ข้าพเจ้าเรียนจบปริญญาตรีสาขา ภาษาอังกฤษ มาเมื่อมาศึกษาต่อ ข้าพเจ้าสนใจสาขาเทคโนโลยีการศึกษามากๆ ความจริงข้าพเจ้ามีพื้นฐานด้านสื่อ เทคโนโลยีนวัตกรรมอยู่บ้าง สนใจทำสื่อมามากมายหลายชนิด แต่การมาเรียนโดยตรงทำให้ข้าพเจ้าได้ความรู้มากมาย และที่สำคัญได้ประสบการณ์จากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ และเพื่อนๆที่ทำงานต่างสถานที่ หลากหลาย รวมคนเก่งกันมาแต่ละที่เลยทีเดียว
วันหนึ่งอาจารย์ประทิน (ขออนุญาตเอ่ยชื่ออาจารย์ด้วยความเคารพค่ะ) ท่านสอนวิชาเกี่ยวกับการทำแผ่นโปร่งใส ซึ่งยังมีในหลักสูตรอยู่แม้ว่าจะมีเครื่องฉายภาพทึบแสงเข้ามาใช้กันอย่างแพร่หลายแล้วก็ตาม เพราะจริงๆแล้วการทำแผ่นโปร่งใสมีเทคนิคที่น่าสนใจมากมายกว่าที่เราคิด ทำได้หลากหลาย สนุกต่อการทำด้วยวันแรกที่เข้าเรียนท่านบอกท้ายชั่วโมงว่า สัปดาห์หน้าให้จับคู่กันมาหน้าชั้น มาช่วยกันสาธิตการสอนอะไรก็ได้หนึ่งหัวเรื่อง โดยทำสื่อมาด้วย แต่มีข้อแม้ว่าให้ใช้กับเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ ที่เราเรียกว่าเครื่อง Overhead ข้าพเจ้าฟังก็คิดในใจ “หมูๆ ง่ายออก” จับคู่กับพี่อีกคนหนึ่งที่สอนภาษาอังกฤษเหมือนกัน อาจารย์บอกทิ้งท้ายก่อนเลิกเรียนว่า อย่ามองข้ามนะ รุ่นพี่ๆเราก็มีอะไรแปลกๆมานำเสนออย่างที่เราคิดไม่ถึงเชียว ไม่เชื่อคอยดูรุ่นเราสิ ต้องมีบ้างแหละ” ท่านพูดเป็นนัยๆ และแล้วผ่านไปหนึ่งสัปดาห์อย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้เตรัยมการเตรียมงานอะไรกันเลย ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งนะคะว่าพวกเราเรียนเสาร์อาทิตย์ วันเสาร์เลิกสองทุ่ม วันอาทิตย์เต็มวัน วันจันทร์ถึงศุกร์ก็ทำงานที่โรงเรียน ไหนจะเอางานสอน งานพิเศษของทางราชการกลับมาทำถึงดึกๆดื่นๆ ไหนจะการบ้านที่เรียนตั้งหลายวิชา ไหนจะงานบ้านงานเรือน ไหนจะเลี้ยงลูก (ข้ออ้างทั้งหลายที่เป็นเรื่องจริงๆ) สรุปแล้วมาถึงคืนวันศุกร์เวลาสี่ทุ่ม ข้าพเจ้าต้องโทรศัพท์ถามเพื่อน “พี่ พรุ่งนี้เอาไงคะเนี่ย” เสียงปลายสายตอบกลับมาว่า “เอาไงเอากันไอ้น้อง เตรียมมาเลย พรุ่งนี้เจอกันก่อนเข้าคลาสสัก15 นาที” ข้าพเจ้าเตรียมอุปกรณ์โดยตัดกระดาษแข็ง เป็นรุปร่างรูปทรงต่างๆ วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงรี ห้าเหลี่ยม หกเหลี่ยม ครึ่งวงกลม ก่อนเข้าเรียนก็เตรียมกับคู่ว่าเราจะสอนรูปร่างทางคณิตศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ เราทั้งสองช่วยกันสอนอย่างราบรื่น สปีคอิงลิชทั้งหมด และเพื่อนๆในชั้น สมมุติเป็นนักเรียน ช่วยกันตอบช่วยกันถามผลัดกัน ได้รับคำชมเชยเป็นอย่างดี (คุ้มค่ากับเบื้องหลังที่ไม่ค่อยมีเวลาเตรียมตัว) ทีนี้ที่ฮาๆ เป็นที่ประทับใจก็เป็นของเพื่อนๆค่ะ ฮาที่ตั้งใจและจงใจเตรียมมาแบบนี้ และฮากับคนที่ไม่เตรียมอะไรมา คนที่เตรียมมาอย่างดี ก็คือ สอนการพับผ้าเช็ดหน้า เป็นภาษาอังกฤษ อีกคู่หนึ่งช่วยกันสอนเรื่องพืชผักสวนครัว โดยใช้พริก มะเขือ แตงกวา ฮาอย่างไร ลองนึกภาพสิคะ ว่าเราวางของเหล่านั้นไปบนเครื่องฉาย จะไม่ปรากฏสีใช่มั้ยคะ เห็นเป็นรูปร่าง และเพื่อนที่สมมุติเป็นครูก็ให้นักเรียนทาย นักเรียนที่เป็นเพื่อนๆในชั้นก็ทางผิดบ้างถูกบ้าง แกล้งบ้างจงใจบ้าง ไปเรื่อย นอกลู่นอกทางกว่าจะกู่กันกลับมา คนที่ไม่ได้เตรียมมาเลย เอามือทั้ง5 วางทาบลงไป เขาเล่าเรื่องเกี่ยวกับนิ้วทั้งห้านิ้ว มีความเป็นมาที่เป็นตำนานนิทานของแต่ละนิ้ว อาจารย์บอกว่ามีรุ่นพี่คนหนึ่งสอนเรื่องชีวิตของมด ออกแนววิทยาศาสตร์ เอามดแดงมา อุตสาหะมากๆ เอามาวาง มดวิ่งเพ่นพ่าน ตามจับไม่ไหว สรุปวันนั้นสิ่งที่เราได้จากการเรียน คือ ความคิดสร้างสรรค์และจุดประกายในการสร้างสื่อของพวกเราได้เป็นอย่างมาก สิ่งที่เราเคยมองข้ามกลับเป็นสิ่งที่สามารถปลุกเร้าความสนใจของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี และที่สามารถดึงดูดผู้เรียนได้ตาไม่กะพริบคือ ลูกล่อลูกชนในการสอนค่ะ เทคนิคการพูดและท่าทางนั่นเอง เคยสังเกตไหมคะ ทำไมคนคนนี้มาพูดทีไร เราอยากจะฟัง ฟังได้จนจบ คนนั้นมาพูดทำไมเราง่วงนอนนักก็ไม่รู้
นี่แหละค่ะ ประสบการณ์จากการเรียน และประสบการณ์ตรงที่เราใช้ในการสอนนักเรียนเอามาปรับกันไปให้เข้ากับสถานการณ์
สวัสดีเจ้าค่ะ
น้องจิแวะมาเยี่ยมเยียน ว่างๆ แวะไปสอนภาษาอังกฤษน้องจิที่บล๊อคน้องจิบ้างนะค่ะ คิคิ รักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^
ขอบคุณค่ะน้องจิ ที่แวะมาเยี่ยม ไว้จะไปเยี่มบล็อคของคนดังอย่างน้องจิบ้างนะ แอบรู้จักหนูมานานแล้วจ้ะ
สวัสดีค่ะ
หวัดดีค่ะคุณพี่ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ