เหตุทำนองนี้เชื่อว่าเคยเกิดกับหลายคน

สู้กับผี

หลายต่อหลายครั้งที่ข้าพเจ้าสับสนกับชีวิตเท่าที่มีจิตพิจารณากับบางสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นอย่างในคืนวันนี้ หมามันหอน....ได้โหยหวน พวกมันลากเสียงจนยานคางได้ถึงใจ พอๆ กับความหนาวเหน็บ  ในบรรยากาศตอนเที่ยงคืน มันส่งเสียงรับกันเป็นทอด ตั้งแต่ต้นซอยมากลางซอย  ผ่านหน้าบ้าน เลยเข้าไปถึงท้ายซอย  เหตุใดมันชั่งเลือกเวล่ำเวลาให้รู้สึกสยองเช่นนี้

           นั่นน่ะซิหมามันหอนโบราณท่านว่ามันเห็น ...ผี... มันหอนรับกันเช่นนี้ แสดงว่ามันเห็นการกลับมาของอะไรสักอย่างเป็นแน่ เอ...หรือว่าเป็นฤดูผสมพันธุ์ของมันทั้งหลาย หมามันมีวินัยขนาดนี้เชียวหรือ ขนาดผสมพันธุ์ยังตรงเวลากันเสียทุกวัน แหม.....มันน่าอายหมาเหมือนกันนะ

           อ๋อ...นี่ไม่ใช่หมายความเป็นอย่างอื่นดอก ก็คนไม่มีระเบียบอย่างข้าพเจ้านั่นซิ ทำอะไรก็ไม่ใคร่จะมีระบบ ระเบียบเหมือนชาวบ้านเขา  นั่น...นั่น....มันหอนรับกันอีกแล้ว เสียงหมามันหอนเวลานี้ชั่งน่ากลัวเสียยิ่งกว่าในละครผีในT.V. ไม่เอาดีกว่า  ไอ้ตัวเรามันแก่จินตนาการอยู่ด้วย ขืนฟังต่อคงไม่ได้นอนเป็นแน่

           หลังจากข้าพเจ้าเข้านอนไปสักครู่ก็ให้รู้สึกว่าหัวใจมันเริ่มเต้นเร็วผิดจังหวะ            มันเปลี่ยนไปทำหน้าที่เหมือนเครื่องเรด้าร์ คล้ายกับจะคอยตรวจจับอะไรบางอย่าง    ที่มองไม่เห็น มันส่งสัญญาณบอกเป็นระยะ ๆ ว่า... กำลังมีใครบางคนเดินวนเวียนอยู่รอบๆ บ้าน

           อีกสักครู่มันส่งสัญญาณอีกครั้ง ไอ้นั่นมันเข้ามาในบ้านแล้ว

           จิตใต้สำนึกของข้าพเจ้าบอก ย้ำความผิดปกติ เป็นครั้งที่ 2  เป็นการตอบสนองกับบางสิ่งภายนอก .... เจ้าของฝีเท้านั่น ...มัน ทำให้ข้าพเจ้าหนาวไปจนถึงขั้วหัวใจ (มันจะเป็นขโมยไปได้อย่างไร ก็หมาทั้งหลายยังหอนอยู่ตรงหน้าบ้าน แทนที่มันจะเห่า หรือขู่กรรโชก ข้าพเจ้ารู้ดีเพราะเคย... เป็น.. หม....า ) เอ้ย.......ไม่ใช่เพราะเคยเลี้ยงหมามาก่อน

           พวกเจ้าหมาเริ่มหอนเสียงดังและ เน้น มันโหยหวนกว่าเก่าเหมือนวงดนตรีกำลังบรรเลงเพลงเบิกโรงต้อนรับท่านประธานในพิธีที่เพิ่งมาถึง ข้าพเจ้าคงได้แต่นึกแช่งไอ้หมาเวรทั้งหลาย ทำไมมันไม่ไปหอนกันที่อื่น ด้วยกล้าๆ กลัวๆ ข้าพเจ้าพยายามข่มใจนอน ก็พึ่งมาสำนึกได้ตอนนี้ว่าการมีเมียนอนอยู่ใกล้ๆ ในเวลาเช่นนี้ มันดีเพียงใด ข้าพเจ้าตะปบตัวเธอที่นอนหลับอยู่ เพื่อความแน่ใจ และ เพื่อบอกให้รู้ว่า "คืนนี้อย่าทิ้งกันไปไหนนะ" ข้าพเจ้า......กลัว....ผี! ข้าพเจ้าเผลอหลับไป ทั้งที่ยังเสียวสันหลังอยู่เลย

           มันไม่ใช่อาการครึ่งหลับครึ่งตื่น แม้จะหลับไปแต่เหมือนยังมีสติรับรู้ มีเสียงสูงๆ ต่ำๆ อื้ออยู่ในหู มันเจ็บเหมือนไฟฟ้าช็อตเบาๆ เหมือนหูกำลังจะดับ ร่างกายควบคุมไม่ได้ ชาไปทั้งตัว พยายามจะพลิกตัวและ ขยับร่างกาย แต่ก็ทำไม่ได้ หัวใจเต้นแรง รัว เร็ว ยิ่งขึ้น เหมือนกำลังจะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น มีบางอย่างผิดปกติ ข้าพเจ้าเหมือนถูกสะกดให้อยู่กับที่  เหมือนเจ้าหมูตัวอ้วนที่กำลังถูกจับมัดอยู่ในท่าที่กำลังจะโดนเชือด  ใช่แล้วเป็นการต่อสู้กับอะไรบางอย่างในร่างกายของเราเอง ข้าพเจ้าพยายามอ้อนวอนขอความปรานี แต่ไม่เป็นผล กับเป็นว่าอาการมันยิ่งรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

           เวลานั้นบางอย่างทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจแล้วว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัว มิใช่เกิดจากโรคภัย หรือธรรมชาติอากาศ เป็นตัวกระทำ ความคิดกระเจิง ขนหัวลุกซู่ ได้ยินเสียงหัวใจกรีดร้องด้วยความกลัว มีอะไรบางอย่างมันพยายามแทรกตัวผ่านเข้ามาในร่างกาย

           ข้าพเจ้ามองเห็นกลุ่มหมอกสีเทาดำมันเคลื่อนที่เหมือนน้ำไหล มันไหลเข้ามาใกล้ๆ มองเห็นมันทั้งที่ไม่สามารถเปิดตาออกดูได้ ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาตั้งนานแล้วแต่ร่างกายภายนอกยังหลับอยู่ "นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น" ข้าพเจ้าไม่เคยตื่นเต้นกับอะไรอย่างนี้มาก่อน แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ข้าพเจ้า "กลัว" พยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการคำสาปเจ้าผีร้าย

           วูบ...หนึ่ง ข้าพเจ้านึกถึง พระ.... ใช่...พระต้องช่วยได้...คุณพระคุณเจ้า...ช่วยด้วย.....หลวงปู่ทวด, พระเกจิอาจารย์ โปรดช่วยลูกด้วย..........ข้าพเจ้าพยายามสวดมนต์ด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ถูกบ้าง ผิดบ้าง ลืมไปบ้าง ข้าพเจ้าไม่รู้สวดอะไรออกไป อาการตัวแข็ง หูอื้อเริ่มหนักขึ้น ทั้งเจ็บหน้าอก เมื่อกลุ่มควันลอยใกล้เข้ามาทุกทีๆ เหมือนวิญญาณในร่างกำลังจะยืดหลุดออกไป มีอะไรบางอย่างกำลังจะแทรก แทนที่วิญญาณของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเจ็บปวดเหมือนกำลังมีใครมาฉีกและ ยืด ให้แยกออกเช่นเดียวกับหมากฝรั่งที่กำลังจะถูกบ้วนทิ้ง...

           กำลังใจข้าพเจ้าเริ่มถดถอย และ พ่ายแพ้ต่อกำลังอำนาจประหลาด การแย่งชิง การต่อสู้กำลังจะถึงจุดจบ มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับข้าพเจ้า "ตูอยู่ของตูดีๆ ,มึงเป็นใคร".....เอาวะไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้ว ข้าพเจ้าฮึดสู้ดูอีกครั้ง... ลองสู้กับไอ้เวรนี่ดูอีกสักตั้ง

           น่าแปลกพอเอาเข้าจริงๆ ข้าพเจ้าบังเกิดสมาธิอย่างเหลือเชื่อ จิตใจสงบลงในทันที  เหมือนลูกตุ้มที่ถูกตัดสายเอ็นที่คอยทำให้แกว่งไปมานั้นได้ขาดลง มันตกลงไปสงบนิ่งอยู่ในห้วงเหวลึก เหมือนน้ำตกไหลย้อนกลับขึ้นสู่ที่สูงได้ ไม่มีความกลัว ไม่ตื่นเต้น ไม่ไหวติง มันสงบและ เงียบ ไอ้เวรนั่นก็คงแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าเช่นกัน ข้าพเจ้ารีบสวดมนต์  ทำสมาธิทันที

           "อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง" (เพียงเท่านี้ยังไม่ทันจะถึงคำว่า "ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ" มันเหมือนกับมีอะไรกระเด็นออกไปจากตัวข้าพเจ้า เหมือนมันถูกเหวี่ยงให้หลุดออกไปด้วยความรุนแรง ข้าพเจ้ารับรู้ได้ถึงแรงสะท้อนนั้น มันทำให้ข้าพเจ้าหลุดพ้น จากอำนาจบังคับ

           ข้าพเจ้าลุกขึ้นมองไปรอบๆ ห้อง ความรู้สึกนั้นเหมือนปลาซิวที่พึ่งรอดตาย จากเบ็ดของนายพราน ข้าพเจ้าตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่สักครู่

           ข้าพเจ้าเชื่อแล้วว่า ความศักดิ์สิทธิ์มีจริง เพราะบทสวดมนต์สั้นๆ บทนั้นที่ข้าพเจ้าเคยท่องตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแท้ๆ เป็นยันต์คุ้มภัยได้อย่างดี  เมื่อถึงยามคับขันของชีวิต  ส่วนบทอื่นๆ ที่เคยหัดท่องมา จำไม่ได้เลยสักกะบทเดียว เพราะมัวแต่ตื่นเต้นอยู่ไง ท่องบทโน้นไปผสมบทนี้ ......... มั่วกันเป็นพลันวัน เชื่อข้าพเจ้าเถอะถ้าเจออาการที่เรียกว่าโดน "ผีอำ" หรือใครจะว่า เพราะเกิดจากความผิดปกติทางร่างกายหรือป่วยก็ตามเถิด เหตุผลเดียวที่จะช่วยได้คือ ให้ท่านทั้งหลายตั้งจิตสวดมนต์ตามบทสวดข้างล่าง พร้อมทำสมาธิให้แน่วแน่ หากวันใดเกิดเหตุการณ์ทำนองคล้ายๆ กันนี้กับท่าน ท่านจะได้ปลอดภัย และ ไม่ต้องตื่นเต้นจนปางตายอย่างข้าพเจ้า ส่วนข้าพเจ้าเชื่อว่าคราวหน้ามันมาอีกจะไม่ปล่อยให้การต่อสู้ยืดยาวเช่นนี้เป็นอันขาด

           คำบูชาพระรัตนตรัย

            อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา พุทธธัง ภะคะวันงตัง อภิวาเทมิ สะวากขาโต ภะคะวาตา ธันโม ธัมมัง นะมัสสะมิ สุปะฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ

           (จำไว้เถอะ ท่องให้ขึ้นใจ ถึงยามคับขันจงอย่าได้หลงลืม)

           ตอนเช้าแหววเล่าว่า เมื่อคืนตอนตีสาม แหววตื่นขึ้นมาเหมือนมีใครมาเรียก พอลืมตาขึ้น เห็นผู้ชายตัวสูงใหญ่ ใส่เสื้อผ้าตัวหลวมๆ เหมือนพวกเด็กแร๊ป  มายืนจ้องข้าพเจ้าอยู่ที่ปลายเท้า

           แหววมองเห็นหน้าเขาชัดเจน ชายคนนั้นยืนอยู่คล้ายเกือบจะลอย หน้าตานิ่งเฉย แหววเพ่งมองอีกครั้งจนแน่ใจว่า นั่นไม่ใช่คนเสียแน่แล้ว ไอ้นั่นมันมายืนทำไม.. หัวใจเต้นโครมๆ ปากชาไปหมด จะกรี๊ด ก็กรี๊ดไม่ออก ความรู้สึกมันบอกชัดเลยว่าใช่ "โดนแล้วตู" ไอ้เปรตนั้นมันผีแน่นอน ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ก็ได้ โอ้ย...ฉี่แทบราด กลัวมันหันมาสบตา จะพาลซวยกันไปใหญ่ เจอเต็มๆ คนเดียวเลย  (แหววว่าเข้านั่น) เมื่อคืนไอ้พี่หน่องนอนหลับน้ำลายยืด ไม่รู้สึกรู้สาตัดช่องน้อยแต่พอตัว

           แหววก็หลับตาปี๋อย่างเดียว มันจะทำอะไรก็ชั่งหัวมันเถอะ ต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน อย่ามายุ่งกับ* เป็นใช้ได้ บ่นเสร็จแหววก็สวดมนต์ไล่ๆๆๆๆ มารู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว จึงเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง แหววถามข้าพเจ้าว่า เมื่อคืนฝันแปลกๆ บ้างหรือเปล่า ข้าพเจ้ายิ้มแล้วพยักหน้าตอบ

           ช่วงนั้นเราสองคนสวดมนต์ก่อนนอนหลายบททุกวัน เสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน จนใครๆ คิดไปว่า เรามีใจศึกษาใฝ่ธรรมะอย่างจริงจัง แต่หารู้ไม่ แท้จริงแล้ว เรา "กลัว..............ผี" ฮ่า...ฮ่า....ฮ่า