การเป็นพยาบาลจิตเวชที่ไม่ได้ทำงานในโรงพยาบาลจิตเวชจริง ๆ มันต้องใช้วิทยายุทธอย่างมาก และยิ่งเป็นระดับปริญญาโท

วันที่โรงพยาบาลต่าง ๆ มาร่วมโครงการแลกเปลี่ยเรียนรู้สู่การพัฒนาองค์กร ที่โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ เรามีการจัดห้อง เป็น CoP KM เรื่องการนำ CMP ในการขับเคลื่อนการจัดการความรู้ในองค์กรด้วย ซึ่งวันนั้นได้เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมมากมายเชียวแหละ และเมื่อเรานำมาร้อยเรียงกับทฤษฏี เชิงวิชาการ ก็ได้เป็นคู่มือ 1 เล่ม ซึ่งคิดว่า ถ้าหน่วยงานไหนได้อ่านก็สามารถที่จะประยุกต์ และทำให้การจัดการความรู้ในหน่วยงานของตนเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องคิดหาวิธีด้วยตนเองเลย ตอนนี้ก็วางแผนว่าจะนำเรื่องนี้ไปเผยแพร่ใน website ของโรงพยาบาล เพื่อให้คนอื่นได้นำไปใช้ได้ด้วยแล้ว รอกันหน่อยนะ เมื่อทำเรื่องนี้ก็ทำให้เรามี idea ในการกำหนดประเด็น เมื่อทางศูนย์สุขภาพจิตเขต 11 เชิญเราไปเป็นคุณอำนวย ในการสัมมนาพยาบาลปริญญาโทจิตเวช ที่ทำงานในเขตภาคใต้ตอนบน หลังจากที่เขาได้รับการอบรมเกี่ยวกับการเตรียมตัวในการสอบเป็น APN เราก็มาคิดว่า พยาบาลปริญญาโท เมื่อมาเจอกันแบบนี้ จะให้แลกเปลี่ยนกันเรื่องอะไรดี ก็มองว่า การเป็นพยาบาลจิตเวชที่ไม่ได้ทำงานในโรงพยาบาลจิตเวชจริง ๆ มันต้องใช้วิทยายุทธอย่างมาก และยิ่งเป็นระดับปริญญาโท ในโรงพยาบาลชุมชน องค์กรเขาก็ต้องมีความคาดหวังต่อเราสูง ก็เลยคิดหัวข้อขึ้นว่า work smart and smile และกำหนดประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จาก CMP หรือ Change Management Process ที่มีตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงความคิดหรือพฤติกรรมของคนในองค์กร การใช้วิธีการสื่อสาร การใช้เครื่องมือ ในการทำงาน การเรียนรู้ อบรม การวัดผล และการสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ แต่เวลาที่ถูกตัดลง เหลือเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ทำให้เราไม่ได้ตามหัวข้อที่กำหนดไว้ครบ แต่ก็มีบางคนที่เล่าเรื่องได้น่าประทับใจ เห็นภาพของการต่อสู้ ความอดทน การใช้ปัญญาในการบริหารจัดการ และการได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในองค์กร ให้งานจิตเวชเกิดขึ้นในหน่วยงาน ได้อย่างครบวงจร เลย ที่ประทับใจมากก็ได้จากพี่ติ๋ม หรือพี่สุดสวาท ดิษยบุตร จากโรงพยาบาลกระบี่ ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรค โดยการทำตัวเป็นตัวอย่าง หรือน้องจิราภรณ์ ลิ่มนิจสรกุล ที่ใช้ประโยชน์จากโรงพยาบาลแม่ข่าย คือสวนสราญรมย์ทั้งตัวบุคลากร และคู่มือ หรือไม่ว่าจะใช้กลยุทธองค์กรจากภายนอกบีบให้ภายในเห็นความสามารถ ทั้งจากน้องกอบกุล เกิดโชค โรงพยาบาลถลาง และพี่สุภาภรณ์ ไชยาวรรณ โรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในวันนั้น ไม่ได้พูดกันให้ครบทุกคน เนื่องจากเวลาที่จำกัด แต่เมื่อเราทำ AAR ก็พบว่าทุกคนได้เหมือนกันหมด คือกำลังใจ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน บริบทเป็นแบบใด เมื่อเห็นว่า เราไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้อยู่คนเดียว เรามีเพื่อนที่บางคนก็สบายกว่า บางคนก็ลำบากกว่า แต่ทุกคนก็ยังสู้ ยังมีความหวัง ในการทำสิ่งดี ๆ ก็ทำให้เวลาที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน แม้ว่าจะเกินไปจนถึงเที่ยงครึ่ง แต่ทุกคนก็ไม่มีใครลุก และรู้สึกคุ้มค่า จริง ต้องขอบคุณ โอกาสดี ๆ ที่ได้มาเจอกัน แม้ตนเองจะไม่ได้จบปริญญาโท เหมือนคนอื่น ก็ยังดีใจที่มีส่วนช่วยให้พี่ ๆ น้อง ๆ ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยน ต้องขอบคุณศูนย์สุขภาพจิตที่ 11 ที่ทำให้เวทีนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะน้องอ้อย หรือเรืองรอง คนดีของเรา อ้อ ตอนนี้เรากำลังร้อยเรียงเรื่องราวอยู่และคาดว่าจะออกเป็นรูปเล่มได้ในเร็ววัน เป็นกำลังใจให้บ้างนะคะ