'แมลงเป็นหมัน
ณ อาคารผลิต ขยายและทำหมันแมลงวันผลไม้ คลองหก อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีรังสี สำนักพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร กรมส่ง เสริมการเกษตร ที่แห่งนี้เป็น โรงเพาะเลี้ยงที่สามารถผลิต ขยายและทำหมันแมลงวันผลไม้โดยใช้เทคโนโลยีการฉายรังสี ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศแห่งองค์การสหประชาชาติ ดำเนินการผลิตแมลงวันผลไม้เป็นหมัน 2 ชนิดที่สำคัญ คือ ชนิด Bactrocera dorsalis หรือแมลงวันผลไม้ภาคพื้นตะวันออก และ ชนิด Bactrocera correcta แมลงวันผลไม้ฝรั่ง มีกำลังการผลิตรวม 40 ล้านตัวต่อสัปดาห์ เพื่อใช้ควบคุมแมลงวันผลไม้ในธรรมชาติในพื้นที่ โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและได้มาตรฐาน ของ กระทรวงเกษตรฯ
นายโอฬาร พิทักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่าแมลงที่ผ่านกระบวนการแล้วจะเป็นหมัน 100% สำหรับการฉายรังสี ตัวผู้สเปิร์มจะถูกทำลาย ตัวเมียจะไม่มีไข่ ส่วนแมลงวันผลไม้ในธรรมชาติ เมื่อผสมพันธุ์กับแมลงเป็นหมันแล้วไข่จะไม่ฟักเป็นตัวหนอน ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรไม่ถูกทำลาย อย่างไรก็ดีตัวเมียที่เป็นหมันไม่มีไข่แต่ยังมีสัญชาตญาณในการวางไข่ที่ทำให้เป็นรอยจุดเล็ก ๆ ที่ผิวผลไม้ได้ ตรงนี้ต้อง ให้ความรู้และทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้ดี มิฉะนั้นจะเกิดการเข้าใจผิดกันได้ง่ายมาก และเกษตรกรต้องตัดสินใจถึงผลประโยชน์มหาศาล ที่จะเกิดขึ้น การปล่อยแมลงเป็นหมันนี้หากทำอย่างต่อเนื่องในระยะยาวจะช่วยควบคุมและ ลดประชากรแมลงวันผลไม้ที่เป็นศัตรูพืชได้ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนต่ำลง
ทั้งนี้ การใช้แมลงที่เป็นหมันควบคุมแมลงวันผลไม้ในธรรมชาติจะได้ผลดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรผสมผสานร่วมกับการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้โปรตีนเหยื่อพิษ การใช้สารล่อ และการใช้แมลงตัวเบียน เป็นต้น และสิ่งที่เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้เองอย่างง่าย ๆ และมีประโยชน์ช่วยลดจำนวนแมลงวันผลไม้ศัตรูพืช คือ เก็บผลไม้ที่ร่วงหล่นอยู่ในสวนไปทำลาย เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์แมลงวันผลไม้ได้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หากละเลยไม่ใส่ใจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้การแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผลผลิตจะถูกทำลายและสูญเสียมาก ดังนั้น เกษตรกรจึงต้องให้ความสำคัญกับการเก็บผลไม้ร่วงหล่น
นายโอฬาร กล่าวอีกว่า จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้นำเทคโนโลยีการใช้แมลงเป็นหมันมาใช้ผสมผสานกับวิธีอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อควบคุมแมลงวันผลไม้ในพื้นที่ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก นำร่องในจังหวัดราชบุรี จำนวน 22,500 ไร่ ซึ่งเดิมพื้นที่ดังกล่าวถูกแมลงวันผลไม้เข้าทำลายผลผลิตเสียหายถึง 82% ภายหลังปล่อยแมลงวันเป็นหมันในพื้นที่แล้ว พบว่าความเสียหายลดลงมาที่ระดับ 3.6% นอกจากนี้ยังได้ปล่อยแมลงวันผลไม้เป็นหมันในพื้นที่ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออกของจังหวัดพิจิตร 23,000 ไร่ หลังดำเนินการ 3 ปี พบว่า สามารถลดความเสียหายลงจาก 43% เหลือไม่เกิน 10% ช่วยให้เกษตรกรทั้งสองพื้นที่ได้ผลผลิตมะม่วงที่มีคุณภาพ สามารถส่งออก ไปต่างประเทศได้ ทั้งตลาดญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ แคนาดา และประเทศในยุโรป เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ปี 2551 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีแผนเร่งปล่อยแมลงเป็นหมันเพื่อควบคุมแมลงวันผลไม้ในแหล่งปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออกเพิ่มเติม ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อจังหวัดพิจิตร-พิษณุโลก ไม่น้อยกว่า 33,000 ไร่ ซึ่งหากดำเนินการต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3 ปี คาดว่าจะสามารถลดการใช้สารเคมีกำจัดแมลงวันผลไม้ได้กว่า 50% ขณะเดียวกันยังลดประชากรแมลงวันผลไม้ในพื้นที่โครงการได้ไม่น้อยกว่า 50% ด้วย นอกจาก 3 จังหวัดที่กล่าวแล้ว ยังมีจังหวัดที่มีศักยภาพในการส่งออกผลไม้อีก 20 จังหวัด ที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้วางพื้นฐาน ในการให้ความรู้ระบบการควบคุมแมลงวันผลไม้ให้แก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกรเพื่อเตรียมการ ในอนาคตต่อไป.
เหมือนเป็นการให้แมลง หลอก กันเองเลย ถึงแมลงจะผสมพันธุ์ กัน แต่ ก็ขยายพันธุ์ไม่ได้ การปล่อยแมลงเป็นหมันนี้ จะช่วยควบคุมและ ลดประชากรแมลงวันผลไม้ที่เป็นศัตรูพืชได้ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนต่ำลง
ใครเปงคนคิดเนี้ยฉลาดจริงๆ รายต่อไปแมลงชนิดไหน จะต้อง เปงขันที(เปงหมันอีกเนี้ย)
ดีครับ จะได้ลดการใช้สารเคมีฆ่าแมลง
ว่าแต่ว่า ศึกษาผลกระทบข้างเคียงที่จะตามมาด้วยก็จะทำให้อุ่นใจขึ้น เกรงว่าจะมีผู้ไม่เห็นด้วยแล้วหยิบยกข้อมูลที่ไม่คาดคิด มาหักล้างแล้วกลายเป็นเรื่องเป็นราวมองต่างมุม เหมือนกรณี พืชตัดแต่งพันธุกรรม [GMOs]
เพราะตอนนี้อาจยังมองไม่เห็นข้อเสียจึงมีแต่ข้อดี
ทั้งนี้ผมไม่ได้ต่อต้านนะครับ เพราะอย่างที่บอกแล้วว่า ดี
เพียงแต่มีคามรู้สึกไม่ประมาท เพราะเห็นว่า มันไม่ไปตามธรรมชาติย่อมมีโอกาสที่จะมีผลกระทบต่อสิ่งอื่นในระบบนิเวศ