หลังจากบรรยายเนื้อหาเกี่ยวกับ Fatigue ซึ่งผมได้มีโอกาสค้นคว้าความสัมพันธ์ระหว่างระดับความล้าและความปวดในโรค Fibromyalgia ซึ่งพบว่า Pain ถูก trigger มาจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ infection, immunization, life event, trauma ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกินกว่าค่าสมดุลย์ของระบบควบคุมทางสรีรวิทยาของร่างกาย โดยเฉพาะ neuroendocrine system และ central nervous system เมื่อมี Pain สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถเกิดความล้าสะสมตามมาด้วย
ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีแรงจูงใจต่ำ สิ่งแวดล้อมภายนอก ความซึมเศร้าในชีวิตประจำวัน รูปแบบการนอนมากหรือน้อยจนเกินไป และอาการวิตกกังวลจากความบกพร่องทางระบบประสาท
วิธีการจัดการความล้า เลยดูเหมือน subjective management แต่ก็ต้องใช้เทคนิคของ Knowledge Management และ Self-management มาพัฒนาโปรแกรมโดยระดมสมอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคิดวิเคราะห์จัดเนื้อหาในการพูดคุยกับผู้ป่วยโรคล้าเรื้อรังอย่างเหมาะสม
ทั้งสองกลุ่มนักศึกษามีความเข้าใจที่จะซักถามและยกตัวอย่างของคำจำกัดความของความล้า ชนิดของความล้า วิธีการรักษาจากพื้นฐานความรู้ทางกายภาพบำบัด แต่ได้เรียนรู้แนวทางและประสบการณ์ของการจัดกลุ่มเนื้อหาที่ตรงกับสาเหตุ ผลกระทบ และปัจจัยเกื้อหนุนต่อการจัดการความล้าของผู้ป่วยมากที่สุด
ลองมาศึกษาผลงานของนักศึกษาทั้งสองกลุ่มดูครับ ขอบคุณนักศึกษาในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สนุกและมีประโยชน์ในเชิงคลินิกครับ
- ความล้า = เมื่อย ไม่อยาก/ไม่มีอารมณ์ทำอะไร ท้อแท้ ไม่สมหวัง ไม่สบาย/imbalance กายและใจ รู้สึกเครียด ขาดพลังงาน/ไม่มีแรง ทำกิจกรรมได้ไม่เต็มความสามารถ สมองไม่แล่น ขาดแรงจูงใจ ทำงานหนักเกินกำลัง
- จากข้างต้น แบ่งความล้าออกเป็น ล้าทางกล้ามเนื้อ ล้าทางความคิด ล้าทางจิตสังคม และรวมกัน
- กรณีศึกษาทั้งสองกลุ่ม มีลักษณะใกล้เคียงกัน คือ ไม่มีแรง เมื่อยทั้งตัว ไม่อยากทำอะไร อยากนอนทั้งวัน
- จากอาการข้างต้น ทั้งสองกลุ่มพยายามแนะนำวิธีการรักษา เช่น ทำสมาธิ เล่นกีฬา เล่นโยคะ หากิจกรรมยามว่าง ฝึกผ่อนคลายด้วยตนเอง รักษา pain ตามอาการ ออกกำลังกายเบาๆ หาเพื่อนสนิทให้คำปรึกษา
- จากนั้นสมาชิกในกลุ่มร่วมคิดวิเคราะห์วิธีการรักษาข้างต้นมาจัดกลุ่มในเนื้อหาตามหลักการและหัวข้อต่อเนื่องใน 6 หัวข้อ (หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์) ได้แก่
แนะนำความสำคัญของการทำกิจกรรมพักผ่อน
การให้ความรู้เรื่อง Body Mechanics และการสื่อสารทำความเข้าใจการเคลื่อนไหวของตนเอง
การจัดสาธิตและปฏิบัติขั้นตอนต่างๆ ของกิจกรรมที่มีผลกระทบจากความล้า จากความรู้ทั้งสองหัวข้อที่ผ่านมา
การฝึกหลักการจัดลำดับความสำคัญของขั้นตอนย่อยในการทำกิจกรรมและตั้งเป็นรูปแบบที่ตนเองสามารถทำและไม่เกิดความล้าที่มากจนเกินไป
การฝึกวางแผนและจัดตารางระหว่างวันเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ที่มี/ไม่มีผลกระทบจากความล้าให้สมดุลย์
การทบทวนสิ่งที่ได้รับและได้นำไปทดลองปฏิบัติจนได้ผล จากหัวข้อที่ผ่านมา หากยังไม่ได้ผล ต้องเข้ารับการทบทวนหัวข้อต่างๆ ใหม่จนปรับรูปแบบที่มีผลต่อการจัดการความล้าพอเพียงต่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไป
เท่าที่สังเกตข้อมูลที่นักศึกษานำเสนอ ส่วนใหญ่ยังเน้นการให้ข้อมูลทางการแพทย์ สังคม และวิชาชีพกายภาพบำบัดต่อผู้ป่วยโดยตรง ซึ่งยังไม่เข้ากับหลักการ fatigue management ที่เน้นดึงความคิดและการแก้ไขปัญหาของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยผู้บำบัดพยายามกระตุ้นและสร้างความมั่นใจในประเด็นการจัดการที่ผู้ป่วยคิดขึ้นอย่างมีเหตุผล ทั้งนี้อาจต้องฝึกฝนการสร้างโปรแกรมอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ
ตัวอย่างที่นักศึกษานำเสนอได้น่าสนใจ เช่น ให้ผู้ป่วยเลือกกิจกรรมที่ชอบและเรียนรู้ที่จะแก้ไขท่าทางและการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมด้วยตนเอง ให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนการทำกิจกรรมระหว่างวันและต่อเนื่องไปยังรูปแบบการนอนที่เหมาะสม ให้ผู้ป่วยเรียนรู้หลักการยศาสตร์และเทคนิคการผ่อนคลาย เป็นต้น