การเดินทางจากบ้านมาโรงเรียน และกลับจากโรงเรียนไปถึงบ้าน ในเส้นทางเดิม ที่ไปอย่างเชื่องช้าและเดินทางสายกลาง ตลอดเส้นทางปลอดภัย พ่อบ้านกำชับว่า พยายามอยู่ในเลนของตนเอง ครูอ้อยปฏิบัติเช่นนี้มาเป็นเวลาหลายปี จากที่พ่อบ้านไปส่งและรับ กลายเป็น ขับรถด้วยตัวเอง ตามใจตัวเอง จะไปจะกลับ กำหนดตัวเองตลอดมา จากการสังเกตทุกๆวันในการใช้ถนนหนทาง พบว่า..... อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน มักจะเกิดจาก ความประมาท ขาดวินัย ไม่ใส่ใจ และวัดใจคนไม่เป็น ขาดความรอบคอบ ความประมาท ครูอ้อยก็เคยมาแล้ว เพราะขาดสติ และคิดไม่ถึง เป็นความไม่ดีของแต่ละบุคคลที่เลินเล่อต่อการขับรถ และใช้ถนนหนทางร่วมกัน ขาดวินัยเป็นอุปนิสัยของคนไทยโดยทั่วไป หากท่านไม่ได้เป็นแบบนี้ ก็ไม่ต้องเดือดร้อน มักจะ เอาดีเข้าตนแม้กระทั่งขับรถบนถนน รอไม่เป็น เป็นโรคด่วนได้ เห็นแก่ตัว ทั้งหมด จึงกลายมาเป็น...ขาดวินัยในตนเอง ในเรื่องการขับรถ บางท่านก็ขาดความใส่ใจ....ไม่สนใจว่า คนอื่นจะเป็นอย่างไร ขอให้ตนเองเดินทางไปถึงที่อย่างเร็วที่สุด ไม่ใช้สัญญาณให้เกิดประโยชน์ ด้วยความมักง่ายและเคยชิน นึกอยากจะหยุด จะเลี้ยว ก็ไม่ให้สัญญาณรถที่มาข้างหลัง วัดใจคนไม่เป็น เมื่อคราวคับขัน คิดว่า คนอื่นจะไม่อย่างนั้น คิดว่าจะไม่อย่างนี้...เป็นคำพูดเมื่อพูดกันคราวที่ชนกันแล้ว เหมือนกับครูอ้อยเมื่อวานนี้ ต้องวัดใจคนตั้ง 2 ครั้ง ในการขับรถกลับบ้าน ครั้งแรก เมื่อจะออกจากซอย เพื่อเข้าถนนใหญ่ ครูอ้อย ได้ยินเสียงคนบีบแตรแล้ว มองกระจกหลัง เห็นรถรับจ้างสองแถวเล็กสีแดงเข้มตามมา เธอคงจะรีบไปรับผู้โดยสารมั้ง แต่ข้างหน้า ไปไม่ได้ เพราะยังมีรถมาเป็นระยะ ครูอ้อยยังออกจากซอยไม่ได้ พอจะออกได้ ก็พบแล้ว รถคันนี้ แซงทางขวา เพื่อที่จะเลี้ยวออกจากถนน พร้อมๆกับครูอ้อย ครูอ้อยต้องวัดใจเขา คาดเดาว่า เขาต้องทำแบบนี้และก็...จริงๆด้วย เห็นไหม การขับรถนี่ ต้องวัดใจเพื่อนร่วมใช้ถนนด้วยเสมอ หากไม่วัดใจ ชน ชน ชน แน่แน่ อีกครั้งหนึ่ง เมื่อครูอ้อยขึ้นถนนใหญ่แล้ว ครูอ้อยก็ตรงไปบริเวณคอขวดครูอ้อยพบกับรถประจำทางใหญ่ประจำถนนลาดพร้าว ที่ฉวัดเฉวียน และครูอ้อยก็วัดใจได้ด้วยว่า เธอรีบร้อน และจะไปให้ได้ โดยไม่สนใจ ว่า...เธอต้องอยู่ในบริเวณ3..บัสเลน เท่านั้น และเธอก็ออกจากเลนของเธอ ตัดหน้าครูอ้อยกระทันหัน และไม่เปิดสัญญาณไฟ ครูอ้อยวัดใจได้เลยว่า เธอต้องทำแบบนี้ จึงชลอรถของเราลง ปล่อยเขาไป ....เย็นไว้ ปล่อยไป ไม่ใส่ใจ วันนี้เป็นวันพระ...