ท่านครูบาสุทธินันท์ น้องเม้งและหลายๆท่าน ได้กล่าวหลายครั้งให้ทุกท่านหาโอกาสปลูกต้นไม้กันเหอะ...เพื่อ......สารพัดประโยชน์……..

 

ผมมีเรื่องราวที่ผ่านพบมาเกี่ยวกับต้นไม้ ป่า และชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่ทำงานที่โครงการกลุ่มป่าห้วยขาแข้งที่จังหวัดนครสวรรค์ และอุทัยธานี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2539 โน้น

 

กลุ่มป่าห้วยขาแข้งเป็นกลุ่มป่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเราที่เหลืออยู่ และได้รับการยกฐานะเป็น มรดกโลกเป็นแหล่งน้ำประปาสำหรับคนที่กรุงเทพฯด้วย (น้ำเสริม) หลายท่านไม่ทราบความจริงข้อนี้

 

ช่วงนั้นผู้บันทึกสังกัดองค์กรพัฒนาเอกชนที่ชื่อ Save the Children (USA) ซึ่งเป็น International NGOs 

 

 

ประสบการณ์ที่กลุ่มป่าห้วยขาแข้งของผมนั้นหาอีกไม่ได้แล้ว เป็นช่วงเวลาที่เข้าถึงแก่นป่ามากที่สุด  เราร่วมกับชาวบ้านทำกิจกรรมป้องกันกลุ่มป่าห้วยขาแข้งมากมาย ตั้งแต่ ทำแนวกันไฟเป็นระยะทางมากกว่า 100 ก.ม. ปลูกต้นไม้ตามแนวกันไฟ ตั้งคณะกรรมการดูแลอนุรักษ์ป่า รอบขอบป่า ตั้งชาวบ้านเป็นชุดดับไฟป่าเสริมงานรัฐ สนับสนุนการบริหารจัดการป่าชุมชน ปลูกป่าเสริม ร่วมทำการวิจัยในการคัดเลือกพันธุ์ไม้ป่าขยายพันธ์ สนับสนุนแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มทางเลือกเกษตรกรในการทำอาชีพเกษตรกรรม จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์ การพิสูจน์แนวเขตพื้นที่ ส.ป.ก. 4-01 ตามแนวเขตป่า และ ฯลฯ

 

ทำ Floating Station ในเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากกลุ่มป้าห้วยขาแข้งทำหน้าที่กักกันมิให้ใครต่อใครนำเรือขึ้นไปหัวเขื่อนเพื่อตัดไม้ ทำลายป่า พวกเรามีโอกาสได้เข้าไปทำงานในพื้นที่ประวัติศาสตร์ของ วีรบุรุษป่าไม้ ท่านสืบ นาคเสถียร ร่วมกับเพื่อองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้จำนวนมากมาย เราเข้าไปนั่งในอาคารที่ท่านสืบได้สละชีวิต  เราเดินลุยป่าเพื่อดูการทำงานของพี่น้องเจ้าหน้าที่ป่าไม้  เราเห็นสัตว์ป่าที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสเห็น  เราสัมผัสคำไทยที่ว่า เสียงร้องก้องไพรของนกป่านานาชนิด และสัตว์ป่าที่ชอบส่งเสียงดังๆคือ ค่าง ชะนี  เราสัมผัสช่องเย็นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และถิ่นเห็ดโคนที่ใหญ่ที่สุด มากที่สุดที่ตำบลแม่เลย์ เราเข้าร่วมการทำประชาพิจารณ์การก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์  และเราร่วมสนับสนุนศิลปินเข้าไปใช้ชีวิตในป่าแล้วแต่งเพลงที่เกี่ยวกับป่าเพื่อรณรงค์กับประชาชนทั่วไป

 

และแน่นอนตัวละครที่สำคัญหนึ่งคือ ลุงฉ่ำ เสือข้าวสุกที่ผมเคยเขียนบันทึกไปแล้วที่นี่ เสือข้าวสุก...

 

กลุ่มป่าห้วยขาแข้งคือ เป้าหมายของพระธุดงค์ทั้งสายปลีกวิเวกเพื่อหลุดพ้นจริงๆ กับสายไสยศาสตร์ โดยมักจะนั่งรถเข้าไปที่ด่านเจดีย์สามองค์ กาญจนบุรี แล้วธุดงค์ผ่านป่าทึบห้วยขาแข้ง ไปออกป่าที่อุทัยธานี  ครั้งหนึ่งผมนั่งเฮลิคอบเตอร์ของกรมป่าไม้เพื่อสำรวจสภาพป่า พบกลุ่มพระธุดงค์นับสิบรูปพักสรงน้ำ ตากจีวร และต้มน้ำดื่มชา กาแฟกัน และมีแม่ชีห่มขาวช่วยบริการรับใช้อีกจำนวนหนึ่งด้วย เจ้าหน้าที่ป่าไม้เล่าให้ฟังว่า พระธุดงค์บางกลุ่มคือปัญหาที่ทำให้เกิดไฟป่าเพราะท่านติดไฟต้มน้ำดื่มชากาแฟแล้วลืมดับไฟ หรือดับไม่สนิทนั่นเอง.. ผมเห็นฝูงนกกก ฝูงหมาใน  ฝูงกระทิงป่า ควายป่า ค่างป่า นกยูง ฯ

 

 

พื้นที่ทำงานของผมที่จังหวัดนครสวรรค์จะรวมทั้งอำเภอแม่เปินซึ่งติดชายป่าห้วยขาแข้งและบางส่วนของอำเภอแม่วงก์ ซึ่งมีภูเขาแม่กะทู้เป็นแนวยาว พื้นที่รอบๆเขาแม่กะทู้นั้นคือแหล่งปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง  เราก็ออกมาทำงานกับชาวบ้านรอบๆเขาแม่กะทู้ด้วย เพื่อเป็น Human Buffer Zone

 

ที่นี่ผมได้พบสามีภรรยาคู่หนึ่ง ท่านคือเจ้าของโรงงานผลิตผ้าใบคลุมรถสิบล้อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่แถวสมุทรปราการ และมีบริษัทจัดจำหน่ายที่ดินแดง กรุงเทพฯ  ท่านมาซื้อที่ดินที่ตีนเขาแม่กะทู้นี้เมื่อหลายปีก่อน มาปลูกกระต๊อบพออาศัย มีเครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิตไม่กี่ชิ้น

 

 

 

ผมไปคารวะท่านและขอศึกษาชีวิตท่าน ท่านกรุณาเล่าให้ฟังว่า สามีอดีตเป็นข้าราชการชั้นสูงของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง ภรรยาเป็นเจ้าของโรงงานดังกล่าว มีบุตรธิดา 2 คน ชีวิตก็มีความสุข แต่เมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพก็แย่มากขึ้น  เป็นโน่นเป็นนี่ตลอด เงินทองมีเหลือเฟือแต่รักษาสุขภาพไม่หาย มีคุณหมอแนะนำให้ออกไปอยู่ป่า ในสภาพแวดล้อมใหม่ ทิ้งภาระงานให้ลูกๆไปเสีย ไปใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขดีกว่า

 

ท่านทั้งสองเชื่อคุณหมอจึงยกกิจการให้ลูกแล้วออกมาซื้อที่ดินสัก 5 ไร่ ชายป่าเขากะทู้แห่งนี้ แล้วก็ทำสวนเล็กๆ ศึกษาธรรมะ และช่วยเหลือชาวบ้านรอบๆตามความเหมาะสม  เพียงสองปีเท่านั้น สุขภาพของท่านดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ แข็งแรงทั้งคู่ ภรรยาท่านนั้นทานมังสวิรัติ และเมตตาผมเสมอเมื่อไปเยี่ยมท่าน  ด้วยความที่เห็นสรรพคุณชีวิตชนบท และป่าไม้ กับการฝึกธรรมะ ท่านจึงอุทิศชีวิตปลูกป่าให้กับรัฐโดยลงทุนเองหมดเงินไปหลายล้านบาท เพื่อฉลองในหลวงอันเป็นที่เคารพรัก

 

ในปี 2541 นั้นผมชวนนายอำเภอแม่วงก์และข้าราชการขึ้นไปเยี่ยมป่าที่ท่านปลูกและช่วยท่านปลูกป่า คืนนั้นเรานอนกันบนยอดเขาแม่กะทู้ เพื่อดูฝนดาวตกด้วย

 

ท่านเศรษฐีชายกล่าวกับผมว่า เพราะชีวิตชนบทและป่า ทำให้ผมมีชีวิตยืนยาว หากผมยังใช้ชีวิตในเมืองหลวง ผมคงสิ้นไปหลายปีแล้ว  ชีวิตที่เหลือผมขออุทิศให้กับในหลวง สมเด็จฯ และการปลูกป่าไม้บนเขากะทู้แห่งนี้....

 

ผมยังไม่มีโอกาสไปเยี่ยมท่านอีกเลยนับออกจากนครสวรรค์มา

คิดถึงเศรษฐีผู้สร้างป่าสองท่านนี้ครับ....