ถึงแม้ว่าจะมีคนหัดเพลงพื้นบ้านสักกี่สิบกี่ร้อยกี่พันคน หากมุ่งแค่เพียงหัดเป็นเล่นได้ ขาดชีวิตจิตวิญญาณขาดลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอเสียแล้ว อีกไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นเพลงพื้นบ้านประเภทใด ก็คงจะต้องถึงเวลา ถึงวันที่จะต้องสูญสิ้นไป เพียงแต่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น

 

เพลงอีแซวสุพรรณฯ

จะอยู่ได้อีกนานสักแค่ไหน

ที่เหลืออยู่ ก็เป็นเพียงส่วนน้อย

 

ในบทความหลายตอนที่ผ่านมา ผมได้แสดงความเห็นเอาไว้ว่า ถ้าหากได้มีการสานต่อเอาไว้ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้เกิดความต่อเนื่อง เมื่อนั้นเพลงพื้นบ้านที่เราเคยเห็นก็คงยังมีให้คนรุ่นหลังได้พบเห็นตลอดไป  แต่การคนรุ่นหลังหลงลืม ปล่อยปละละเลย ไม่ได้คิดถึงอนาคตที่ยาวไกลออกไป ขาดชีวิตจิตวิญญาณของผู้สืบสานที่แท้จริง จึงทำให้ตามเก็บของเก่าที่ร่วงหล่นจมดินไม่ทัน คงจะหาไม่เห็น ไม่มีให้ดูตลอดไป อย่างน่าเสียดาย

 

ข้อความข้างบนนี้ เป็นคำถามและคำตอบที่ชวนให้คิดเสียดายเพลงพื้นบ้านหลายชนิดที่ไม่อาจจะหาดูได้อีกแล้วในยุคปัจจุบัน  ได้แก่ เพลงชักกระดาน เพลงพาดควาย เพลงสงฟาง เพลงพานฟาง เพลงเกี่ยวข้าว เพลงสงคอลำพวน เพลงพิษฐาน เพลงระบำบ้านไร่ เพลงหน้าไย  เพลงปรบไก่ ฯลฯ ถึงแม้ว่าเพลงเหล่านี้เคยมีมาคู่กับงานเกษตรกรรม เมื่อไม่มีเกษตรกรประกอบกิจกรรมแบบดั้งเดิม หันไปใช้เครื่องมือสมัยใหม่ แต่การสานต่อในแง่ของความเป็นไทย น่าที่จะหลงเหลือให้เห็นบ้าง (ถ้ามีก็น้อยเต็มที)

 

มีเพลงพื้นบ้านอีกหลายอย่างที่กำลังรอคิวว่าจะสูญหายตามกันไป เริ่มที่จะหาดูได้ยากยิ่งขึ้น ไม่มีคนเล่นให้เห็น ถึงมีก็เพียงเฉพาะงานนั้น ๆ แล้วก็เลิกราไป ได้แก่ เพลงเรือ เพลงฉ่อย เพลงพวงมาลัย เพลงเต้นกำ เพลงขอทาน

ยังมีเพลงพื้นบ้านภาคกลางอีกจำนวนหนึ่ง เพียงไม่กี่ชนิดที่ยังคงฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรค ยืนหยัดคงอยู่ได้มายาวนาน มีคนเล่นมีคนหาจ้างวานไปแสดงในงานสำคัญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเสมอมา ได้แก่ เพลงอีแซว ลำตัด เพลงแหล่ ทำขวัญนาค

 

คนเล่นเพลงในยุคก่อน ๆ เขาฝึกหัดเพลงด้วยใจรักอย่างเหนียวแน่น เอาจริงเอาจังฝึกหัดกันอย่างตั้งอกตั้งใจ มีความรักเคารพศรัทธา ยึดเหนี่ยวในตัวครูผู้ที่ให้ความรู้เป็นอย่างสูง จึงทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนมกันระหว่างครูเพลงกับลูกศิษย์ ที่เรียกว่า ศิษย์ก้นกุฏิ ติดตามครูไปทุกหนทุกแห่งฝึกหัดจดจำลีลาท่าทางในการแสดงออกของครูเพลง แล้วเอามาฝึกฝนตนเอง ทำให้ครูดูจนครูบอกว่าใช้ได้จึงออกไปเล่นงาน เป็นผู้แสดงประกอบไปก่อน ค่อยไต่เต้าเลื่อนชั้น จนขึ้นไปเล่นเป็นพ่อเพลง แม่เพลงได้ และเป็นตัวตายตัวแทนสืบสานศิลปะการแสดงต่อจากครู รุ่นต่อรุ่นเป็นอาชีพหารายได้ มายาวนาน

 

คนเล่นเพลงพื้นบ้านในวันนี้ อาจฝึกหัดเพลงด้วยใจรัก (มีน้อย) มีความรักเคารพศรัทธาในตัวครูเพลง (อาจมีบ้าง) ยึดเหนี่ยวในตัวครูที่ให้ผลประโยชน์ต่อตนเอง กลุ่มของตนเองเพื่อที่จะได้ช่วยทำให้เล่นเพลงนั้น ๆ ได้ หรือเพื่อผลประโยชน์บางประการในอันที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ แต่มิใช่ฝึกหัดเป็นเล่นเพลงเป็นอาชีพอย่างคนเก่า ๆ จะเห็นได้ว่า นักแสดงรุ่นหลัง ๆ โดยเฉพาะเยาวชนที่มีความสามารถในการแสดงเพลงพื้นบ้าน จะแสดงออกได้เพียงในระยะเวลาอันสั้น เช่น แสดงได้เพียง 30 นาที ก็หมดเนื้อหาที่เตรียมมาแล้ว หรือในบางวงเล่นได้นานนับชั่วโมง แต่ขาดเอกลักษณ์ในการแสดง จับโน่นชนนี่เพื่อให้เพียงพอกับเวลา

 

มีบ้างไหม ที่เยาวชนในวันนี้ ฝึกหัดเล่นเพลงพื้นบ้านเป็นอาชีพ หารายได้อย่างมั่นคง ฝึกซ้อมการแสดงกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อรักษาศิลปะการแสดงของท้องถิ่น อย่างใดอย่างหนึ่งเอาไว้ด้วยความเหนียวแน่น มั่นคงถาวร  นั่นแหละคือ นักเพลงตัวจริงที่สมควรให้การยกย่อง เพราะพวกเขาคือทายาทที่มีเจตนาในการสานต่อจากคนรุ่นเก่า ๆ รุ่นปู่ย่าตายาย ตัวจริง

เพลงอีแซว เป็นเพลงพื้นบ้านหนึ่งในจำนวนไม่กี่ชนิดที่ยังคงได้รับการยอมรับจากท่านผู้ชม วงเพลงอีแซวหลายคณะ ยังคงมีงานแสดงในสังคมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่างานจะถี่ ห่างกันไปบ้างก็ตาม แต่วงยังคงเกาะยึดกันอย่างเป็นปึกแผ่นไม่มีวันสลาย ในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เป็นวงระดับบรมครูก็มีหลายวง (ไม่มาก) ส่วนวงเพลงอีแซวที่เป็นมืออาชีพ ที่ยังคงรับงานแสดงอยู่ในวันนี้ มีไม่ถึง 10 วง (3-5 วง) ยิ่งหันไปมองวงเพลงอีแซว ระดับเยาวชนที่เป็นนักเรียนด้วยแล้ว จำนวนวงเพลงอีแซว ในสถานศึกษามีเป็นจำนวนมาก แต่จะมีวงเพลงอีแซววงไหนบ้าง ที่ก้าวขึ้นไปยืนรอรับงานเป็นอาชีพได้อย่างในยุคก่อน ๆ  ใครต้องการมาติดต่อหางานในวันนี้ก็สามารถที่จะไปเล่นได้ในวันนี้ (มีความพร้อมอยู่เสมอ)

 

ถ้าสถานการณ์เป็นไปอย่างนี้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางมั่นคงถาวร ยาวนานจริง ๆ เพลงอีแซวสุพรรณฯ จะอยู่ได้อีกนานสักแค่ไหน โปรดจงมองย้อนกลับไปที่ต้นตำนาน บุคคลเหล่านั้นมีแต่วันที่จะลาจากโลกนี้ไป ท่านจากไปพร้อมกับภูมิปัญญาที่มีมาติดตัวท่าน หากไม่มีคนรุ่นใหม่รับมรดก ให้ตกทอดมาถึงเขา ใครเล่าจะจะเป็นคนที่เข้ามาแทนที่ได้ ที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย และยิ่งนับวันที่จะเหลือน้อยลงไปทุกที

 

เมื่อหมดสิ้นตัวบุคคลที่เป็นผู้บุกเบิก เอกสารจะกี่ฉบับที่ได้ทำการบันทึกเรื่องราว ประวัติความเป็นมา ผลงาน (บทร้อง,เนื้อเพลงพื้นบ้าน) ไม่มีจิตวิญญาณที่จะถ่ายทอดความเป็นศิลปินไปยังผู้ที่มีความสนใจได้ดีเท่าครูเพลง หรือเป็นไปได้บ้าง เพียงบางส่วนบางคนที่จะไปฝึกหัดเรียนรู้จากสิ่งที่บันทึกเอาไว้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีสื่อที่ทันสมัยเข้ามาแทนที่ ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา แต่เชื่อเถิดว่า ขาดชีวิตจิตวิญญาณของความเป็นศิลปินพื้นบ้าน ขาดเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรียกคนดูให้เข้ามานั่งยืนชมโดยสิ้นเชิง

 

ในระดับมืออาชีพ นักเพลงชาวบ้าน จำนวนวงเพลงอีแซว เริ่มที่จะลดน้อยลงไป นักเพลงที่มีความสามารถในการแสดงยังมีอีกเป็นจำนวนมาก  แต่ไม่สามารถตั้งเป็นวงเพลงพื้นบ้านรับงานแสดงได้ ด้วยชื่อเสียง ความสามารถที่โดดเด่นเฉพาะตัว ที่จะดึงดูดความสนใจได้มากพอกับการลงทุน จึงทำให้นักเพลงที่เหลืออยู่ ต้องหันไปประกอบอาชีพหลัก ทิ้งงานแสดงไปอย่างน่าเสียดาย

 

ส่วนนักเพลงในระดับรุ่นเยาวชน ที่จัดตั้งเป็นวงเพลง รับงานแสดงจริง ๆ  ในวันนี้แทบหาไม่ได้ เพราะวงเพลงพื้นบ้าน วงเพลงอีแซวในแต่ละวงจะต้องมีอุปกรณ์ เครื่องมือที่จะนำไปจัดการแสดงหลายอย่าง และจะต้องลงทุนมิใช่น้อย เป็นต้นว่า มีชุดการแสดงอย่างน้อย 2-3 ชุด มีเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ มีเครื่องไฟฟ้าขยายเสียง มีฉากเวทีและป้ายคณะ รวมทั้งสะแตนด์หน้าเครื่องดนตรี และที่สำคัญมากอีกอย่างคือ เวทีการแสดง แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องยากนักที่จะจัดหาได้ สิ่งที่ยุ่งยากเกินกว่าที่จะทำได้คือ ความมีชีวิตจิตวิญญาณของนักแสดงเพลงพื้นบ้านจริง ๆ แสดงความมีชีวิต ดั่งลมหายใจเข้าออกที่ไม่เคยขาดระยะ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะนำมาให้ได้ในทุกสิ่งทุกอย่างโดยอัตโนมัติ ครับ

 

          ในทางกลับกันถึงแม้ว่า จะมีคนหัดเพลงพื้นบ้านสักกี่สิบกี่ร้อยกี่พันคน จะทำการรณรงค์กันไปสักแค่ไหนหากมุ่งแค่เพียงหัดเป็นเล่นได้ ขาดชีวิตจิตวิญญาณขาดลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอเสียแล้ว อีกไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นเพลงพื้นบ้านประเภทใด เพลงอีแซวก็เช่นเดียวกัน ก็คงจะต้องถึงเวลา ถึงวันที่จะต้องสูญสิ้นไป เพียงแต่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น

 

 

ชำเลือง มณีวงษ์ ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการแสดงเพลงพื้นบ้าน (ราชมงคลสรรเสริญ) ปี 2547