื่อให้ปุ๋ยละลาย หลังจากนั้นหยุดให้น้ำ จนกระทั่งใบเริ่มเฉา จึงเริ่มให้น้ำ
ช่วงออกดอกประมาณเดือนมกราคม เริ่มออกดอก เมื่อช่อดอกประมาณ 5 ซม. แต่งช่อดอกให้เหลือ 1 ช่อ ต่อ 1 จุด แต่ละช่อห่างกัน 1 คืบ และใช้ GA3 ในการยืดช่อดอก ตัดแต่งดอกเสร็จใส่ปุ๋ยชีวภาพ 1 กก./ต้น หลังจากนั้น 10 วัน ใส่อีก 3-4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 10 วัน อัตราที่ใส่ประมาณ 400 กรัม/ต้น การตัดแต่งผลและใส่ปุ๋ยเมื่อผลขนาดหัวแม่มือ (ประมาณ 45 วันหลังติดผล) ปลิดผลที่ขั้วผลออก 2-4 ผล และปลิดผลที่ปลายช่อดอก เพื่อป้องกันการหลุดร่วงของช่อผล และสะดวกในการเก็บเกี่ยว จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 400 กรัม/ต้น สลับด้วยฉีดน้ำสกัดชีวภาพ+แคลเซียม+โบรอน+ยากันรา
การให้น้ำ ให้น้ำทุกวันอย่างสม่ำเสมอนาน 15 นาที/ครั้ง ระวังอย่าให้ขาดน้ำ หากขาดน้ำจะทำให้ช่อผลชะงักการเจริญเติบโต
ระยะใกล้เก็บเกี่ยว ให้น้ำอย่าให้ขาด ตรวจดูผลเน่า หากเน่าหรือแตกให้ใช้ลวดเกี่ยว ให้หล่นเพื่อป้องกันการลุกลามของผลเน่า ช่วงเปลี่ยนสีผิว ห้าใช้ปุ๋ยเคมีเพราะจะทำให้ผลแตก
การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
-
หนอนชอนเปลือก ใช้น้ำสกัดชีวภาพฉีดพ่นทั่วต้นอัตรา 1 ลิตร + น้ำ 200 ลิตร + ยากันรา
-
แมลงวันทอง ใช้ลูกเหม็นใส่ขวดน้ำเปล่าที่เจาะรู 2-3 รู แขวนที่ต้นๆละ 1 กระป๋อง โดยใช้ลูกเหม็น 3 ลูก/กระป๋อง
-
ค้างคาว ใช้อวนดำดัก
-
ผีเสื้อมวนหวาน ใช้แสงไฟล่อ,แขวนลูกเหม็น
ผลจากการดำเนินงานพบว่า
-
เกษตรกรมีความพึงพอใจในการเข้ารับการถ่ายทอดความรู้ โดยเฉพาะการเรียนรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร เนื่องจากได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และมีการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในแปลงร่วมกัน
-
เกษตรกรมีการนำเอาความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกลุ่มไปปฏิบัติในแปลงของตนเอง
-
ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะแปลงเรียนรู้มีผลผลิตที่มีคุณภาพตามระบบ GAP ประมาณ 60 %
-
เกษตรกรบางรายยังไม่ค่อยมั่นใจในการดำเนินงานบางประเด็น เช่น ประเด็นการตัดแต่งช่อดอก ทำให้ยังมีการตัดแต่งช่อดอกไม่เท่าที่ควร ผลการดำเนินการทำให้เกษตรกรเห็นถึงข้อแตกต่างของผลผลิตที่ได้รับ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรพัฒนาการผลิตของตนเองให้ดีขึ้นในโอกาสต่อไป
-
เจ้าหน้าที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรในการผลิตลองกอง และสามารถนำเอาไปปรับใช้ในการแนะนำ ส่งเสริมการผลิตลองกองแก่เกษตรกรต่อไป