15 มีค.49 (13-14.30)นพ.อำพล จินดาวัฒนะ พูดเรื่อง "รพ.พุทธฉือจี้:ใต้หวัน รูปธรรมสาธารณสุขที่เน้นหัวใจของความเป็นมนุษย์" มูลนิธิฉือจี้ มีต้นกำเนิดจากจากการเริ่มออมเงินวันละ 50 เซ็นต์ของแม่บ้าน 30 คนเพื่อช่วยผ้อื่น เมื่อ40 ปีก่อน ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 5 ล้านคน อาสาสมัคร กว่า 2 แสนคน มีกิจกรรมด้านการแพทย์ การศึกษา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ทียึดหลักปฏิบัติธรรมโดยการช่วยเหลือผู้อื่น ตามหลักพรหมวิหาร 4 (พุทธมหายาน) หน้าที่ช่วยเหลือมนุษย์เป็นการงานอันยิ่งใหญ่ พยายามลดตัวตน โดยทำตัวให้เล็ก บริการผู้อืนให้มาก เช่น คิดว่า การเก็บขยะ แยกขยะ ไม่ใช่งานต้อยต่ำ แต่เป็นงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นงานกู้โลก จึงเป็นงานยิ่งใหญ่และมีเกียรติ มูลนิธิมีศูนย์วัฒนธรรมซึ่งงบก่อสร้าง1ใน 4 มาจากรายได้จากขยะรีไซเคิล (3ใน4 จากเงินบริจาค) มีสถานีโทรทัศน์ที่ดำเนินการ เผยแพร่เรื่องดีดี คนดีดี ทุกระดับสร้างสรรสังคม โรงพยาบาลฉือจี้ ก็มีหลักการเดียวกัน โดยรณรงค์ตลอดเวลาเรื่องการบริการทางการแพทย์ที่มีหัวใจบริการของความเป็นมนุษย์ มีอาสาสมัครเข้าร่วมทำงานกับวิชาชีพอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน เช่นมีพยาบาลได้กล่าวชื่นชมอาสาสมัครที่ให้ความรู้การให้นมแม่ที่แผนกหลังคลอดได้ดีกว่าตนเองที่ยังไม่เคยมีลูก และตัวอย่างเรื่องดีดี คนดีดีอีกหลายเรื่อง

นพ.อำพลได้สังเคราะห์การเรียนรู้ที่ได้จากกรณีศึกษารพ.พุทธฉือจี้  สรุปดังนี้

การบ่มเพาะจิตอาสา

การมีผู้นำที่ที่มีวัตรปฏิบัติเยี่ยม

ยกย่องคุณค่าของความเป็นมนุษย์

แนวทางการรวมเข้าเพื่อกระจายออก(เงินบริจาคทั้งหมดจะนำไปช่วยเหลือสังคม)

ยุทธศาสตร์ฉือจี้     ศรัทธา  ปัญญา    และการจัดการ

ก็นำมาเล่าส่กันฟัง สำหรับผ้ที่ไม่ได้เข้ารับฟังการบรรยาย เดิมไม่คิดจะเข้าฟังหัวข้อนี้ เมื่อเข้าฟังก็ได้รับเกร็ดธรรมะเกินคาด ได้รับพลังแห่งจิตอาสา สิ่งที่จะทำต่อไปช่วยเผยแพร่แนวคิดนี้ และอยากจะไปเยี่ยมชมกิจการมูลนิธิฉือจี้ที่ใต้หวันสักคร้ง(ถ้าโอกาสให้)