คราวนี้เราก็มาต่อตอนที ๒ นะคะ....ปรึกษาไปไม่รู้จบ...แต่ที่แน่...แม่ปลื้มใจที่ลูกเห็นความสำคัญ...และคิดว่าแม่น่าจะมีคำแนะนำดี ๆ สำหรับเขา...ใครไม่ปลื้ม......แต่ครูพรรณาปลื้มมากกกก!ค่ะ       

ชั้นปีที่ ๓  โทร. มาบอก แม่หนูจะพาน้องใหม่ไปรับน้องคณะที่ ม. จุฬา.....ที่จริงไม่ใช่หน้าที่ของพี่ปี๓ แต่น้องปี ๒ มาขอให้พี่ไปช่วยดูด้วยจะได้อุ่นใจ......สัก ๔ โมงเย็นของวันหนึ่ง...แม่ก็ได้รับสาย

* แม่ทำไงดีน้องเหมารถแล้วแต่รถไม่มารับ…..ต้องไปขึ้นรถไฟที่ขอนแก่นตอน ๑ ทุ่ม

* เปลี่ยนใหม่หาเหมารถสองแถวหน้า ม. นั่นแหละ หลายๆ คันหน่อยไม่เป็นไร ราคาก็ให้เท่ากับคันเดิมที่เหมาไว้หรือเขาเรียกมากหน่อยที่ไม่เกินไปนักก็เอาเถอะ......เวลาไม่มีแล้ว...ส่วนอีคันนั้นกลับมาค่อยว่ากัน...ไม่ได้วางมัดจำไว้ใช่ไหม.......๒ ทุ่มกว่า....หนูขึ้นรถไฟเรียบร้อยแล้วแม่

        ----------------------------------------------------------------

วันต่อมาเกือบค่ำแล้ว

* แม่ทำไงดีล่ะ...น้อง ๆ ไม่มีที่นอนกันแล้ว......คราวแรกน้องเขาติดต่อมาว่าได้ที่นอน...แต่บังเอิญตอนนี้ที่ ม.จุฬาเขามีงาน...ก็เลยอด

* เออ! หาที่นอนที่ตึกในคณะนั่นแหละ.....ชั้นล่างชั้นบนก็ได้...เอามันหน้าห้องเรียนนั่นแหละ...เลือกแถบห้องน้ำชายนะ...น้องผู้หญิงจะได้สะดวก....พวกผู้ชายไม่ค่อยถือสาที่ผู้หญิงใช้ห้องน้ำร่วมด้วย...แต่ถ้าผู้ชายใช้ห้องน้ำผู้หญิงก็อาจจะมีเรื่องกันได้...หลีกเลี่ยงไป...แล้วอย่าลืมบอกแม่บ้านที่ทำความสะอาดตึกด้วย...บอกไปตามความจริงนั่นแหละ...เขาไม่ว่าหรอก

        สัก ๓ ทุ่ม โทร.มาแล้ว

* แม่!!!! เสียงดีใจนัก...

* เป็นไงเขาว่าอะไรหรือเปล่า

* ไม่ว่าหรอกแม่...แม่บ้านประจำตึกเขาเอาเรื่องของพวกหนูแจ้งให้ท่านคณะบดีทราบ...บังเอิญท่านผ่านมาเอาของที่ตึก....ท่านใจดีเปิดห้องทำงานของท่านให้พวกหนูเข้าไปนอน......ให้ ๓ วันเลยแม่......

              -----------------------------------------------------------

       สัก ๑ ทุ่ม  ของอีกวันหนึ่ง  โทร.มาอีกแล้ว

* แม่! เสียงร้อนรนนัก.....ทำไงดีเจ้าหน้าที่รถไฟจะไล่ลงจากรถ...น้องมันให้ตั๋วที่เป็นตั๋วรวมกับเจ้าหน้าที่ไปแล้ว........แต่เจ้าหน้าที่ไม่รู้ไปไหน...เขาเรียกทุกคนมาให้ดูหน้าว่าคนไหน...ปรากฏว่าไม่มีคนที่รับตั๋วไป......ทำไงดีล่ะ

* ขณะนี้รถไฟวิ่งถึงไหนแล้ว...

* เพิ่งผ่านบางเขนแม่

* ต่อรองเขาซิ..ว่าขอไปเจรจาและตรวจสอบที่สถานีปลายทาง(ขอนแก่น).....หรือให้เขาติดต่อสอบถามที่ขอนแก่นก็ได้เขามีข้อมูลการซื้อตั๋วอยู่หรอก....ห้ามลงจากรถเด็ดขาด...ถ้าเขาไม่ยอมจริง...ให้ลงที่สถานีบ้านภาชี...แล้วพากันไปนอนที่บ้านป้าแก...และอีกอย่าง...พูดกับเขาดีๆ อย่าแสดงอาการฮึดฮัด...บอกเพื่อนและน้องทุกคน..เพราะอันตรายมากเราไม่รู้ว่าจะถูกทำร้ายไหม

* เขาจะทำร้ายเราได้ไงล่ะแม่พวกเราตั้งเกือบครึ่งตู้

* เออในตู้เขาไม่ทำแกหรอก...แต่เวลาแกเดินไปห้องน้ำหรือตู้อื่น...แกถูกถี...ลงไปข้างล่างใครจะช่วยแกได้...แล้วแกจะรอดไหม.....เจรจากับเขาดีๆ แล้วโทร.ติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาแจ้งปัญหาให้เขาทราบในเบื้องต้นก่อน

       *********   เวลาผ่านไป......

* แม่เพิ่งนึกได้หนูมีท่านคณะบดีมาด้วย.....เขาไม่ได้มากับหนูหรอก...มาธุระที่กรุงเทพฯ แล้วขึ้นรถคันเดียวกัน...ท่านนั่งอยู่ชั้น ๒ ท้ายขบวน

* เออ ! โทร.ไปเรียนท่านซิ.....( ลืมบอกเจ้านี่เป็นเด็กที่ท่านคณะบดีถูกชะตาด้วยเรียกใช้งานกันบ่อยมากจึงมีเบอร์โทร.ถึงท่าน )

 * แม่พอแก้ปัญหาได้บ้างแล้วเขายอมให้นั่งไปถึงขอนแก่นแล้วตรวจสอบเรื่องตั๋วกัน ...หนูบอกเขาว่าพวกเรามีท่านคณะบดีมาด้วย

         ***********   เวลาผ่านไป

* แม่เจอตั๋วแล้ว

* เจอที่ไหน

* พี่พนักงานรถไฟนั่นแหละเขาเจอเอง...มันอยู่ในถุงน้ำดื่ม...เปียกหมดเลย....สอบถามกันเขาว่า...คนที่รับตั๋วไว้หวังดีกับเพื่อน ๆ ....เมื่อรับตั๋วแล้วก็ไปซื้อน้ำมาให้...แล้วเอาตั๋วนี้ใส่ไว้ในถุงน้ำ...แบบว่าทำงานแทนเพื่อนก่อนลงรถแต่ดันลืมบอกเพื่อน.......

   ...........เฮ้อ!!! โล่ง!!!...........จริงๆ !!!.....

อยากจะบอกว่าแม่ลูกต้องคุยกันบ่อยๆ ...มีปัญหาใดเล็กใหญ่แค่ไหนก็ให้ความเห็นแก่ลูกบ่อยๆ ......แล้วเราก็จะรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่