หน้าที่โดยตรงและเร่งด่วนของนักจัดการความรู้คือ การหาความรู้ ใช้ความรู้ มีความรู้“จัดการความรู้” เพื่อลดความโลภ ความโกรธ ความหลงของตนเอง

ช่วงที่ผ่านมาเราไปช่วยจัดการความรู้ของคนอื่นเขามากแล้ว ช่วยหน่วยงานอื่น บริษัทอื่นเขามากแล้ว ปีนี้ เดือนนี้ เราควรหันกลับมาเพื่อจัดการความรู้ให้ตนเอง

การจัดการความรู้เพื่อตนเองนั้น มิได้จัดการเพื่อให้ตนเองมีงาน มีเงิน มีรายได้ มีความรู้เรื่องจัดการความรู้ แต่ทำเพื่อลดความโลภ ความโกรธ ความหลงของตนเอง

นักจัดการความรู้ เป็นคนที่มีความสามารถในการหาความรู้ และใช้ความรู้ หลายวัน หลายเดือนที่ผ่านมา เราทำเพื่อ กาม กิน และเกียรติมาพอสมควรแล้ว วันนี้ ลมหายใจนี้ เราต้องเพื่อตัดกิเลสลดตัณหาแห่งกาม กิน และเกียรตินั้น

นักจัดการความรู้ เป็นผู้รู้ดี รู้ชั่ว เป็นผู้ที่ไม่หลงเมามัวไปกับสังคมที่เปรียบหนึ่งห้องขังอันมนุษย์ที่สำคัญตนว่าเจริญแล้วสร้างไว้เพื่อกักขังตนเอง

ชีวิตที่ผ่านมานี้แล้วรู้มาเยอะแล้ว วันนี้ขอให้ทำตามอย่างที่รู้นั้น
ชีวิตที่ผ่านมานี้แล้วจัดเวทีให้คนอื่นมามากแล้ว วันนี้ขอให้จัดเวทีเพื่อตนเองบ้าง

สิ่งใดเล่าจะหอมหวนรัญจวนใจเท่าความดีที่ได้มีและสร้างจากความรู้ “ดี” ที่ตนมี

การรู้ดี คือ รู้ที่จะทำความดีด้วยการเสียสละ

การทำดี คือ การเดินหนทางแห่งอริยมรรคซึ่งมีองค์ ๘


สละกามเสีย สละการกินเสีย สละซึ่งเกียรติเสีย ชีวิตนี้จะสบายขึ้นอีกมาก
หน้าที่โดยเร่งด่วนวันนี้ของบัณฑิตทั้งหลายผู้มีความรู้และได้ชื่อว่านักจัดการความรู้นั้นคือการถ่ายถอนความโลภ ความโกรธ ความหลง แห่งโลก แห่งสังคม และถ่ายถอนความยึดมั่นในความรู้เสีย

สิ่งภายนอกนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นที่พึ่งแท้แห่งจิตใจเท่ากับความดีภายในตน
ก้าวย่างนี้ ลมหายใจนี้ จงเดินไปเพื่อการปล่อยและการวาง
วางซึ่งความรู้ทั้งหลายที่ได้แบกไว้ วางเสีย วางใจ วางโลภ วางโกรธ วางหลงไว้ บนโลกเอย...