โรงเรียนวัดใดใหญ่

ระหว่างวันที่  7  - 15 มิถุนายน เป็นสัปดาห์ของการไปเยี่ยมบ้านนักเรียนซึ่งแต่ก่อนครูแอน จะเก็บข้อมูลของลูกศิษย์โดยการสัมภาษณ์ บางครั้งก็ไปถึงบ้านสำหรับเด็กที่มีปัญหาด้านพฤติกรรม แต่ในปีนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีโครงการรเยี่ยมบ้านนักเรียน ดังนั้นครูแอน กับลูกศิษย์ ในห้อง 20  ชีวิต อยู่หมู่บ้าน  ใดใหญ่  ใดโสน  ศรีษะกระบือ วางแผนการออกเยี่ยมบ้านโดยกำหนดวันเวลาในการเดินทาง พร้อมกับการนัดหมายผู้ปกครอง เพื่อเก็บข้อมูล โดยเพาะในเรื่องความเป็นอยู่ สภาพเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และความเสี่ยงของนักเรียนที่จะเกิดจากสภาพบ้าน ชุมชน วันแรกเดินทางไปหมู่บ้านใดใหญ่ ห่างจากโรงเรียน3 - 4 ก.ม ใช้จักรยานในการเดินทางครูแอนพร้อมนักเรียนจำนวน 6 คน เดินทางตามที่กำหนด สิ่งที่พบนักเรียน 3 ใน 6 คน มีสภาพที่อยู่อาศัยที่ต้องเรียกว่าน่าเห็นใจบางบ้านเป็นกระต๊อบใช้สังกะสีมากั้นเป็นห้องเพียงห้องเดียว เวลาลมพัดมาแรงก็เคยมีสภาพถูกหอบเอาไปผู้ปกครองส่วนใหญ่หาเช้า กินค่ำ ถ้าเจ็บป่วยออกไปทำงานไม่ได้ก็หมายความว่าวันนั้นไม่มีเงินซื้อข้าว ผู้ปกครองบางคนพูดไป น้ำตา ไหลไป พาลพาให้ครูแอน แอบเช็ดนำตาตามไปด้วยบางบ้านมีสภาพไม้ปะเป็นพื้น กับฝาบ้าน มีรูระบายอยู่ทั่วไป ข้างล่างเป็นน้ำเฉอะแฉะส่งกลิ่นเหม็นบนบ้านมีห้องเดียวทุกห้องรวมอยู่ในห้องเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นห้องนำ ห้องนอน ห้องกินข้าว ครูเห็นสภาพแล้วรู้สึกมีก้อนแข็ง ๆ มาจุกที่คอ นึกถึงภาพที่เวลาเด็กเหล่านี้อยู่ในห้องเรียน ทำให้เราเข้าใจเลยว่าทำไมบางที่เขาไม่สามารถปฏิบัติกิจกรรมในห้องตามที่เราต้องการได้ แล้วตอนนั้นเราก็โกรธเขา พอมาได้เยี่ยมบ้านแล้วได้เห็นสภาพ ก็เข้าใจทันทีและรู้สึกเสียใจที่เคยว่ากล่าวเด็ก ๆ

วันต่อมาไปหมู่บ้านใดโสน ระยะทางห่างจากโรงเรียน 4 - 5 ก.ม ครูแอน ก็เดินทางโดยจักรยาน พร้อมกับมีเด็ก ประมาณ  9  คนสภาพส่วนใหญ่อยู่ในฐานะปานกลาง แต่ปัญหาที่พบคือ ไม่ได้อยู่กับพ่อ และแม่ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งก็ไม่มีเวลา หรือ ไม่มีวิธีการที่จะคอยอบรมดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิด พฤติกรรมของเด็กในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จึงไม่มีระเบียบวินัย  มีความก้าวร้าว และไม่สนใจการเรียน ครูแอนก็เลยบางอ้อว่า ทำไมเด็กกลุ่มนี้จึงไม่ค่อยทำการบ้าน

  กลุ่มต่อไปเป็นหมู่บ้านศรีษะกระบือ ระยะทางห่างจากโรงเรียน 5- 6 ก.ม มีเด็กอยู่ 5 คน มีเพียง 2 คน ที่พ่อ แม่ หย่าร้าง และแม่ก็จะรู้สึกเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลวสภาพบ้านไม่มั่นคง  แม่มีอาชีพที่หาเช้ากินค่ำ เด็กมีภาวะเสี่ยงต่อการเรียนต่อ บางบ้านครูแอนต้องเดินข้ามนาปลูกข้าว เพราะรถเข้าไม่ได้ แดดร้อน เหนื่อย ทำให้รู้สึกสงสารลูกศิษย์ที่ต้องขี่จักรยานไปโรงเรียนทุกวัน แต่ครูก็ปลอบใจเขาว่าเราได้ออกกำลังกาย

     สิ่งที่ครูแอนได้รับจากการเยี่ยมบ้านลูกศิษย์ ได้เข้าใจความรู้สึก  และพฤติกรรมที่เขาแสดงออกเมื่ออยู่โรงเรียน และทำให้เราคิดหาวิธีที่จะแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับตัวเด็กแต่ละคน การช่วยเหลือในเบื้องต้น เมื่อกลับมาที่บ้านได้เข้าไปดูในห้องเก็บของของตนเองเลือกสิ่งของที่ยังใช้ได้ เช่น กาต้มน้ำ หม้อหุงข้าว พัดลมเก่า ๆ เสื้อผ้า ตู้พลาสติก ตระกร้าผ้า ที่กองสุมไว้เพื่อขายให้รถขายของเก่า เมื่อนำมาปัดฝุ่นแล้วมันสามารถไปเป็นประโยชน์กับบ้านของเด็ก ๆ ได้หลายครอบครัว วันที่นำของไปให้ เด็กๆมีสายตาที่ดีใจ พร้อมกับยกมือไหว้และขอบคุณครูแอน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ครูแอนดีใจมากมาย

 สิ่งที่ครูแอนภูมิใจ และดีใจก็ คือ โครงการเยี่ยมบ้านเด็กทำให้ครูได้เห็นความเป็นอยู่ที่แท้จริงของลูกศิษย์และจะช่วยให้ครูคอยติตตามเด็กที่มีภาวะเสี่ยง แม้เป็นเพียงเด็กกลุ่มเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้เรารู้สึกภูมิใจว่าเราเป็นครูที่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับลูกศิษย์ตัวน้อย ๆ ของเราได้ในยามที่เขารู้สึกว่าเขาไม่มีใครอย่างน้อยก็มีครูที่รัก และเข้าใจในปัญหาของพวกเขา