การพัฒนาพฤติกรรมที่ดี คือตัวอย่างอย่างเดียว
เมื่อวานนี้ (2กค.51) ศูนย์อนามัยที่ 8 ได้จัดให้มีการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ให้บริการอนามัยเจริญพันธ์วัยรุ่น ซึ่งเราเองก็เป็นหนึ่งในผู้ดำเนินการ ช่วงเช้าท่านผู้อำนวยการศูนย์ฯก็มาพูดถึงสถานการณ์วัยรุ่น เฮ้อ/ฟังแล้วหนักใจ เพราะสถิติของเขตตรวจราชการที่ 3สูงกว่าของประเทศเสียอีก ตอนนี้เจออายุ 11ปี ท้องเสียแล้ว แล้วก็ส่วนใหญ่เยาวชนของเราก็มีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนๆนี่แหละ หาใช่ชายกะทาที่ไหน ลองคิดกันเล่นๆซิ เด็กอายุ 11ท้องแล้วเขาจะเลี้ยงลูกเป็นไหม๊ ถ้าเลี้ยงไม่เป็นก็ให้แม่ตัวเองเลี้ยง แล้วตัวเขาจะผูกพันกับลูกไหม? ทุกวันนี้เราก้รู้ๆอยู่ว่า เด็กนักเรียนในชนบทส่วนใหญ่ร้อยละ 80-90 ส่วนใหญ่อยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย เด็กในเจเนอเรชั่นต่อไปจะเป็นอย่างไร ภาพมันเห็นลางๆแล้วละ การอบรมครั้งนี้เราก็ได้รับความรู้จากวิทยากรคุณภาพดีมากๆหลายท่าน อย่างเช่น ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์สมพล พงศ์ไทย ก็มาพูดให้เรารู้เพิ่มอีกหลายเรื่อง อาจารย์บอกว่า วัยรุ่นของเราอายุ13-19ปีร้อยละ 99 มีการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง อีก1เปอร์เซนต์ไปบวช ส่วนใหญ่วัยรุ่นจะลาออกจากโรงเรียนก็อายุประมาณ 15 ปีเพราะท้อง อาจารย์ยังบอกอีกว่าคนเราต้องการความสุขสมบุรณ์ ซึ่งต้องมองถึง 4 มิติคือ 1.Physical คือร่างกาย 2.Mental มนุษย์ต้องการความสมบุรณ์ทางด้านจิตใจ 3.Spiritual ความสมบุรณ์ทางจิตวิญญาณคือคุณธรรมประจำใจ 4Socialความสุขทางสังคมคือการอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ การจะผ่านทั้ง 4 มิตินี้ได้นั้นอาจารย์บอกว่าต้องเริ่มมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่โน้น และมนุษย์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับความสุขทางเพศมากกว่าการสืบพันธ์ ซึ่งก็มีตัวกระตุ้นทั้งภายในและภายนอก ภายนอกก็ได้แก่ กลิ่น เสียง สัมผัส ภายในก็ได้แก่การจินตนาการ แต่มนุษย์ยังมีส่วนสมองที่มีการยับยั้ยชั่งใจได้ ถ้าเราสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องเพศโดยฝึกให้เด็กรู้จักการยับยั้งชั่งใจได้ เด็กก็จะผ่านจุดนั้นได้อย่างปลอดภัย และคนที่ต้องสร้างก็ไม่ใช่ใคร พ่อแม่ ครูและคนในสังคมจะต้องร่วมมือกันสร้าง ถ้าเราจะสร้างให้เด็กมีการยับยั้งชั่งใจต้องสร้างก่อนเด็กอายุ20ปี เพราะเป็นช่วงที่เด็กมีพัฒนาการมาก หลัง20 ปีไปแล้วสร้างยาก อืม/น่าจะจริงไม่อย่างนั้นจะมีสุภาษิตไทยว่าไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยากรึ อาจารย์บอกว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจารย์พบว่าวัยรุ่นที่ขอมาทำแท้งนั้นส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าร่วมเพศคืออะไรและไม่รู้ว่าจะทำให้ท้องได้ แถมอาจารย์ยังบอกว่า เด็กไม่รู้หลายอย่างคือ ไม่รู้ว่าร่วมเพศเป็นอย่างไร รู้ว่าร่วมเพศแล้วท้องได้ รุ้ว่าร่วมเพศแล้วท้องแต่ไมรู้ว่าจะป้องกันอย่างไง รู้ว่าป้องกันได้แต่ไม่รู้ว่าจะไปหาได้ที่ไหน รู้ว่าหาได้ที่ไหนแต่ไม่รู้กินหรือทำอย่างไร รุ้ว่ากินหรือทำอย่างไรแต่ไม่คิดจะกินจะทำ และรู้ทุกอย่างไต่ไม่คิดจะทำอะไรสักอย่าง อาจารย์บอกว่าต่างประเทศเขาจะฝึกทักษะปฏิเสธโดยให้เด็กพูดคำว่า NO จนเคยชินและไม่อายที่จะปฏิเสธ ตรงนี้เราว่าก้น่าสนใจดีสำหรับประเทศไทย กลัวแต่ว่าจะเป็น NO NO OK แล้วละยุ่งเลย อาจารย์บอกว่าการพัฒนาพฤติกรรมที่ดีคือการมีตัวอย่างที่ดีอย่างอื่นไม่ได้ผล วันพรุ่งนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับวัยรุ่นอีกจะมาเล่าใหม่จ๊ะ อยากได้ความคิดเห็นเข้ามาพูดคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยน เอ้าใครอยากแจมด้วยก็เชิญจ้า
ได้เลยน้องกบ มีอะไรหลายๆอย่างที่พี่สงสัย แต่ยังหาแนวทางไม่ได้ อยากเห็นอะไรๆที่มันแปลกและใหม่เหมือนกัน
ขอบคุณมากคะคุณหมอนนท์ เราชาวสาธารณสุขก็ต้องร่วมมือกันสร้างต่อไปคะ เพราะอย่างไรก็คือลูกหลานของคนไทย จริงไหมคะ