การเมืองเรื่องของเขา...
ช่วงนี้ประเด็นการเมืองร้อน ๆ คงไม่พ้นเรื่องของเขา..
เขาที่ว่า คือ เขาพระวิหาร
เป็นประเด็นที่สว.เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ
เป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านของเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
เป็นประเด็นที่พันธมิตรฯ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนอกสภา(ข้างถนน) โดยไม่มีการยื่นญัตติ
ทั้งที่แผนผลักดันเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ได้เริ่มขึ้นในปี 2547 ที่คณะรัฐมนตรีไทย-กัมพูชา มีมติเห็นชอบให้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่เขาพระวิหารเพื่อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ศึกษาประวัติศาสตร์ และกำหนดให้ดำเนินการเสนอเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก
กระทั่งในเดือนมิถุนายน ปี 2550 ในการประชุมยูเนสโกที่เมืองไครซ์เชิร์ท นิวซีแลนด์ รัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นเสนอให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเฉพาะพื้นที่ในเขตของกัมพูชาเท่านั้น ในขณะที่ฝ่ายไทยได้ยื่นทักท้วงรัฐบาลกัมพูชา เพราะเห็นว่าควรจะเสนอให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกัน เนื่องจากองค์ประกอบทางประวัติศาสตร์ต่างๆ อาทิ ปราสาทโดนตวล,บรรณาลัย,สถุปคู่,สระตราว รวมถึงโบราณสถานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นอยู่ฝั่งไทย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งตามหลักประวัติศาสตร์ของเทวาลัยระดับโลก ต้องรวมองค์ประกอบทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน
จากผลการประท้วงดังกล่าว ยูเนสโกจึงเลื่อนการพิจารณาออกไป โดยให้ 2 ประเทศ(ไทย-กัมพูชา)ไปตกลงหาข้อยุติ แล้วค่อยนำเสนอที่ประชุมในเดือนมิถุนายน 2551
ปราสาทเขาพระวิหาร หรือ ศรีศิขเรศวร เป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรักกั้นระหว่างแผ่นดินเขมรต่ำกลุ่มเมืองพระนคร และเขมรสูงในภาคอีสานของไทย สร้างขึ้นก่อนนครวัดถึง100 ปีอยู่ในจังหวัดพระวิหาร ของกัมพูชา ติดชายแดนไทย ที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
กล่าวกันว่าสร้างเพื่อการแสดงอำนาจของกษัตริย์แห่งเมืองพระนคร ที่มีความเชื่อถือในเรื่องเทวราชา อันหมายถึงกษัตริย์คืออวตารหนึ่งของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู เป็นศูนย์รวมแห่งคติความเชื่อ คือการสร้างมหาปราสาทประดิษฐานศิวลึงค์ อันเป็นสัญลักษณ์แทนพระศิวะและพระมหากษัตริย์
เมื่อปี พ.ศ.2483 เกิดสงครามอินโดจีนฝรั่งเศสอ่อนแอ รัฐบาลไทยภายใต้การนำของจอมพล ป.พิบูลสงครามได้เรียกร้องให้มีการปรับปรุงพรมแดนไทย-อินโดจีน เป็นให้ไทยได้ 4 จังหวัดฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงครอบครอง พ.ศ.2487เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ ไทยต้องปรับตัวเองมิให้เป็นประเทศแพ้สงคราม จึงต้องคืนดินแดนที่ได้มาแก่ฝรั่งเศสไปรวมทั้งเขาพระวิหาร
พ.ศ.2502 รัฐบาลกัมพูชานำด้วยสมเด็จพระนโรดมสีหนุยื่นฟ้องต่อศาลโลกที่กรุงเฮกประเทศเนเธอร์แลนด์ว่าปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา พ.ศ.2505 ศาลโลกมีมติ 9 ต่อ 3 ให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา และพ.ศ.2550กัมพูชาได้ยื่นเรื่องต่อองค์การยูเนสโกเสนอให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกซึ่งเป็นที่มาของความขัดแย้งครั้งใหม่
จากเหตุการณ์นี้ได้ส่งผลให้เขาพระวิหารกลับมาเป็นที่สนใจของคนไทยและคนเขมร ตลอดจนชาวโลกอีกครั้ง
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการแห่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และประธานที่ปรึกษา โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้แสดงทัศนคติเรื่องเขาพระวิหารในประเด็นที่ว่า เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาว่า เรื่องนี้มีความสำคัญมากเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา ซึ่งจัดได้ว่ามีปัญหามากที่สุดระหว่างอาเซียน ละเอียดอ่อนที่สุด
อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวขอให้คนไทยตั้งสติให้มั่น
อย่าหวั่นไหวไปกับกระแสทางการเมืองทั้งในสภาและนอกสภา และอย่าให้กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะขณะนี้กัมพูชาเองมีการปิดพระวิหาร อันความหวั่นเกรงเรื่องสถานการณ์จากการเมืองบ้านเรา
บางครั้งอาจจะต้องมองแบบแยกส่วนเหมือนกัน
ระหว่าง "เขา" กับ "พระวิหาร"
ในเรื่องของสิทธิในการครอบครอง เพื่อมิให้มีปัญหาตามมา
ค่ำวันที่ 4 กรกฎาคม 2505 หลังจากศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหาร ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชา ได้ประมาณ 20 วัน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีของไทย ในขณะนั้น ได้กล่าวปราศรัยผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แสดงความรู้สึกต่อการสูญเสียปราสาทพระวิหาร และยืนยันสิทธิ์ที่จะทวงคืนปราสาทพระวิหารในอนาคต ดังนี้
“พี่น้องร่วมชาติ และมิตรร่วมชีวิตที่รักของข้าพเจ้าทั้งหลาย ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า ศาลโลก ได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2505 ให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และทางรัฐบาลได้ออกแถลงให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบเป็นลำดับนั้น

รัฐบาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะตัวของข้าพเจ้า ถือว่าเรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลได้ผลเสียของชาติ อันเป็นเรื่องของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราสู้มา อุตส่าห์ฝ่าคมอาวุธรักษาไว้ และตกทอดมาถึงรุ่นเรา
เนื่องจากในคำปราศรัยนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบดีว่า ในส่วนลึกและหัวใจแล้ว คนไทยผู้รักชาติทุกคน มีความเศร้าสลดและมีความข่มขืนใจเพียงใด แสดงออกถึงของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่อย่างชัดเจนแล้ว
ทั้งนี้ มิใช่ว่าพวกเราจะนั่งนิ่งเฉยหรือท้อแท้ใจ ชาติไทยยอมท้อแท้ทอดอาลัยไม่ได้ เราเคยสูญเสียดินแดน แก่ประเทศมหาอำนาจ ที่ล่าอาณานิคมมาแล้วหลายครั้ง หากบรรพบุรุษของเรายอมท้อแท้ เราจะเอาแผ่นดินที่ไหน มาอยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้ เราจะต้องหาวิธีการสู้ต่อไป
สำหรับกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอทบทวนเข้าใจกับเพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย ว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทย ไม่ได้เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลโลก ทั้งในข้อเท็จจริงกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม
เมื่อเป็นดังนี้ แม้นรัฐบาลและปวงชนชาวไทย จะได้มีความรู้สึกสลดใจและข่มขืนเพียงใด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ก็ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ ต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือเขาพระวิหาร ตามพันธกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งประท้วงและขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ ไว้ เพื่อสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินทางกฎหมายที่จำเป็น ซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายภาคหน้า ให้กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาในโอกาสอันสมควร
พี่น้องทั้งหลายคงทราบดีว่า ชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไป เนื่องจากเขาพระวิหาร อีกสิบปีอีกกี่ร้อยปี เราก็สามารถสร้างเกียรติภูมิคราวนี้กลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าทราบว่า การสูญเสียปราสาทเขาพระวิหารครั้งนี้ เป็นการสูญเสียที่สะเทือนใจของคนไทยทั้งชาติ
ฉะนั้น แม้นว่า กัมพูชาจะได้ปราสาทเขาพระวิหารนี้ไป ก็คงไปได้แค่ซากปรักหักพัง และแผ่นดินเฉพาะรองรับเขาพระวิหารเท่านั้น วิญญาณของปราสาทเขาพระวิหารยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะระลึกอยู่เสมอว่า ปราสาทเขาพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไป ด้วยอุปเล่ห์เพทุบาย คนที่ไม่มีเกียรติและไม่รับผิดชอบ ไม่รักความเป็นธรรม เมื่อประเทศไทยเราประพฤติปฏิบัติดีในสังคมโลก อันเป็นที่มีศีลธรรม มีสัตย์ ในวันหนึ่งข้างหน้าไม่ช้าก็เร็ว ปราสาทเขาพระวิหารจะต้องกลับมาสู่ดินแดนไทยอีกครั้งหนึ่ง
เหตุการณ์เกี่ยวกับเขาพระวิหารครั้งนี้ สลักแน่นอยู่ในความทรงจำของคนไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นรอยจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไปตลอด เสมือนแผลที่อยู่ในใจของคนไทยทั้งชาติ แต่ข้าพเจ้าหวังอยู่เสมอว่า ในที่สุด ธรรมะย่อมชนะอธรรม การหัวเราะที่หลังย่อมดังกว่า และนานกว่า
พี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ได้โปรดวางใจรัฐบาลซึ่งข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นี้ จะสามารถนำชาติและพี่น้องชาวไทยที่รักก้าวสู่อนาคตอันสุกใสให้ได้ และข้าพเจ้ารับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า เมื่อถึงคราวที่ชาติคับขันแล้ว ข้าพเจ้าจะกอดคอร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องประชาชนชาวไทย เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่เสียดายชีวิตแม้แต่นิดเดียว แต่เราจะทำอย่างไรได้ ข้าพเจ้าเองมีความเจ็บช้ำน้ำใจไม่น้อยไปกว่าเพื่อร่วมชาติทั้งหลาย
การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่า การมาพูดกับท่านด้วยน้ำตา น้ำตาของข้าพเจ้า เป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคับแค้น และการผูกใจเจ็บชั่วชีวิตชาตินี้และชาติหน้า ต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญของชาวไทย
ข้าพเจ้าขอกล่าวคำปฏิญาณด้วยสัตย์วาจาดังนี้ พี่น้องที่รักชาติทั้งหลาย น้ำตาไม่อาจทำให้เราฉลาดขึ้น แต่เราจะต้องได้อะไรคืนมา ในขั้นสุดท้ายชาติไทยจะต้องประสบกับชัยชนะเสมอ เราต้องกล้าสู้ เราต้องกล้ายิ้มรับภัยที่มาถึงตัวเรา ชาติไทยเป็นชาติที่เชื่อมั่นในบริวารพุทธศาสนา ตั้งตนอยู่ในความเป็นธรรมตลอดมา
ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า ชาติของเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในบรรดาเรื่องใหญ่ทั้งหลาย มีความสำคัญมากกว่านี้ ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาไปในสู่วิถีทางที่ดีขึ้น เหตุนี้ไม่ใช่เหตุผลความอับจนของเรา จงหวังและทำในเรื่องชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ชาติไทยของเรามีอนาคตแจ่มใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอนและมั่นคงในอนาคตอันใกล้ นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเราต่อไป
พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันหนึ่งและเป็นในวันข้างหน้า เราจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา ให้เป็นของชาติไทยให้จงได้ สวัสดี”
ฟังเสียงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สด !
"ในวันนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่า
ข้าพเจ้ามาพูดกับท่านด้วยน้ำตา
แต่น้ำตาของข้าพเจ้าเป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย
ขอเลือดของความคั่งแค้น
และการผูกใจเจ็บไปชั่วชีวิต
ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
พี่น้องชาวไทยที่รัก
ในวันหนึ่งข้างหน้า
เราจะต้องเอาปราสาทพระวิหาร
กลับคืนมาเป็นของชาติไทยให้จนได้"
ที่มา http://accomthailand.wordpress.com
ควรที่จะเป็นมรดกโลก แต่ในสมัยก่อนนั้นเป็นของไทยเยอะแต่กัมพูชาขี้โกง
คิดว่าควรจะเป็นมรดกโลกโดยมีเจ้าของเป็นไทยกับกัมพูชาร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการขัดแย้งกันของบ้านพี่เมืองน้อง
ขอบคุณ คุณไทย 2505
ที่กรุณาแนะนำข้อมูล เพิ่มเติมครับ
ขอน้อมรับ
เขาพระวิหารนั้นควรที่จะเป็นมรดกโลกโดยไทยและกัมพูชามีส่วนร่วมในการครอบครองเท่าเทียมกัน เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศนั้นจางหาย
เขาพระวิหารกับสิทธิในการครอบครองไม่ควรเป็นมรดกของประเทศใดประเทศหนึ่ง เพียงเเค่พื้นที่ซับซ้อนที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น แทนที่จะมาเเย่งชิงกันเรามาช่วยกันบำรุงรักษาให้สมกับที่เป็นมรดกทรงคุณค่า ให้คงความมีคุณค่าต่อไป และค่อยๆตัดสินปัญหาว่าจะให้ประเทศใดจะเป็นประเทศครอบครองเขาพระวิหาร หรือไม่ก็ต้องมีประเทศที่ยอมเสียสละดินแดนประเทศหนึ่ง แต่จะมีหรือไม่นั้นไทยกับกัมพูชาควรหันหน้าเข้าหากันเพื่อหาข้อยุติต่อไปส่วนเรื่องสิทธิในการครอบครองเขาพระวิหารควรที่จะเป็นไปด้วยความยุติธรรม มีน้ำใจต่อประเทศคู่กรณีด้วยถึงจะไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง.....
เขาพระวิหารไม่ควรที่จะตกไปเป็นของประเทศใดประเทศหนึ่ง เหมาะแล้วที่จะเป็นมรดกโลกเพราะถ้าตกเป็นของประเทศใดประเทศหนึ่งก็จะมีปัญหาต่างๆตามมา ซึ่งอาจมีผลกระทบหลายอย่าง และทำให้เกิดความเดือดร้อน ความขัดแย้งต่างๆตามมา ดังนั้นเราควร ช่วยกันดูแลและรักษา พระวิหารซึ่งเราก็ถือเป็นการดูแลมรดกของโลก เราควรตั้งสติอย่าหวั่นไหวและอ่อนแอกับปัญหาต่างๆ
ดิฉันคิดว่าเขาพระวิหารน่าเป็นมรดกของไทยมากกว่าประเทศกัมพูชา เพราะเมื่อก่อน เขาพระวิหารก็อยู่ในประเทศไทยเราผืนแผ่นดินเราไม่น่าจะเป็นของประเทศกัมพูชา แต่เมื่อเรื่องมันเป็นอย่างนี้ เขาพระวิหารก็น่าจะเป็นมรดกของไทยและของพม่า น่าจะเป็นมรดกโลกร่วมกันเพื่อจะไม่ให้มีเรื่องที่ผิดใจกัน แต่อย่างไรก็จะทำให้คนไทยมีบาดแผลอยู่ในใจของคนไทยทั้งชาติ
ควรยกเป็นมรดกโลก เพราะไม่ควรจะแกร่งแย่งกัน เพราะว่าจะเสียสัมพันธภาพระหว่างประเทศที่ดี *3*
เขาพระวิหารควรได้รับการครอบครองโดยประเทศไทยพวกเราจะนิ่งเฉยอีกไม่ได้เพราะว่าเราก็เคยสูญเสียดินแดนแก่พม่ามาแล้วครั้งนี้เราจะยอมเสียดินแดนของเราแก่ประเทศกัมพูชาอีกไม่ได้ เพื่อที่ผืนดินแผ่นนี้จะได้ตกเป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบต่อไปในอนาคติเราพี่น้องคนไทยจึงควรที่จะปกป้องสิทธิของเราเอาไว้
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.กล่าวอภิปรายรัฐบาลว่า ในประเด็นหลักที่จะต้องอภิปรายรัฐบาลมีอยู่ 3 ประการหลักๆ ด้วยกัน
1.การบริหารงานโดยขาดหลักธรรมาภิบาล
2.ไม่พยายามรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่เป็นระบอบประชาธิปไตยเฉยๆ
3.ประเด็นเขาพระวิหาร แต่ในช่วงนี้จะเริ่มพูดแค่ข้อ 2 ก่อน เพราะคาดว่าในส่วนแรกคงมีส.ว.อีกหลายท่านจะอภิปราย
ทั้งนี้ นายคำนูณ ได้กล่าวว่า ส.ส.ในสังกัดพรรคพลังประชาชน (พปช.) ได้ยื่นร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจคือไม่มีการรับรองสถานะขององคมนตรี จะมีเพียงแค่คณะรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายกับของนพ.เหวง โตจิราการ
ส่วนในประเด็นของเขาพระวิหารนั้น นายคำนูณ ระบุว่า
1.นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการสนทนาประสาสมัคร โดยยอมรับในอธิปไตยของกัมพูชาเหนือเขาพระวิหาร ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไทยไม่เคยยอมรรับ แม้จะมีคำพิพากษาของศาลโลก ปี 2505 และไทยยังมีสิทธิในการยื่นคัดค้านคำพิพากษานั้น แต่ก็ได้สละสิทธิไปแล้วเมื่อวันที่ 17-18 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชา
2.การลงนามดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งขณะนี้ยังมีอยู่ แต่ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญขาดว่าจะหายไป ฉะนั้น ตนมีคำถามถามรัฐบาลว่า 1.ครม.สละสิทธิ์ในการรื้อฟื้นคดีใช่หรือไม่ 2.ครม.รับรองแผนที่ และการยื่นเป็นมรดกโลกของเขาพระวิหารใช่หรือไม่
"สิ่งที่ประชาชนต้องการคือต้องการน้กการเมืองที่มาบริหารประเทศ หารัฐมนตรีที่ดีมาให้ประชาชน ถ้ารัฐมนตรีไม่ดีก็เปลี่ยน ซึ่งเป็นอำนาจของนายกฯ ที่สำคัญคือถ้านายกฯ ไม่เห็นหัวประชาชน ต่อไปประชาชนก็จะไม่เห็นหัวนายกฯ" นายคำนูณ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.190 ตามรัฐธรรมนูญ ระบุว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่น กับนานาประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ
http://www.matichon.co.th/news_review.php?id=37317
เรื่องการครอบครองเขาพระวิหาร ดิฉันคิดว่าไม่ควรที่จะมีการแบ่งเขาพระวิหารเป็นพื้นที่ของแต่ละชาติ ทั้งชาติไทยและกัมพูชาควรร่วมกันเป็นผู้ครอบครองเพื่อช่วยกันในการดูแล ปกป้อง และรักษาเขาพระวิหารให้เป็นมรดกของโลกที่ทรงคุณค่า และเต็มไปด้วยสัมพันธไมตรีของทั้งชาติไทยและกัมพูชา
เขาพระวิหารควรจะตกเป็นมรดกของโลกเป็นแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมของประชาชนทั่วโลกไม่ควรที่จะตกเป็นของประเทศใดประเทศหนึ่งเพราะอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศและอาจมีผลกระทบต่างๆตามมา เพราะฉะนั้น เขาพระวิหารควรจะเป็นมรดกของโลกค่ะ
ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นมรดกโลกร่วกกันมากกว่าเป็นของประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะถ้าเป็นของประเทศใดประเทศหนึ่งก็จะทำให้เกิดผลตามมาภายหลัง เช่นความขัดแย้งระหว่างประทศ อย่างไรก็ตามเราควรมีสติและอย่าเกรงกลัวกับปัญหาต่าง ๆพวกเราต้องสู้กับเรื่องทุกๆอย่าง
พม่าเคยได้ครอบครองแผ่นดินของเรา ปัจจุบันกัมพูชาก็จะมายึดครอง เขาพระวิหาร หนูฐานะเด็กไทยหนึ่งคนหนูขอสู่เพื่อแผ่นดินไทย จะไม่ขอยอมให้คนอื่นๆมา มายึดสิ่งที่เป็นสมบัติของประเทศไป ดังนั้นเราในฐานะคนไทยก็ไม่ควรยอมให้ใครมาเอาในสิ่งที่เป็นของๆเราไปได้ เราต้องช่วยกันรักษาไม่ใช่แค่ตัวเราแต่เพื่อคนอื่นๆที่เรารักด้วย
เรื่องการนำปราสาทพระวิหารเข้าเป็นมรดกโลก จะไม่เป็นปัญหาเลย ถ้ารัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและนายกดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่ใช่ว่ามีแรงกดดันแล้วค่อย ๆ คลาย ข้อมูลออกมา ทีละน้อย ทีละน้อย
ประเทศเป็นของเราทุกคน
เราควรมีสิทธิในการรับรู้เรื่อง
เพราะบรรพบุรุษของเราได้เอาชีวิตเขาแลกไว้
เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ประเด็นเรื่องเขาพระวิหารนั้นควรจะตกเป็นการครอบครองของทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาระหว่างประเทศ
เขาพระวิหารได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกของโลก เราควรใช้วีธีที่สันติและน่าจะเป็นที่พอใจของทุกๆคน โดยการาเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่ควรมาแย่งชิงกันแบบนี้มีทางออกที่ดีตั้งหลายวีธี เขาพระวิหารมีความงดงามมาก ควรจะเป้นของส่วนรวมให้ชนรุ่นหลังได้ดุ ได้สึกษาหาความรู้
เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกที่งดงามและสำคัญเราควรจะช่วยกันรักษาให้ดีๆ ไม่ควรให้ใครมาทำลายหรือยึดเอาไปได้ เขาพระวิหารเป็นของส่วนรวมดังนั้นเราจึงควรช่วยกันดูแลไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง
การครอบครองเขาพระวิหารนั้นจะเเบ่งยังไงคงไม่ลงตัวดิฉันจึงคิดว่าประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาน่าจะดูแลเขาพระวิหารร่วมกัน เพราะเขาพระวิหารถือเป็นมรดกโลก ดังนั้นการที่ทั้งสองประเทศจะมีสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพก็คงจะไม่แปลกและยังทำให้ทั้งสองประเทศไม่ต้องเสียมรดกของตนไปด้วยและถ้าต้องเสียสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปเขาพระวิหารคงจะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม