การพัฒนารูปแบบ การส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และสามเณร
:
กรณีตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน
โดย นันทนา ปรีดาสุวรรณ นักวิชาการสาธารณสุข
7
และคณะ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และสามเณรในตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ ควบคู่กับเชิงคุณภาพในพื้นที่วัด
</font></span>
3 แห่ง ครอบคลุม 5 หมู่บ้าน ได้แก่ วัดสวนดอก วัดดอนแก้ว และวัดภูเก็ต มีพระสงฆ์ทั้งหมด 9 รูป สามเณร 17 รูป รยะเวลาศึกษา 1 ปี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2549 ถึงเดือน มีนาคม 2550 โดยยึดแนวคิด การมีส่วนร่วมของชุมชน สอดคล้องกับวินัย ข้อบัญญัติของพระสงฆ์ ความเชื่อความศรัทธา และวิถีชีวิตของชุมชน ได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์และสามเณรในเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย ปัจจัยที่ส่งผลให้การนำรูปแบบไปปฏิบัติได้ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคของการนำรูปแบบไปปฏิบัติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการตรวจสุขภาพ และประเมินสมรรถนะร่างกาย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูล ใช้การแจงนับความถี่ สถิติร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหาโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาแบบ 3
เส้า ช่วยตรวจสอบข้อมูล
ผลการศึกษา วัด ส่วนใหญ่มีพระสงฆ์อาศัยอยู่
</font></span>
1-4 รูป สามเณร 4-7 รูป เจ้าอาวาสบวชมานานเฉลี่ย 23พรรษา สาเหตุของการบวช ส่วนใหญ่คือมีโอกาสศึกษาต่อ ร้อยละ 50 รองลงมา ทดแทนคุณบิดาและมารดา ร้อยละ 15.38 รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และสามเณร มีองค์ประกอบสำคัญดังนี้ 1)การประเมินสภาวะสุขภาพของพระสงฆ์และสามเณรโดยคัดกรองสุขภาพ ตรวจร่างกาย และวัดสมรรถนะร่างกาย 2)จัดเวทีคืนข้อมูลให้แก่ชุมชนรวมทั้งแจ้งผลการประเมินสภาวะสุขภาพให้แก่พระสงฆ์ สามเณรเป็นรายบุคคล 3)จัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และสามเณร โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน 4) ดำเนินงานตามแผน ติดตาม ควบคุมกำกับ 5)
ประเมินผลและสรุปผล หลังจากนำรูปแบบดังกล่าวไปดำเนินการพบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลง การถวายอาหารให้