1.   มีคนบ่นถึงเฮฮาศาสตร์ว่าไม่ค่อยจะได้เรื่อง พากันเฮฮาปาร์ตี้เล่นสนุกๆ ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นจริงตามนั้น100เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอะไรในกอไผ่ที่โดนใจท่านผู้ชม จึงขอสารภาพบาปดังนี้

 

1.1        ที่นับว่าแปลกก็คือ พวกเราทุกคนควักเงินตัวเองไปเที่ยว ไปเฮฮาพบปะเพื่อนฝูง ได้เรียนรู้กันแบบตัวเป็นๆ เห็นครอบครัว เห็นเครือญาติ เห็นพื้นที่ เห็นกิจกรรม เห็นประวัติศาสตร์ เห็นวัฒนธรรม เห็นพิพิธภัณฑ์ เห็นสังคมในพื้นถิ่นนั้นๆ จึงไม่ต้องทำตามใบสั่งของใครกระมัง

1.2        หลังจากดูตัวดูใจกันแล้ว ได้รู้ว่าพันธมิตรของเรามีศักยภาพในด้านใด เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงประจักษ์ ทำให้เกิดอานุภาพแห่งมิตรไมตรี ก่อหวอดเป็นฐานสังคมที่เอื้ออาทรร่วมทุกข์ร่วมสุข เราทึกทักกันเองว่าทุกคนต่างสมประโยชน์ ที่ได้ไปสัมผัสด้วยตัว ด้วยตา และด้วยใจ

1.3        การจัดทุกครั้งก็เป็นไปทำนองนี้ จ่ายเอง เที่ยวเอง แต่เจ้าภาพแบกแอ่นหน่อย..ท่านอัยการชาวเกาะเป็นเจ้ามือคราวที่แล้ว ได้ทุ่มเทเหน็ดเหนื่อยเพื่อพวกเรา ทัวร์บริษัทไหนๆก็ยากที่จะจัดให้ได้ คุณค่าแห่งความเสียสละตรงนี้ ถ้าจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระก็ไม่ว่ากัน

1.4        ได้ไปเรียนรู้พื้นฐานสังคมร่วมกันทั้งครอบครัว ทำให้ย้อนไปถึงเมื่อครั้งสังคมปกติสุข ลูกหลานใครในหมู่บ้านก็เหมือนลูกหลานเรา ลูกหลานคนแซ่เฮ เป็นลูกหลานของเราทุกคน หนูไผ่ หนูฟ้า หนูฟาง หนูนีน่า น้องออย น้องอ้าย น้องจิ ฯลฯ ทุกครั้งมีท่านอาวุโสคุณพ่อคุณแม่ไปด้วย คุณภรรยาคุณสามีไปเฮฮาทัวร์ด้วยกัน เป็นการท่องเที่ยวเชิงสังคม ไม่ได้ไปแบบเห็นแก่ตัว ปัดก้นเที่ยวเฉพาะตัวเอง การจัดเฮฮาศาสตร์ถือเป็นกาวตราช้างที่ประสานความอบอุ่นในครอบครัว สมาชิกในครัวเรือนภูมิใจที่ตนเองได้รับรู้และเรียนรู้แบบเคียงคู่กัน

 

1.5        คนที่เข้าร่วมกิจกรรมเฮฮาศาสตร์ล้วนมาด้วยใจ มีหลากหลายอาชีพ นักกฎหมาย ครูบาอาจารย์ นักธุรกิจ  ข้าราชการ นักพัฒนา แพทย์ พยาบาล นักศึกษา แม่บ้าน ลูกหลาน ท่านเหล่านี้ผ่านร้อนผ่านหนาว มีวุฒิภาวะพอที่จะรู้อะไรๆบ้างกระมัง ถึงไม่เลิศประเสริฐศรี แต่เป็นผู้ที่มีสถานะทางสังคมพอสมควร มีสมองคิดเป็นนะต๋อย ว่าอะไรเหลวไหล อะไรเหลวไม่ไหล ไม่งั้นรัฐบาลไม่จ้างให้เสียงบประมาณหรอก

 

1.6        ในกรณีที่ไม่สร้างผลประโยชน์ต่อสังคมเท่าที่ควร ข้าน้อยเห็นว่าการสร้างกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แล้วนำความรู้นั้นไปใช้ในการงานหรือชีวิตประจำวัน ก็เป็นผลดีไม่น้อยหรอก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบประชิดตัว เป็นการถ่ายทอดความรู้ที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะไม่มีกรอบกั้น ไม่มีหัวโขน เบาสบายอิสระ ยังไงก็ได้ ไม่ต้องมีท่าและลีลามาก จับเข่าคุยกัน มีอะไรก็งัดออกมาแนะนำกัน โดยเฉพาะคนโง่แบบข้าน้อยเหมาะมากกับการเรียนแบบจับมือสอน เมื่อรู้เขารู้เรา ทราบว่าท่านนั้นท่านนี้ถนัดในเรื่องใด ก็ตามไปตอแยในภายหลังได้ถูกตัว

 

1.7        ถ้าจะตั้งความหวังให้เราทำงานให้เกิดประโยชน์เชิงสังคมมหาศาล ก็โปรดกรุณาช่วยออกเงินให้สิครับ จะได้จัดกิจกรรมตามใจท่านผู้อุปการะ ไม่มีใครไม่ต้องการเห็นสังคมเป็นปกติสุข แต่ภายใต้สภาวะปัจจุบัน การสร้างกลุ่มพลังเพื่อช่วยเหลือกันทำความดีเป็นปึกแผ่น มันไม่ง่ายนักหรอก เรายังไม่มีวิธีปฏิบัติที่เกิดผลรวดเร็วทันใจ มีใครบ้างที่ปลูกมะพร้าวแล้วไม่อยากให้มันออกลูกชั่วข้ามคืน เรื่องนี้ทดลองตั้งกลุ่มเพื่อสังคมจริงๆดูเถิด แล้วจะได้เหตุผลว่าทำไมพวกเฮฮาศาสตร์จึงโอ้เอ้อรชร

 

1.8        หน้าที่คนไทย อย่างน้อยก็น่าจะมี 2 ส่วน 1-หน้าที่การงานรับผิดชอบตามบทบาทของอาชีพ 2-หน้าที่เพื่อพัฒนาสังคม ข้อที่1-2ชาวเฮฮาศาสตร์กระทำไปพร้อมๆกัน เพียงแต่เริ่มตั้งไข่ เพราะต้องอาศัยปัจจัยรอบด้าน

 

1.9        อย่ามาตั้งความหวังอะไรกับพวกเฮฮาศาสตร์เลยนะขอรับ พวกนี้ด้อยฝีมือ ไม่มีน้ำยา ปัญญาแค่หางอึ่ง ท่านใดกลุ่มใดเก่งเลิศประเสริฐศรี ก็ขอความกรุณาแสดงนำทางหน่อยเถิด พวกข้าน้อยจะขอเดินตาม

 

1.10    ชาวเฮฮาศาสตร์ อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่คาดคั้นเอาความผิดกับใคร ไม่ยกตนข่มท่าน คิดได้แค่ไหนก็ทำแค่นั้น รักใคร่ดูแลแก้ไขปัญหากันภายใน ยกย่องคนดี ให้กำลังใจกัน ผมชื่นชมเบิร์ด ผู้หญิงตัวเล็กๆบอบบาง ที่พยายามค้นคว้าความรู้มาเผื่อแผ่คนอื่น จะเป็นการเสนอโครงการก็ไม่ใช่ จะเป็นผลงานทางวิชาการก็ไม่ใช่ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เธอใช้เวลาตอบปัญหาต่างๆให้แต่ละคนอย่างละเอียดยืดยาว ..เธอลอกใครมาตอบหรือ? ..เธอไม่มีกึ๋นพอที่จะเขียนจริงๆหรือ? โลกนี้มันมีขาวมีดำเท่านั้นหรือ? ถ้าเผื่อจะมีอะไรผิดพลาดไปบ้าง เธอรีบขอโทษแล้ว! เท่านี้ยังไม่พอก็จนใจ.. มีใครบ้างในโลกนี้ที่ไม่เคยผิดพลาด ถ้าคนใฝ่ธรรมให้อภัยไม่ได้ไม่เป็น มันก็ตลกสิ้นดี! 

คำที่ขอถาม

ท่านเห็นเบิร์ดเป็นเพื่อน หรือเป็นคนร้าย

 

เบิร์ดลูกรัก ถ้าคนทั้งโลกไม่เข้าใจ และให้อภัยไม่ได้

 

พ่อ จะคอยเอาทิงเจอร์ ทารอยขย้ำให้!

 

               Key Word: เม้งพูดเรื่องอีโก้ ผมไม่รู้จัก รู้แต่อีบ้า!