นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง (สศค.) กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นนั้น ประชาชนในแต่ละภาคส่วนจะได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน กล่าวคือภาคชนบทที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรนั้น เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 10% แต่มีรายได้เพิ่มประมาณ 30% จากราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นในขณะนี้ ดังนั้นรายได้ที่แท้จริงยังเป็นบวกถึง 20% จึงถือว่าไม่ได้รับผลกระทบ แต่กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ มนุษย์เงินเดือน ผู้ด้อยโอกาส คนชรา และคนที่ไม่อยู่ในระบบ ซึ่งต้องซื้อสินค้าแพงขึ้น "กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อมากที่สุด คือ กลุ่มคนเกษียณอายุและคนชราที่ขณะนี้รายได้ติดลบแล้วกว่า 7-8% ส่วนที่เดือนร้อนรองลงมา คือ แรงงานระดับล่าง ซึ่งมีรายได้มากกว่าเงินเฟ้อเพียง 2-3% ดังนั้น มองว่าการเพิ่มรายได้เพื่อชดเชยเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่ต้องทำ โดยจะต้องชดเชยให้ประชาชนทุกกลุ่มอย่างน้อย 5-6% ทั้งนี้ สวค.คาดว่าประมาณเดือน ต.ค.นี้ รัฐบาลน่าจะมีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าจ้างภาคเอกชนปรับตามด้วย" นายเอกนิติกล่าว
อย่างไรก็ดี ในระหว่างวันที่ 17-20 ก.ค.นี้รัฐบาลจะจัดงานมหกรรมขายสินค้าราคาประหยัดที่มีชื่อว่า "มหกรรมมั่นใจไทยแลนด์ ดีแน่ ถูกแน่ เพื่อคนไทย" ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2-3 เมืองทองธานี โดยภายในงานจะมีการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด สินค้าโอท็อป และสินค้าจากร้านค้าต้นแบบ 30 บาทช็อป ด้านบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะนำมาจำหน่ายพร้อมติดตั้งด้วยระบบดูด ถังละ 3 หมื่นบาท จำนวน 1,000 ถังเท่านั้น
ไทยโพสต์ 24 มิถุนายน 2551