ภูมิแพ้ VS หมา
คุณเคยเป็นภูมิแพ้มั้ยคะ? ตอนนี้หายแล้วยังคะ? แล้ว...รู้หรือเปล่าว่าแพ้อะไร? คุณเลี้ยงหมามั้ยคะ? หมาคุณแข็งแรงดีรึเปล่า?
หมาที่บ้านของข้าพเจ้าเป็นภูมิแพ้ค่ะ เป็นภูมิแพ้จริง ๆ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าแพ้อะไร
เจ้าซุป(ชื่อหมาค่ะ) เมื่อก่อนเค้าจะมีขนดำ เป็นเงางาม(จริง ๆค่ะ ดูจากรูปสิคะ)

แต่ตอนนี้ ขนรอบดวงตาร่วงหมดเลยค่ะ ขนที่ตีน (ตีนจริงๆ ไม่ใช่เท้า) ขนที่คอ ขนที่ข้อศอก ร่วงเป็นหย่อม ๆ แล้วใบหูด้านในจะหนา มีผื่นแดงเป็นปื้น ๆ กลิ่นออกเหม็นเปรี้ยว มีอาการคันตลอดเวลา
พาเจ้าซุปไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้ แต่ไม่ทราบว่าแพ้อะไร อาจจะแพ้อาหาร หรือแพ้จากการสูดดม (ตอนนี้ซุป อายุ ๗ ปี ๑๐ เดือน นำหนัก ๓๗ กิโลกรัม) ต้องลองสังเกตไปเรื่อย ๆ ลองงดอาหารเม็ด ให้กินแต่ข้าวคลุกปลา แล้วทำตารางอาการใน ๒ อาทิตย์ ว่าอาการเป็นอย่างไร หมอสั่งเด็ดขาดว่า ให้คนที่บ้านใจแข็งหน่อย ห้ามให้อาหารชนิดอื่นทั้งสิ้น นอกจากข้าวคลุกปลา(คือหมอสันนิษฐานว่าอาจจะแพ้อาหารเม็ด หรือแพ้ไก่ หมู เนื้อฯลฯ) แล้วก็ให้ยามากิน จนแม่(แม่ของข้าพเจ้าเอง)ออกอาการเป็นห่วงว่า แล้วมันจะบำรุงขนด้วยอะไรหล่ะ?ถ้าไม่ให้ซุปกินอาหารเม็ด (สงสัยแม่จะดูโฆษณา อาหารหมาที่บอกว่า ช่วยบำรุงขนให้เงางาม)
ค่ายาแต่ละครั้งหรือคะ? ประมาณ ๑,๑๐๐ บาท ขึ้นไปค่ะ (แพงกว่าค่ายาของแม่อีกแน่ะ) เบิกจากราชการก็ไม่ได้ เฮ้อ....
อาการเค้าจะเป็นอย่างนี้มาเอยครึ่งปีแล้วหล่ะ พาไปหาหมอสองครั้งแล้ว แต่ครั้งแรกอาการไม่ดีขึ้น
ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า ซุปจะอาการดีขึ้นหรือเปล่า (ซุป...เค้าอยู่ภูเก็ต แต่ตัวข้าพเจ้าทำงานอยู่พังงา) นี่ก็ครบสองอาทิตย์แล้ว
สงสัยคงต้องกินยาตลอดชีวิตแล้วหล่ะมั้ง
ก็ต้องดูแลกันไป ซุปเค้าเป็นเหมือนสมาชิกในบ้านคน(ตัว)หนึ่งนี่คะ...
ไม่ทราบว่าเป็นพันธุ์อะไรครับเจ้าซุปน่ะครับ
ดู ดู เหมือน โกลเด้น รีทรีฟเว่อ แต่ไม่เคยเห็นพันธุ์นี้สีดำ
ของผมเป็นโกลเด้น ฯ สีน้ำตาล อายุแค่ 1 ขวบ 4 เดือน
เขาไม่เป็นภูมิแพ้ (อนาคตไม่รู้) แต่ผมเองเป็นภูมิแพ้ครับ ไม่ทราบสาเหตุ คุณหมอว่างั้น ก็ทานยาแก้แพ้ เมื่อมีอาการคัน ขึ้นผื่น แต่คุณหมอบอกไหยหรอก ต้องออกกำลังกาย และรักษาสุขภาพหน่อย
ก็เลยพยายามออกกำลังกายครับ
เจ้าซุปขนสีดำสวยดีนะครับ
ซุปเป็นพันธุ์ผสมค่ะ ผสมหลังอาน กับ ค็อกเกอร์ แต่ดูแล้ว ก็เหมือน โกลเด้นฯ นะคะ
ที่บ้านเลี้ยงพุตเดิ้ล สีนำตาล มีอาการแพ้แชมพูหมอแนะนำให้ใช้แชมพูสมุนไพรก็ดีขึ้น
เจ้าไจแอ้นเป็นสมาชิกที่ดี และทำหน้าที่ตัวเองได้ดีมาก ถ้าคนแปลกหน้าเข้าบ้านจะไม่เห่า แต่จะวิ่งไปแอบใต้โต๊ะทำงาน (เอาตัวรอดก่อน)ทุกครั้ง ถ้าไม่พอใจก็จะเอาหน้าตัวเองไปจิ้มไว้กับผนังบ้าน จนกว่าจะมีคนมาง้อ (ดาราเจ้าบทบาท)เลี้ยงสุนัขแล้วทำให้เรียนรู้สิ่งต่างๆได้เยอะมาก จนบางครั้งพฤติกกรรมของสุนัข ทำให้เราคิดได้ว่าระหว่างสุนัขกับคน ใครฉลาดกว่ากัน
สวัสดีค่ะ
Venus&Jupiter เป็นเพียงชาวบ้าน ไม่ได้เป็นคุณหมอ และ ไม่ได้มีความรู้เรื่องภูมิแพ้ค่ะ
แต่ได้เข้าไป search google
โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
พบได้ประมาณ10เปอร์เซนต์ ของสุนัข มีแนวโน้มว่าสาเหตุอาจเนื่องมาจากความผิดปกติทางพันธ ุกรรม ทำให้สุนัขมีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่น ละออง เกสา เส้นผม เส้นขน และเชื่อราเป็นต้น มักพบอาการในสุนข 6เดือน ถึง3 ปี สุนัขพันธ์ เวสต์ไฮแลนด์ ไวร์เทอร์ เรีย ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ พุดเดิ้ล และดัลเมเชี่ยน จะมีความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้มากกว่าสายพันธ์อื่น
อาการ
อาจพบผื่นแดง คัน บริเวณขาหน้าทั้ง 2 ข้าง ฝ่าเท้าอักเสบแดง ริมฝีปากอักเสบ หูอักเสบและแดงทั้งสองข้าง สุนัขบางตัวอาจมีอาการสัมพันธ์กับฤดูกาลได้
การวินิจฉัย
จากการลักษณ์รอยโรค กระจายของรอยโรค อายุ สายสัมพันธ์ และพันธุกรรม
การรักษา
ใช้หลายวิธีร่าวกัน ได้แก่
- การกำจัดสารต่อภูมิแพ้ (กรณีที่ระบุได้)
- การสร้างภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ (กรณีที่ระบุได้)
- การให้ยาต้านการอักเสบ ลดอาการแพ้ หรือกรดไขมันโอเมก้า3
- การให้ยาปฎิชีวนะ หรือยาต้านเชื่อยีสต์ กรณีที่มีการติดเชื่อแบคทีเรียหรือยีสต์ปทรกซ้อน
- การให้ยาแก้แพ้ (สารต้านฮีสตามีน)
การแพ้อาหาร
กลไกของการแพ้อาหาร
ในระยะแรกสัตว์เลี่ยงสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้โดยไม่แส ดงอาการ ซึ่งอาจกินเวลาหลายเดือนหรือหลายปี ร่างกายสัตว์จะสร้างภูมิต้านทาน และเมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้อีกครั้ง ร่างกายจะปล่อยสารฮีสตามีนซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้
อาหารที่ก่อภูมิแพ้ในสุนัขที่พบได้บ่อย เช่น เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม และข้าวสาลี สุนัขพันธ์ที่มีความเสี่ยงต่ออาการแพ้ อาหาร ได้แก่ เวสต์ไฮแลนด์ไวท์เทอร์เรีย คอกเกอร์ สเปเนียล และไอริส เซตเตอร์ ส่วนอาหารก่อภูมิแพ้ในแมวที่พบได้ เช่น เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม และเนื้อปลา
การแพ้อาหารเกิดได้ทุกชั่วอายุ แต่พบได้บ่อยในสัตว์อายุน้อย และปฎิกริยาการแพ้มักจะรุนแรง
อาการ
อารการทางผิวหนัง เช่น คัน หูอักเสบ และผิวหนังอักเสบ
อาการทางระบบเดินอาหาร ได้แก่ ท้องร่วงเรื้อรัง อาเจียนบ่อย ท้องอืด เป็นต้น
การวินิจจัย
โดยการทดสอบอาหาร งดอาหารเดิมของสัตว์เลี้ยง และให้กินอาหารสูตรไม่ก่อภูมิแพ้นาน 2เดือน สัตว์เลี้ยงที่มีภาวะแพ้อาหารอาจจะทุเลาในช่วงเวลาทด สอบอาหาร
สิ่งที่จำเป็นสำหรับการทดสอบอาหาร สุนัขต้องไม่กินอาหารอื่นนอกจากอาหารไม่ก่อภูมิแพ้
อาหารที่เราใช้ในการทดสอบ มี 2ชนิด
1. โปรตีนคัดสรร เป็นอาหารที่มีส่าวประกอบของโปรตีน ที่สัตว์เลี้ยงไม่เคยได้รับ มากิอนเ เช่น เนื้อแกะ เนื้อกระต่าย หรือปลาบางชนิดเป็นต้นร่ามกับคาร์โบไฮเดรต
2. โปรตีนไฮโดรเสต เป็นการใช้โปรตีนที่ผ่านกระบวนการย่อยให้มีขนาดเล็กม ากจนกระทั่งไม่สามารถก่อภูมิแพ้ได้
การรักษา
โดยการหลีกเลี้ยงอาหารสัตว์ที่สัตว์แพ้ ร่วมกับการให้กินอาหารที่ไม่ก่อภูมิแพ้ไปตลอดชีวิต
โรคผิวหนังจากการติดเชื่อยีสต์
เป็นโรคที่ติดจากการติดเชื่อ malassezia pachy dermatis ซึ่งพบได้บนร่างกายของสุนัขปกติ เช่น ผิวหนัง ช่องหู ปากช่องคลอด ต่อมข้างก้น และทวารนัก เป็นต้น กระบวนการเกิดโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด พบว่าความอ่อนแอหรื่อความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร ่างกายสุนัข ทำให้เกิดการเพิ่มจำนวนของเชื่อนี้อย่างรวดเร็ว
สภาพผิวหนังที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื่อยีสต ์นี้ เช่น
- ผิวหนังที่มีการสร้างน้ำมันออกมามาก
- ผิวหนังที่มีความชื่นสูง
- ผิวหนังที่มีความผิดปกติของชั้นหนังกำพร้า เช่น มีการอักเสบติกเชื่อแบคทีเรีย เป็นต้น
อาการ
สัตว์ป่วยจะมีอาการคัน มีผื่นแดง ขนร่วงเนื่องจากการกัดและเกา พบสะเก็ดสีเหลืองหรื่อเทา มักมีการสร้างของเหลวที่มีกลิ่นเหม็นอับ พบได้ย่อยบริเวณจุดอับของร่างกาย เช่น ใต้คาง รักแร้ ง่ามนิ้ว เป็นต้น
การวินิจฉัย
โยการใช้สำลีเช็ดผิวหนังหรื่อใบมีดขูดเบาเบาที่ผิวหน ังที่มีรอยโรค นำตัวอย่างไปย้อมสีและส่องดูเชื้อที่กล้องจุลทรรศน์
การรักษา
ขึ้นกับความรุนแรง และการกระจายของรอยโรคโดยทั่วไปมีการรักษา 2 แบบคือ
- การรักษาเฉพาะที่โดยการใช้ยาทา หรื่อแชมพูยา
- การรักษาทางระบบ โดยการให้กินยาฆ่าเชื่อยีสต์และ ลดการอักเสบ
ขอขอบคุณ
http://thaidogcenter.com/vb/showthread.php?p=424933
คุณ สุปรียา ลองเข้าไป ค้นหาจาก google โดยใส่คำถามเป็นภาษาไทยหลายๆ แบบของคำถามนะคะ อาจจะเจอคำตอบที่ต้องการเร็วขึ้นค่ะ และอาจ ใช้เป็นภาษาอังกฤษ ก็ได้ แต่คำตอบทั้งหมด จะเป็นภาษาอังกฤษค่ะ ลองๆ ดูนะคะ
ขอให้น้องหมาหายป่วยเร็วๆ นะคะ
ได้หาความรู้เพิ่มเติมมาให้ไม่ทราบว่าช้าไปหรือเปล่านะเจ้าคะ
ภาวะไวต่ออาหาร คือ อะไร
การไวต่ออาหาร
เป็นคำที่ใช้เรียกปฏิกิริยาตอบสนอง
ในแง่ลบต่ออาหาร
การไวต่ออาหารแบ่งเป็น
- การแพ้อาหาร
หรือภูมิไวเกินต่อสิ่งกระตุ้น (อาหาร)
มักเกิดขึ้นเมื่อร่างกาย
เกิดปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน
ต่อส่วนประกอบของอาหารบางชนิด
- การไม่ทนต่ออาหาร
คือ เมื่อความไวต่ออาหาร
เกิดจากสาเหตุอื่น
นอกเหนือจากปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน
อาการของการไวต่ออาหาร
ส่วนใหญ่ก็คือความผิดปกติ
ของการย่อยอาหาร
หรือ การระคายเคืองผิวหนัง
ถึงแม้ว่าอาการเหล่านี้ไม่อันตรายถึงชีวิต
แต่ก็มีผลกระทบอย่างมาก
ต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง
กลไกการเกิดการไวต่ออาหารนั้นซับซ้อน
แต่ในกรณีของการแพ้อาหาร
สารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้
มักจะเป็นสารจำพวกโปรตีน
เมื่อเกิดการแพ้อาหารขึ้นแล้ว
ก็มักจะแพ้ไปตลอดชีวิต
ดังนั้น การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ
คือ การกำจัดสาร
ที่ทำให้เกิดการแพ้ออกจากอาหาร
**ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง**
ในการไวต่ออาหาร ได้แก่
อาหาร
สารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ของสุนัข
ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ เนื้อวัว
ผลิตภัณฑ์จากนม และข้าวสาลี
สำหรับแมวก็คือ เนื้อวัว
ผลิตภัณฑ์จากนม และเนื้อปลา
ความเสียหายอื่น ๆ
การอักเสบ การติดเชื้อ
การผ่าตัดและยาบางชนิด
อาจก่อให้เกิดความเสียหาย
ของระบบย่อยอาหาร
และเพิ่มความเสี่ยงต่อการไวต่ออาหาร
อายุ
การไวต่ออาหารพบได้บ่อย
เมื่อสัตว์มีอายุน้อย
และความรุนแรงของปฏิกิริยาการแพ้
ในสัตว์อายุน้อยนั้นมักจะรุนแรง
สายพันธุ์
สัตว์บางพันธุ์มีความเสี่ยง
ต่อการไวต่ออาหาร เช่น แมวพันธุ์ไทย
สุนัขพันธุ์ เวสต์ ไฮแลนด์ ไวท์ เทอร์เรียร์
คอกเกอร์ สแปเนียล
ส่วนสุนัขพันธุ์ไอริช เซตเตอร์
มักแพ้โปรตีนชนิดหนึ่งในแป้งสาลี ( กลูเต็น )
น้องหมาที่บ้านก็เป้นค่ะพันธุ์โกลเด้นท์รีทรีฟเวอร์ ชื่อน้องมะลิ เขาเป็นภูมิแพ้มาตั้งแต่เกิดแม่ครอกนี้เห็นฟาร์มบอกว่ามีลูกหลายตัวตอนไปซื้อที่ฟาร์เจ้าของก็เอาออกมาให้เลือกหลายตัวเลือกไปเลือกมาเราก็ตกลงกันที่ตัวนี้เพราะดูตัวใหญ่ท่าทางแข็งแรงดี...พอมาเลี้ยงไดซักระยะหนึ่งที่เขาเริ่มจะโตอาการก็เริ่มออกมาคือจะเริ่มคันบริเวณมุมปากใช้เท้าเกาๆๆๆๆจนเป็นแผลพาไปโรงพยาบาลคุณหมอก็ขูดเอาเนื้อบริเวณที่เป็นแผลไปส่องกล้องดูแล้วบอกว่าน้องมะลิเป็นขี้เรื้อนเปียกต้องพามาฉีดยาทุกๆสัปดาห์(ประมาณ 2 เดือน) พร้อมกินยาแก้คันและยาปฏิชีวนะโดยต่อเนื่อง และพามาเช็คผิวหนังหลังจาก 2 เดือนแล้วถ้าน้องเขาไม่คันก็ยังให้กินยาปฎิชีวนะต่อเนื่องไปอีก 2 เดือน และมาเช็คผิวหนัง (ลืมบอกไปว่าตอนเช็คผิวหนังครั้งแรกคุณหมอเรียกคุณแม่มาดุที่กล้องเป็นเป็นตัวเลยค่ะคล้ายๆเหาบนหัวของคนเนี๊ยะแหละขายุกยิกๆ) และหลังจากกิน+ฉีดยาไป 2 เดือนที่ว่ากลับมาขูดผิวหนังไปตรวจซ้ำ 2 เจออยู่ค่ะ
แต่เป็นตัวอ่อนยังไม่มีขาโผล่ออกมา แต่ก็ยังยุกยิกๆๆดิ้นไปมาอื๊ยๆสรุปก็ต้องกินยาต่อเนื่องไปอีก เบ็ดเสร็จเกือบ 6 เดือน ต้องเข้าๆออกโรงพยาบาลจนเขาจำน้องมะลิกันได้หมดทั้งโรแงพยาบาล.....เห็นเขากินยาแล้วสงสารมากค่ะมันไม่อร่อยนี่ค่ะขึ้นชื่อว่ายาไม่ไช่ขนมสักหน่อย! แต่คุณแม่ก็คิดค้นกรรมวิธีที่จะให้น้องเขากินยาได้ง่ายที่สุดได้ค่ะ โชคดีที่ว่าน้องเขาชอบกินกล้วยน้ำว้าม๊ากมาก(กินตั้งแต่ 2 เดือน วันละประมาณ 3 - 4 ลูก) แต่เอายายัดไส้ในกล้วยหุ หุ หุ น้องก็อ้ำเอาๆๆน้องหมาใครที่กินยายากลองดูวิธีนี้ซิค่ะรับรองเสร็จทุกราย อิ อิ ก็ยังกลับไปให้หมอส่องกล้องหลังจากกินยาจนเกือบครบ 6 เดือน โชคดีค่ะที่ไม่เจอไข่อ่อนหรือตัวแล้วก็ได้หยุดกินยาซะทีแย้ๆๆๆๆ แต่ยังไม่จบค่ะ นับจากวันนั้นถึงวันนี้น้องเขาก็จะมีอาการคันเป็นช่วงๆโดยเฉพาะผิวหนังใต้ง่ามเท้าคันอยู่ยุกยิกๆ ผิวหนังใต้คางค่ะเวลาเขาคันจะเอาคางถูไถไปกับพื้น บางทีก็ใช้เท้าเกาค่ะเกาแรงมากเหมือนคางจะหลุดไปเลย ชนิดืที่เรียกว่าเกาจนน้ำหูน้ำตาไหล เห็นแล้วน่าสงสารมาก ยังมีที่ในหูอีกค่ะก็เกาๆๆๆๆ จนทนไม่ได้ที่ต้องพาไปหาหมอและกลับมากินยาแก้คัน ยาปฎิชีวนะอีก และฉีดสเปย์นาโน(ขวดกะจิ๊ดราคาก็แพงไม่ค่อยคุ้มกับราคา เคยซื้อขวดใหญ่มาราคาก็แลงขึ้นมาอีกแต่ก็รู้สึกคุ้มค่าหน่อยถึงจะแพงกว่าแต่ใช้ได้นานกว่าไง) หมอบอกว่าน้องเขามีประวัติเป็นภูมิแพ้มาตั้งแต่เกิด (แต่คุณหมอบอกไม่ได้ว่าแพ้อะไร ต้องไปทำ skin test ดู) อยู่เชียงใหม่ค่ะแต่คุณหมอบอกว่าที่เชียงใหม่ไม่มีคลีนิคที่ทำ skin test ภูมิแพ้ต้องไปที่จุฬาฯ (แล้วจะเอาไปได้ยังไงกันเนี๊ยะ ลืมบอกไปว่าตอนนี้น้องมะลิน้ำหนัก 42 กิโล ค่ะ หมอบอกว่าอ้วนเพราะเขาชอบกินกล้วยน้ำว้า ก็พยายามจะลดลงอยู่)
น้องเขากินอาหารเม็ดวันละ 1 มื้อเย็นของ Royal Canin ที่เป็นของสายพันธุ์โกลเด้นท์โดยตรงเพื่อบำรุงขนให้เงา(แต่ไม่รู้ว่าบำรุงผิวหนังหรือปล่าวซิ!) ตอนนี้อยากรู้ว่าที่เชียงใหม่มีโรงพยาบาลสัตว์ที่ทำ skin test สัตว์ที่เป็นภูมิแพ้หรือปล่าวค่ะ? อยากรู้จริงๆใครรู้ช่วยตอบผ่านทางmailให้ด้วยนะค่ะ(คิดเสียว่าสงสารน้องมะลิก็แล้วกันค่ะ ไม่งั้นคงต้องคันๆๆๆๆไปจนตายแน่เลย)
Royal canin ตมสายพันธุ์ข้างหน้าถุง มันแตกต่าง กับสูตรอื่นๆ แค่ตรงรูปทรงเม็ด ถ้าคุณอ่านภาษาอังกฤษออกคงรู้ หน้าถุงก็มีบอก สารอาหารเหมือนกัน แตกต่างแค่เม็ดอาหาร