มหาวิทยาลัย

คุณลักษณะและประเภทของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

 

เรียบเรียงโดย  นางอ้อมใจ  วงษ์มณฑา

นักวิชาการอุดมศึกษา

สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา  ม.อ.ปัตตานี

 

                การวิจัยทางอุดมศึกษาพบว่า มหาวิทยาลัยมีอิทธิพลมากที่สุดต่อชีวิตของนักศึกษาในช่วงที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย 4 ปี มหาวิทยาลัยจะมีส่วนที่จะช่วยในการพัฒนานักศึกษาให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีเหตุผล  มีความรับผิดชอบ  มีบุคลิกภาพที่มีคุณธรรม  วัยนี้เป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาสูงสุด  จึงเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยจะมีส่วนในการจัดสภาพแวดล้อม  จัดประสบการณ์ต่าง ๆ ให้นักศึกษาพัฒนาสูงสุด มหาวิทยาลัยจึงควรมีแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษาให้มากที่สุด  เพื่อการเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา

                สวัสดิ์  สุคนธรังสี (2519 : 19)  ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ลักษณะพิเศษของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา คือ ตัวนักศึกษาที่อยู่ในวัยที่กำลังจะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่  โดยทั่วไปนักศึกษาจะมีอายุระหว่าง 18-22 ปี  มีอารมณ์ที่อ่อนไหวมากกว่าบุคคลในวัยอื่น  ในขณะเดียวกันก็กระตือรือร้น  อยากรู้อยากเห็น  อยากทดลองสิ่งใหม่  มีความคิดคำนึงค่อนข้างเพ้อฝันและพร้อมที่จะรับอุดมการณ์ที่ตนเชื่อ.....วัยนี้เป็นวัยที่บุคคลกำลังแสวงหาเอกลักษณ์ (Identity) นักศึกษาเป็นบุคคลที่มีสติปัญญาโดยเฉลี่ยสูงกว่าบุคคลอื่นในวัยเดียวกัน

                ซึ่ง วัลลภา  เทพหัสดิน ณ อยุธยา (2543 : 26, 29)  กล่าวถึงลักษณะพิเศษของนักศึกษาว่ามีความกระตือรือร้นและสนใจในสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นสภาพความไม่ถูกต้องหรือความไม่ยุติธรรมในสังคม  ชีวิตของเขาเป็นอิสระที่จะคิดและแสดงออก  และเน้นว่านักศึกษาไม่ใช่ตุ๊กตาปั้นที่คอยรับแต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยและอาจารย์ป้อนให้  นักศึกษาเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยความรู้สึก  ความกังวล  ความหวัง  ความรัก  ความเกลียด  ในขณะที่เขาฟัง คิด อ่าน เขียน และเรียนไปพร้อม ๆ กัน  ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของมอนเร (Monroe, 1977 : 182)  ที่เห็นว่านักศึกษาโดยธรรมชาติจะเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง  มีอุดมคติสูงและทนไม่ได้ต่อความอยุติธรรมของสังคม  เขากล่าวว่า  นักศึกษาที่เข้าในมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ บุคลิกภาพยังไม่ชัดเจน  แต่เมื่อจบออกไปแล้ว  จะมีลักษณะของตนค่อนข้างแน่นอน  ชีวิตในมหาวิทยาลัยจึงควรเป็นชีวิตที่นักศึกษาได้รับการพิจารณา  ทดสอบ  คัดเลือก  และยึดเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละคน  เขาเน้นการพัฒนานักศึกษาในแง่เอกัตบุคคล

                นอกจากนี้ คอฟแมน (Kauffmann) อ้างถึงใน วัลลภา เทพหัสดิน ณ อยุธยา, 2543 : 26-28)  ประมวลลักษณะของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยไว้ 6 ลักษณะ คือ

                1) ผู้ที่เข้ามาแสวงหาความรู้  และมุ่งมั่นตกลงในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง  ซึ่งเขามีความเชื่อถือในศาสตร์นั้น ๆ เขาอยากจะมีความสัมพันธ์กับชีวิตจิตใจของวิชาที่เรียน  แต่มักจะผิดหวัง  เพราะไม่ได้พบเช่นนั้น

                2) ต้องการแสวงหาความมั่นคงทางสังคม  เพราะบางครั้งเมื่อเข้ามาในมหาวิทยาลัยก็เกิดความรู้สึกเหมือนคนหลงทาง  การที่เข้ามหาวิทยาลัยเพราะเขานึกว่าจะเป็นที่ทำให้เขาได้คลายความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทางบ้าน  พยายามคิดหาทางห่างจากบ้านเพื่อต้องการความอิสระ จึงต้องการคนที่จะช่วยสนองความต้องการทางจิต  หาคนที่ถูกใจเป็นเพื่อน

                3) เป็นคนมีอุดมคติและใจดี  แต่บางครั้งสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยก็ทำลายอุดมคตินั้นเสีย  เขาอยากที่จะช่วยคนอื่น  และสนใจปัญหาของสังคม  ซึ่งในด้านนี้มหาวิทยาลัยจะไม่ได้นึกถึง  หรือเห็นความต้องการของเขา  จึงไม่ได้คอยช่วยจัดประสบการณ์  หรือเปิดโอกาสให้เขาได้ทดลองทำงานที่ใช้วิชาการที่เรียนอยู่ในห้องเรียนกับชีวิตประจำวัน

                4) มีความกระตือรือร้นที่จะเรียน  แต่เพราะว่ามีสิ่งยั่วยุรอบด้านที่ผลักดันให้หันเหทิศทางไปทางอื่น  กิจกรรมต่าง ๆ สนุกสนานกว่า  ไม่ต้องกังวลเดือดเนื้อร้อนใจ  และได้รับการบีบคั้นจากการเรียน  นักศึกษาบางคนอาจตั้งความหวังในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาไว้สูงมาก  เมื่อเข้ามาศึกษาแล้วไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็รู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก  จึงต้องหันความสนใจไปด้านอื่น  ซึ่งบางครั้งอาจจะนำไปสู่ปัญหาการเล่นการพนันและการติดยาเสพติด  ซึ่งจะเป็นผลร้ายต่อตนเอง  สังคม และประเทศชาติ

                5) ต้องการค้นพบตนเอง  ความเป็นตัวของตัวเอง  แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่พอใจความปรารถนาและทุกสิ่งในตัวเองนัก  นอกจากนี้การเรียนในระดับอุดมศึกษาสาขาวิชาบางประเภทไม่ได้ช่วยให้นักศึกษาได้ค้นพบความสามารถของตนเอง  บางครั้งทำให้นักศึกษาเข้าใจผิดว่าตนเองโง่มาก  เพราะเพียงสาเหตุจากการสอบไล่ตกเพียง 1วิชาเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถพัฒนาความสามารถด้านอื่น ๆ ขึ้นมาเลย

                6) มีความขัดแย้งและมีความรู้สึกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการบริหาร  ลักษณะของนักศึกษาในด้านนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปในบางมหาวิทยาลัยบ้าง  โดยการมีนักศึกษาตัวแทนที่มีส่วนร่วมในการบริหาร  จะทำให้เขาได้รับข้อมูลข่าวสารที่ได้ย่อมมีความเที่ยงตรง  และสิ่งที่ตัวแทนของเขาทำย่อมตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้

                ลักษณะของนักศึกษาที่คอฟแมนเสนอนั้น  เป็นการมองนักศึกษาในภาพรวมทั้งหมด  หากจะพิจารณาลักษณะนักศึกษาตามชั้นปี  จะพบว่า

                นักศึกษาชั้นปีที่ 1 นักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อหวังความสำเร็จในเชิงวิชาการ  ต้องการเข้าใจตนเอง  แสวงหาเอกลักษณ์และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น  ความรู้สึกทั่วไปของนักศึกษาคือมีความรู้สึกกังวลกันระหว่างความกลัวและความตื่นเต้น  จะเข้าร่วมกิจกรรมทุกประเภทในมหาวิทยาลัย

                นักศึกษาชั้นปีที่ 2  ส่วนใหญ่นักศึกษามักจะไม่พอใจมหาวิทยาลัย  บางกรณีนักศึกษาจะมีความเบื่อและรู้สึกเฉย ๆ ไม่ยินดียินร้ายต่อสภาพทั่วไปในมหาวิทยาลัย  นักศึกษาจะเกิดความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง  ตนเองเป็นคนขาดความรับผิดชอบ  ทางออกของนักศึกษาคือ การริเริ่มสร้างเสริมความเป็นแบบแผนของกลุ่มย่อยขึ้นมาเป็นวัฒนธรรมกลุ่มเพื่อน (Peer Culture)

                นักศึกษาชั้นปีที่ 3  นักศึกษาจะมีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของตนเองเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในลักษณะที่สูงมาก  นักศึกษาจะมีความคิดเห็น  ค่านิยมในแนวทางเดียวกัน  ทุกคนจะมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์  แต่ก็มีลักษณะที่คล้ายกับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คือ มีความไม่พอใจมหาวิทยาลัยในด้านต่าง ๆ มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง

                นักศึกษาชั้นปีที่ 4  นักศึกษาพวกนี้มีความสนใจออกไปจากมหาวิทยาลัย  จะเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย  เริ่มตั้งแต่ไม่สนใจวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของนักศึกษา (Student Culture) รวมทั้งไม่ยอมรับระเบียบประเพณีของนักศึกษาด้วยกัน  สนใจเรื่องส่วนตัวโดยเฉพาะชีวิตหลังการเรียนจบแล้ว (ทองเรียน  อมรัชกุล, 2525 : 39)

                หากพิจารณาลักษณะนักศึกษากับการเรียนการสอน  จะพบว่านักศึกษามีพื้นฐานของเศรษฐกิจและสังคมสูงกว่าคนทั่วไป  มีอุดมคติและความสำนึกต่อสังคมและส่วนรวมสูง  ไม่นิยมการขู่บังคับ  ในขณะที่แสวงหาความมีอิสรเสรี  นักศึกษาก็ยังผูกพันกับอาจารย์และสถาบันของตน  ประสิทธิภาพในการเรียนขึ้นอยู่กับความสนใจ  ความตั้งใจและการปรับตัวของนักศึกษาการเรียนรู้ของนักศึกษาจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม  แต่ละชั้น  แต่ละสาขา  มีแบบการเรียน  ความสนใจและค่านิยมที่ต่างกัน

 

ประเภทของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

                คลากและโทร (Clark and Trow) อ้างถึงใน พรพนา อรรจน์โรจน์ (2528 : 20-21) ได้จัดแบ่งนักศึกษาโดยยึดองค์ประกอบ  ความคิดอ่านทางสติปัญญา  และการแสดงออกซึ่งเจตจำนงที่มีต่อมหาวิทยาลัยเป็นหลัก  โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

                1) พวกบทบาททางวิชาการ (Academic) นักศึกษาประเภทนี้เป็นพวกที่ขยันหมกมุ่นอยู่กับวิชาการ  มักชอบแสดงออกซึ่งความคิดเห็นในเชิงวิชาการ  และชอบเข้าร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ  ชอบทำงานหนัก  ได้รับความสำเร็จในทางวิชาการ  มีเกรดเฉลี่ยสูง เมื่ออยู่นอกห้องเรียนมักพูดคุยถึงแต่เรื่องเกี่ยวกับวิชาการเป็นประจำ  โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว  นักศึกษาประเภทนี้คือการได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่สูงขึ้นไป

                2) พวกบทบาทที่ผิดแผกไปจากเกณฑ์ปกติ (Non-Conformist)  นักศึกษาประเภทนี้เป็นผู้มีความคิดอ่านในเชิงวิชาการและสติปัญญาดี  แต่มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของทางมหาวิทยาลัย  โดยทั่วแล้วนักศึกษาประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะแสวงหาสิ่งที่มีความหมายเฉพาะต่อชีวิตของตนเท่านั้น  มีความสนใจในเรื่องการประกอบอาชีพเพียงเล็กน้อย  และไม่ชอบร่วมกิจกรรมนักศึกษา  ลักษณะเด่นของนักศึกษาประเภทนี้คือ  การแสดงความก้าวร้าว  ไม่เห็นด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับการบริหารมหาวิทยาลัย  นักศึกษาประเภทนี้จะไม่ให้ความร่วมมือกับกิจการของทางมหาวิทยาลัย  มักจะไม่ชอบวุ่นวายกับครู  อาจารย์  กล่าวโดยสรุป  นักศึกษาประเภทนี้ชอบใช้ชีวิตในแบบฉบับของตนเอง  มุ่งเสริมสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง  เช่น พวกฮิปปี้  พวกชอบใช้ชีวิตสนุกสนาน  พวกชอบเล่นการเมือง  พวกวางเฉย  เป็นพวกนักศึกษาที่มีลักษณะแปลกไม่เหมือนนักศึกษาทั่วไป

                3) พวกบทบาทแบบชีวิตมหาวิทยาลัย (Collegiate)  นักศึกษาประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่จงรักภักดีต่อมหาวิทยาลัย  และปฏิบัติตนสอดคล้องกับความต้องการของทางมหาวิทยาลัย  นักศึกษาประเภทนี้จะไม่หมกมุ่นในวิชาการมากนัก  แต่จะนิยมใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข  ชอบเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษนอกหลักสูตรทุกอย่าง  ชอบอยู่เป็นกลุ่ม  มีเพื่อนมากในมหาวิทยาลัย

                4) พวกบทบาทแบบวิชาชีพ  (Vocational)  นักศึกษาประเภทนี้  โดยปกติแล้วไม่ชอบด้านวิชาการ  ซึ่งต้องใช้สติปัญญามาก  และไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของมหาวิทยาลัย  แต่นักศึกษาประเภทนี้ยอมรับว่า  การศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นการฝึกฝนทางอาชีพอย่างแท้จริง  นักศึกษาประเภทนี้จะไม่สนใจในการออกความเห็นหรือการเรียนรู้ในเชิงวิชาการ  ตลอดจนกิจกรรมทางสังคมและกิจกรรมนอกหลักสูตร  กล่าวโดยสรุป  นักศึกษาประเภทนี้มุ่งฝึกฝนตนเองเพื่อจะได้มีความชำนาญในการที่จะได้ออกไปประกอบอาชีพให้ได้ผลดี

                ซูเมอร์ และแสตนฟิล (Schumer and Stanfield)  อ้างถึงใน  ศิริพันธุ์  บำรุงทรัพย์,  2539 : 19-20)  ได้แบ่งประเภทของนักศึกษาตามแนวบทบาทออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

                1) แนวบทบาททางวิชาการและการเป็นนักศึกษา (Academic and Scholarly Role Orientation) นักศึกษาจะสนใจแต่เรื่องที่เป็นสาระความรู้อย่างเป็นทางการในวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในสถาบัน

                2) แนวบทบาทในการใช้สติปัญญา (Intellectual Role Orientation)  นักศึกษาจะเน้นในเรื่องของโลกและศิลปะและปรัชญาหรือแนวคิด  ไม่เน้นโครงสร้างทางวิชาการของสถาบันและวิชาเรียนในสถาบัน

                3) แนวบทบาทในการใช้ชีวิตในสถาบันอุดมศึกษาอย่างเต็มที่ (Consummatory Collegiate Role Orientation) นักศึกษาจะสนใจในกิจกรรมทางสังคมที่เขามองว่าเป็นกิจกรรมที่สนุก

                4) แนวบทบาทในการนำประสบการณ์จากการทำกิจกรรมในสถาบันไปใช้ประโยชน์ (Instrumental Collegiate Role Orientation) นักศึกษาต้องการมีบทบาทในฐานะผู้นำ  ผู้บริหารองค์การและทำงานเพื่อสร้างสมประสบการณ์  และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

                5) แนวบทบาทที่ยึดถือระบบกรีก (Orientation to Greek-Letter System) เป็นนักศึกษาที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะ  มีตระกูลดี  เมื่อมาเรียนก็มาอยู่รวมกันในสถานที่พักที่มีกลุ่มนักศึกษาลักษณะเดียวกัน  มีกฎระเบียบ  มีผู้คอยดูแล  พฤติกรรมของนักศึกษาประเภทนี้อยู่รวมกันในแนวบทบาทในการใช้ชีวิตในสถาบันอุดมศึกษาอย่างเต็มที่และแนวบทบาทในการนำประสบการณ์จากการทำกิจกรรมในสถาบันไปใช้ประโยชน์

                6) แนวบทบาทในการฝึกฝนเพื่อการประกอบอาชีพ (General Vocational Role  Orientation) นักศึกษาจะมุ่งเน้นทักษะและความรู้ที่ได้จากการเรียนการสอนในวิชาที่ลงทะเบียน  ที่เห็นว่ามีประโยชน์ในการทำงานในอนาคต

                7) แนวบทบาทในการพัฒนาสังคม (Social Development Role Orientation) นักศึกษาจะสนใจในการพัฒนาตนเอง  โดยการพบปะบุคคลจำนวนมากและชอบช่วยเหลือคนอื่น

                8) แนวบทบาทที่ทำพอเป็นพิธี (Ritualistic Role Orientation)  นักศึกษามีแนวโน้มในการอยู่บ้านมากกว่าสถาบัน  ต้องการที่จะทำอะไรคนเดียว  อยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร  ไม่สนใจวิชาการหรือสภาพแวดล้อมของสถาบัน

                ซึ่ง  นิวคอมป์ และคณะ (Newcomb and others) อ้างถึงใน ทองเรียน อมรัชกุล (2525 : 36)  ได้ทำการจำแนกประเภทของนักศึกษาออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้

                1) ศึกษิต (Scholars) เป็นนักศึกษาที่มีความเป็นเอกัตตบุคคลต่ำ  แต่มีสติปัญญาสูงไม่กล้าทำอะไร  ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง  มีเพื่อนฝูงน้อย  ฉลาด  เขาอาจจะมีความเชื่อมั่นว่ามีความเก่งแต่ไม่กล้าแสดงออก  คนอื่นมองว่าเป็นคนที่มุ่งมั่นเอาแต่วิชาการ  เป็นคนมีเหตุผล ู้จักการวิเคราะห์  ชอบวิเคราะห์คนแต่ไม่ยอมรับอะไรง่าย ๆ

                2) บุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ (Creative Indivdualists)  เป็นนักศึกษาที่มีความเป็นตัวของตัวเอง  ฉลาด  สติปัญญาสูง  มองตนเองว่ามีสติปัญญา  มีทุกสิ่งทุกอย่างเหนือนักศึกษาคนอื่น  ทำตามความพอใจของตนโดยไม่คำนึงว่าเป็นที่ยอมรับของสังคมหรือไม่  มีศิลปะ  มีจินตนาการสูง  มีความคิดอิสระ  อุทิศตนเพื่อการเป็นผู้มีความคิดอิสระและเพื่อการเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง

                3) พวกไม่มีระบบระเบียบ (The wild Ones) เป็นนักศึกษาที่มีความเป็นตัวของตนเองสูงไม่ค่อยฉลาด  แต่งตัวไม่เรียบร้อย  เช่น พวกฮิปปี้  เป็นคนที่เสื่อมโทรม  ทำอะไรตามความพอใจ  ไม่สนใจงานด้านวิชาการ  สนใจแต่ความสนุกสนาน  งานรื่นเริง  ทำตัวเองให้เด่นอยู่เสมอ  ไม่มีระเบียบวินัย

                4) พวกฝักใฝ่ในการเมือง (Political Activist) เป็นนักศึกษาที่ชอบยุ่งการเมือง  มีวิจารณญาณของการเมืองเป็นนักปฏิรูป (Civil-Mind Reformist) ไม่ว่าจะเป็นการเมืองในระดับมหาวิทยาลัยหรือระดับประเทศ  สนใจในงานสาธารณประโยชน์

                5) กลุ่มสังคม (The Social Group)  เป็นนักศึกษาที่มีความเป็นตัวของตัวเองต่ำ  สติปัญญาต่ำ  สนใจเฉพาะเรื่องของสังคม  เรื่องสนุกสนาน  ไม่สนใจงานวิชาการ  มีนัดกับเพื่อนต่างเพศเสมอ

                6) ผู้นำ (Leaders) เป็นนักศึกษาที่สนใจในเรื่องการบริหารของมหาวิทยาลัยที่ตนเองศึกษาอยู่ต้องการที่จะมีตำแหน่งเป็นกรรมการของกลุ่มต่าง ๆ ในสถาบัน  ทำตนเป็นผู้รอบรู้และเจ้ากี้เจ่าการในกิจการต่าง ๆ

                มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาที่มีภารกิจหลัก 4 ประการ คือ สอน วิจัย บริการวิชาการ  และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม  เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ  ผลิตและประยุกต์ความรู้ รองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคม  ใช้องค์ความรู้ในการสร้างจิตสำนึกและชี้นำสังคม  อีกทั้งมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการตอบสนองนโยบายการพัฒนาประเทศ จึงต้องตระหนัก  ต้องปรับตัวให้ทันและสามารถตอบสนองความเปลี่ยนแปลงความต้องการของสังคมให้ได้  โดยการผลิตบัณฑิตที่มีคุณลักษณะความสมบูรณ์พร้อมในการอุทิศตนเพื่อสังคมส่วนรวม  ดังพระบรมราโชวาทในสมเด็จฯ  พระบรมราชชนก

                                ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัว             เป็นที่สอง

                                ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์               เป็นกิจที่หนึ่ง

                                ลาภ  ทรัพย์  และเกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง

                                ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพ           ไว้ให้บริสุทธิ์

 

เอกสารประกอบการค้นคว้า

ทองเรียน  อมรัชกุล.  2525.  การบริหารกิจการนิสิต : ทฤษฎีและแนวปฏิบัติ.  กรุงเทพมหานคร :

โอเดียนสโตร์.

วัลลภา  เทพหัสดิน ณ อยุธยา.  2543.  การพัฒนานิสิตนักศึกษา.  กรุงเทพมหานคร : ภาควิชา