คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ศาสตราจารย์ คณิต  ณ นคร  ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้เป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนา เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ....เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2551 เวลา 8.30 น. ณ ห้องแคทรียา โรงแรมรามาการ์เด้น ถ.วิถาวดี-รังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  โดยสามารถสรุปประเด็นอภิปรายที่สำคัญได้ดังนี้

ศาสตราจารย์ สุรพล นิติไกรพจน์ ได้บรรยายเรื่องความเป็นมาของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายของไทยว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา 81 (3) บัญญัติให้รัฐจัดให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดำเนินการเป็นอิสระ เพื่อปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญโดยต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้นประกอบด้วย และมาตรา 308 ให้รัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่มีการดำเนินการที่เป็นอิสระ โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะการจัดทำกฎหมายที่จำเป็นที่ต้องตราขึ้นเพื่ออนุวัติการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และให้คณะกรรมการดังกล่าวจัดทำกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ โดยในกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติกำหนดให้มีหน้าที่สนับสนุนการดำเนินการร่างกฎหมายของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจึงมีหน้าที่จัดให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมาย และมีหน้าที่หลัก 2 เรื่อง คือ การจัดทำกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย และการเสนอแนะการจัดทำกฎหมายที่จำเป็นต้องตราขึ้นเพื่ออนุวัติการตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายแล้วเสร็จแล้ว จึงนำมารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเป็นกฎหมายที่จัดตั้งองค์กรขึ้นมาองค์กรหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีคณะกรรมการหนึ่งชุดมาจากระบบสรรหา ไม่ได้เป็นองค์กรอิสระดังเช่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งมีอำนาจตัดสินได้ และระบบบริหารจัดการสำนักงานของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็คล้ายคลึงกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน คือมีหน่วยธุรการเป็นนิติบุคคล เป็นหน่วยงานของรัฐแต่ไม่ใช่หน่วยราชการ มีเลขาธิการเป็นผู้ดูแล และการตั้งงบประมาณเป็นงบอุดหนุน

ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีสาระสำคัญคือมีกรรมการปฏิรูปกฎหมาย 11 คน และเป็นกรรมการ 3 คนทำงานเต็มเวลาเนื่องงานปฏิรูปกฎหมายเป็นงานที่ต้องการความต่อเนื่อง แต่การจะหากรรมการที่จะมาทำงานเต็มเวลาเป็นเรื่องยาก คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดปัจจุบันได้ประชุมกันและคิดว่าอาจมีบทบัญญัติรับรองเรื่องการยืมตัวข้าราชการมาทำงานเป็นกรรมการเต็มเวลา สำหรับประเด็นนี้อาจต้องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอนุญาตในกรอบเหล่านี้ 

ด้านอำนาจหน้าที่นั้น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีอำนาจหน้าที่หลักอยู่ 3 ประเด็นคือ

1.ศึกษาวิจัยกฎหมายทั้งระบบ แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีว่าควรจะปฏิรูปกฎหมายในเรื่องใดบ้าง

2.มีอำนาจพิจารณากฎหมายที่หน่วยงานของรัฐเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอคำแนะนำแก่คณะรัฐมนตรี

3.สนับสนุนการเสนอร่างกฎหมายของประชาชน ซึ่งหน้าที่นี้น่าจะเป็นหน้าที่หลักของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ยังมีภารกิจที่สืบเนื่องจากการปฏิรูปกฎหมายคือ เรื่ององค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 81 (4) ซึ่งมีปัญหาที่ต้องพิจารณาคือควรปฏิรูปไปพร้อมกันหรือไม่ และต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งยังต้องพิจารณาเรื่องการพัฒนาบุคลกากรในกระบวนการยุติธรรมโดยต้องมีระบบค่าตอบแทนที่ใกล้เคียงกับองค์กรกฎหมายอื่นอีกด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาการเสียบุคลากรของนักกฎหมายภาคราชการ

                  

นายสิทธิโชค ศรีเจริญ กรรมการปฏิรูปกฎหมายได้บรรยายว่าตามความในตอนท้ายของมาตรา 81 (3) องค์กรปฏิรูปกฎหมายจะต้องรับฟังผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้นประกอบด้วย ถ้ากฎหมายใดมีผลกระทบต่อประชาชนหรือหน่วยงานใดในแนวกว้าง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายต้องชี้ผลกระทบเหล่านั้นให้รัฐบาลทราบด้วย การรับฟังประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ฉะนั้นกฎหมายจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมายจึงต้องมีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย กฎหมายจัดตั้งองค์กรนี้จึงจะเป็นกฎหมายที่ดี ดังนั้น จึงต้องหารือกับผู้เข้าร่วมสัมมนาว่าจะสร้างแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างไร

                  

นายปรีดา เตียสุวรรณ์ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้บรรยายว่าการจะสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้ประเทศสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกต้องสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจ เพื่อให้กฎหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นอณูเดียวกัน และตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 เป็นต้นมา civil society ก็มีบทบาทมาก ฉะนั้น กฎหมายต้องคำนึงถึงเรื่องการมีส่วนรวมด้วย รัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ. 2540 มีเจตนารมณ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่กฎหมายเก่าไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ดังกล่าว คณะกรรมการชุดนี้จึงมีขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้

                  

ศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้บรรยายว่าการปฏิรูปกฎหมายนั้นมีสองส่วนคือ การปฏิรูปตัวบทกฎหมาย และการปฏิรูปบุคลากรผู้ใช้กฎหมาย ซึ่งการปฏิรูปตัวกฎหมายนั้นเป็นภารกิจของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เมื่อมีการปฏิรูปกฎหมายแล้ว บุคลากรผู้บังคับใช้กฎหมายต้องใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายด้วย การปฏิรูปกฎหมายจึงจะบรรลุผล

                  

และมีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาได้อภิปรายในประเด็นดังต่อไปนี้

  1. การปฏิรูปกฎหมายควรเน้นการบูรณาการเป็นนิติบูรณาการศาสตร์
  2. โครงสร้างของร่างกฎหมายนี้ควรเริ่มด้วยวัตถุประสงค์มาตรา 81 (3)
  3. อำนาจหน้าที่ในการปฏิรูปกฎหมายกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมควรบัญญัติไว้ในองค์กรเดียวกัน แต่มีอีกความเห็นเสนอว่าควรแยกกันเนื่องจากการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องใหญ่
  4. วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเต็มเวลาควรกำหนดเป็น 6 ปี
  5. จำนวนกรรมการเต็มเวลาควรเพิ่มจำนวนมากขึ้น อาจเพิ่มเป็น 6 คน และแยกตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน
  6. การยืมตัวบุคลากรและสร้างช่องทางในการกลับไปปฏิบัติราชการตามตำแหน่งเดิมต้องบัญญัติให้ชัดเจน
  7. คณะกรรมการควรมีบทบาทสนับสนุนและเป็นเครื่องมือในการดำเนินการภาครัฐ และช่วยภาคสังคมในการเสนอกฎหมาย
  8. คุณสมบัติของกรรมการควรมีความรู้กว้างขวางและหลากหลาย และควรกำหนดให้มีคุณสมบัติทางจริยธรรมด้วย และเห็นว่าการกำหนดคุณสมบัติกรรมการในร่างฯบัญญัติไว้ละเอียดมากเกินไปหรือไม่ เนื่องจากกรรมการทำหน้าที่ทางวิชาการเป็นส่วนใหญ่
  9. กระบวนการสรรหาตามร่างพระราชบัญญัติฯนี้เน้นนักกฎหมายเป็นหลัก ควรเปิดกว้างมากกว่านี้เพื่อให้องค์กรนี้มีความรู้หลากหลาย
  10. ควรบัญญัติการประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินงานของคณะกรรมการให้ชัดเจน และให้คณะกรรมการส่งรายงานการศึกษาวิจัยพร้อมกันการรายงานผลประจำปีด้วย
  11. ค่าตอบแทนของกรรมการค่อนข้างสูง และความแตกต่างของค่าตอบแทนของบุคลากรทางกฎหมายจะทำให้เกิดปัญหาข้าราชการชั้น 1 ชั้น 2
  12. การปฏิรูปกฎหมายควรปรับปรุงให้เป็นกลางเพื่อให้กฎหมายยังสามารถมีผลบังคับใช้ได้ แม้รัฐธรรมนูญจะถูกยกเลิก
  13. การมีส่วนร่วมของประชาชนควรบัญญัติให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม
  14. การกำหนดให้เสนอความเห็นแก่คณะรัฐมนตรีจะทำให้เป็นที่ปรึกษาของคณะรัฐมนตรีซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับมาตรา 81 (3) ที่ให้คณะกรรมการดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ และจากการศึกษาคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของต่างประเทศก็ไม่มีหลักการนี้ และเห็นว่ากรรมการมีอำนาจให้ความเห็นได้อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเขียนให้เป็นหน้าที่ของกรรมการ
  15. คณะกรรมการควรดำเนินการปฏิรูปกฎหมายเองเนื่องจากเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมการจะเป็นผู้วิจัยเอง อาจจะกำหนดนโยบายแล้วตั้งอนุกรรมการสาขาต่างๆ เป็นผู้ดำเนินการ ในขณะที่คณะกรรมการของต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย มีคณะกรรมการเพียง 3-4 คน เป็นผู้ conduct inquiry  ทำงานปฏิรูปกฎหมายในเชิงโครงสร้าง โดยจะกำหนดนโยบายในเรื่องที่จะปฏิรูป แล้ว conduct inquiry หลังจากนั้นจะทำสรุปไปรับฟังความคิดเห็น แล้วจึงทำสรุปความคิดเห็นหลังการรับฟัง หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก็จะส่งให้หน่วยงานร่างกฎหมายต่อไป
  16. การบัญญัติให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาแผนการตรากฎหมายของรัฐบาลจะเป็นการตรวจสอบคณะรัฐมนตรีเกินอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้เสนอแผนการตรากฎหมายของรัฐบาลให้องค์กรใดพิจารณา
  17. เรื่องอำนาจหน้าที่ควรบัญญัติให้ต้องแจ้งให้สาธารณชนทราบผลการดำเนินการภายใน 90 วันหลังจากประชาชนมาใช้บริการ
  18. คณะกรรมการควรมีอำนาจหน้าที่ศึกษาวิจัยกฎหมายเฉพาะเรื่อง และต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยต้องบัญญัติให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฯนี้ยังขาดวิธีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และไม่เห็นภาพว่ามีวิธีการทำงานอย่างไร
  19. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายและคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของสำนักงานกฤษฎีกาอาจซ้ำซ้อนกัน
  20. จำนวนคณะกรรมการพอเพียงกับภารกิจการปฏิรูปกฎหมายหรือไม่
  21. คุณสมบัติของเลขาธิการมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคณะกรรมการซึ่งมีคุณสมบัติสูงจะเหมาะสมหรือไม่  และเห็นว่าไม่ควรจำกัดอายุสูงสุดไว้
  22. ควรมีมาตรการสร้างเกราะป้องกันการก้าวก่ายการทำงานของเลขาธิการ และมีมาตรการที่เป็นแรงจูงใจแก่เลขาธิการ
  23. ควรเพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย

-           การปฏิรูประบบราชการให้มีธรรมาภิบาล

-           การทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็งและมีหลักนิติธรรม

-           การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม

-           การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

-           เศรษฐกิจพอเพียง

-           ความคุ้มครองผู้บริโภค

  1. ควรมีวิธีป้องกันปัญหารัฐสภาไม่รับร่างพระราชบัญญัติฯของคณะกรรมการด้วย
  2. การนิยามศัพท์ การปฏิรูปกฎหมาย ตามร่างฯ ไม่ตรงกับความหมายตามรัฐธรรมนูญ ควรบัญญัติให้ชัดเจนว่า ...โดยได้รับผลกระทบจากกฎหมาย หลังคำว่าประชาชน และเอกชนในนิยามด้วย
  3. ขาดกระบวนการการใช้บริการจากคณะกรรมการ ควรเพิ่มกระบวนการนำเสนอข้อเท็จจริงสู่คณะกรรมการด้วย
  4. ควรบัญญัติรับรองสิทธิตามกฎหมายแรงงานของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้มีสิทธิไม่ต่ำกว่ากฎหมายยแรงงาน กฎหมายประกันสังคม ฯลฯ ด้วย
  5. ตามร่างฯ ไม่ได้บัญญัติเรื่องอำนาจหน้าที่การเสนอแนะกฎหมายที่ต้องอนุวัติการตามรัฐธรรมนูญไว้
  6. วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการน่าจะขยายได้อีกหนึ่งวาระ ไม่ควรจำกัดเพียงวาระเดียว
  7. ควรจัดตั้งองค์กรให้มีลักษณะเช่นเดียวกับสภาพัฒนาการเมือง คือ มีสภาปฏิรูปกฎหมาย และสำนักงานเป็นองค์การมหาชน
  8. ทิศทางการทำงานของคณะกรรมการควรเน้น 3 เรื่องคือ การรับใช้มวลชนประเทศชาติ การนำนิติธรรมสร้างสรรค์นิติรัฐ และการยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยและกฎหมายเผด็จการ
  9. ควรเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้คณะกรรมการสามารถรวบรวมข้อมูลกฎหมายทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนากฎหมาย
  10. ควรดูตัวอย่างการจัดตั้งศาลปกครองที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะอาศัยฐานความรู้จากคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจึงควรอาศัยฐานความรู้จากคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยเพื่อความรวดเร็วในการทำงาน
  11. ควรคำนึงถึงปัญหาการร่างกฎหมายด้วย กล่าวคือ ประเทศไทยควรมีคู่มือแบบการร่างกฎหมายที่เป็นแนวทางการร่างกฎหมายของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจร่างกฎหมาย ดังเช่นประเทศเยอรมัน นอกจากนี้ควรกำหนดแบบการประเมินผลกระทบเป็นขั้นตอนการเสนอกฎหมายด้วย และต้องจัดทำคู่มือหลักเกณฑ์กระบวนการยกร่างกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงประกาศใช้กฎหมายดังเช่นประเทศเยอรมัน

คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้ตอบคำถามผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาดังนี้

1.การทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดปัจจุบันไม่มีความกังวลเรื่องรัฐธรรมนูญจะยกเลิกมาตรา 81 (3) หรือไม่ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฯนี้จะเป็นแบบร่างให้กับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่จะมีขึ้นต่อไป และการปฏิรูปกฎหมายนั้นก็เริ่มดำเนินการมานานแล้ว รัฐธรรมนูญเพียงแต่บัญญัติรับรองไว้ แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้ รัฐบาลก็มีการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

2. ภารกิจการเสนอคำแนะนำกฎหมายที่ต้องอนุวัติการตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการได้ดำเนินการแล้ว

3.ปัญหาความไม่ประสบผลสำเร็จของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของสำนักงานกฤษฎีกาเรื่องการจ้างบุคคลภายนอกวิจัยนั้น อาจแก้ไขได้โดยการจ้างองค์กรหรือสถาบันการศึกษาเป็นผู้วิจัย เนื่องจากจะต้องรับผิดชอบต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยด้วย

4. การติดตามการตอบสนองการเสนอร่างกฎหมายของรัฐบาลอาจใช้กลไกภาคประชาชนเป็นผู้กำกับดูแล

5. การปฏิรูปกฎหมายต้องปฏิรูปนักกฎหมายด้วย โดยนักกฎหมายควรมีจิตวิญญาณเสรีนิยมสูงซึ่งเป็นภารกิจของมหาวิทยาลัย

6. คณะกรรมการชุดปัจจุบันได้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยได้ตั้งคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชนขึ้นมาทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ

7. การมีส่วนร่วมของประชาชนจะเป็นกลไกติดตามการทำงานของคณะกรรมการ

 

                  

 

 

 

 

------------------------------------- 

ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

โทร 0 2502 8560  โทรสาร 0 2502 8246

Email: [email protected]