เชื่อว่าพวกเราคงจะเคยเห็นเส้นสีขาวๆ ที่วิ่งพาดผ่านท้องฟ้า
ที่ดูเหมือนออกมาจากเครื่องบินที่บินผ่านไปนั่นล่ะครับ

ฝรั่งเรียกว่า contrail, condensation trail หรือ vapor trail ก็มี
แต่ชื่อ contrail นี่เห็นกันบ่อยๆ ที่สุด
ภาษาไทย ราชบัณฑิตยสถานกำหนดให้เรียกว่า แนวเมฆ หรือ แนวไอน้ำกลั่นตัว ครับ
ส่วนผมอยากเรียกว่า เมฆหางเครื่องบิน มากกว่า ;-)
มีคำอธิบายอย่างน้อย 2 แบบครับ
แบบแรก ว่าเกิดจากการที่ไอน้ำที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง
เมื่อออกมาเจออากาศเย็นๆ ก็เกิดการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเล็กๆ
หยดน้ำเล็กๆ เหล่านี้ เมื่อเรามองภาพรวม ก็จะเห็นเป็นทางยาว
อีกแบบก็ว่า ผงฝุ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ ทำตัวเป็นแกนกลางให้ไอน้ำมากลั่นตัว
แกนกลางนี้ภาษาอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า แกนกลั่นตัว (condensation nucleus)
จนเกิดเป็นไอน้ำเม็ดเล็กๆ จำนวนมาก
คำอธิบายสองแบบนี้ไม่ได้ขัดกันครับ แต่เสริมกัน คือ เป็นได้อย่างมากกว่า เกิดขึ้นทั้งสองแบบนั่นแหละ

ส่วนแถวๆ นี้ เส้นคอนเทรลเยอะจัง
สงสัยจะใกล้สนามบินหรือเปล่าหนอ?
ไปดูเมฆแบบอื่นๆ กันดีกว่า
-
เมฆลายพริ้ว :
-
หมวกเมฆ :
-
เมฆจานบิน
:
นี่เลยค่ะ มัทถ่ายเอง
ภาพแรกถ่ายจากบนเครื่องบินระหว่างทางจากซานฟรานกลับมาแวนคูเวอร์ เหมือนกระแสนำ้ หรือ ธารน้ำแข็งเลย เคยเห็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต
ส่วนภาพนี้ถ่ายระหว่างทางขับรถเที่ยวจาก Nanaimo ไป Tofino ที่แคนาดานี้เอง
สวัสดีครับ น้อง กวิน
"เครื่องบินยาม เคลื่อนคล้อยผ่านฟากฟ้า ได้ฝากรอยเมฆ คอนเทรล (contrail) เอาไว้ฉันใด
เมื่อเธอผ่านเข้ามาในชีวิตของฉัน เธอก็ได้ฝากร่องรอยแห่งความทรงจำ(อันเจ็บปวด) เอาไว้ฉันนั้น"
แหม! แสดงว่าช่วงนี้ยังคงมีบาดแผล (ใจ) อยู่จริงๆ ด้วย แต่ยังมีต่อครับ บอกไม่หมด คือ เจ้าเมฆคอนเทรลนี่ เมื่อเวลาผ่านไป ม้นจะค่อยๆ กระจายออกด้านข้าง และสลายไปในที่สุด
ดังนั้น
"แม้เธอจะฝากร่องรอยแห่งความทรงจำ (อันเจ็บปวด) ไว้ให้ฉัน
แต่เวลาจะเยียวยาร่องรอยนั้น จนหายไปในที่สุด"
ครับกระผม ;-)
มั่วไหมครับนี่...
สวัสดีค่ะ
* มาดูเมฆหางเครื่องบิน...สวยมากค่ะ...ที่บ้านเห็นแทบทุกวันแต่ไม่งามเท่า...ใกล้สนามฝึกบินของกำแพงแสนค่ะ
* ขอบคุณคุณมัทณาด้วยค่ะ...ที่เข้าเพิ่มให้มากขึ้น...สวยๆ ทั้งนั้น
* เจ้าเมฆจานบินนี่หรือเปล่าคะ...ที่หลายคนคิดเห็นว่าเป็นจานบิน.....บางบ้านบ้านจานบินเยอะ(บ่อย) ค่ะ
* อิอิ
สวัสดีครับ อาจารย์มัท
ภาพเมฆสวยจังครับ น่าประทับใจมาก มีภาพใหญ่กว่านี้ไหมครับ (อยากเห็นรายละเอียด)
สวัสดีครับ อาจารย์พรรณา
แถวๆ สุพรรณนี่ท้องฟ้าน่าจะสวยดีนะครับ
ส่วนจานบินที่บินอยู่ในบ้านนี่ จะให้ดีต้องหลบครับ ไม่งั้นหัวแตกได้ ;-)
สวัสดีครับ คุณ เกษตร(อยู่)จังหวัด
เรียกซะเห็นภาพเชียว
แต่จริงๆ แล้ว เมฆคอนเทรลนี่ออกมาจากเครื่องยนต์นะครับ ไม่ใช่ก้นของเครื่องบิน....555
ภาพขนาดใหญ่ดูได้ที่นี่ค่ะ แล้วก็ที่นี่
แล้วก็ที่นี่ค่ะ : )
สวัสดีครับ อาจารย์มัท
สวยงามจริงๆ ครับ ผมกำลังค้นอยู่ว่า เมฆลายธารน้ำแข็ง นี่เรียกว่าอะไร & ที่น่าสนใจไม่น้อยกว่านั้นก็คือ เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ
สวัสดีค่ะอ.บัญชา
สวัสดีครับ คุณ คนไม่มีราก
ขอบคุณสำหรับภาพเมฆสวยๆ ที่นำมาฝากนะครับ ^__^
เฆมแบบนี้มีชื่อว่า ซีร์รัส (Cirrus) ครับ มีลักษณะเป็นเส้นๆ ยาวๆ อยู่ระดับสูงประมาณ 10 กิโลเมตร คือ ระดับเดียวกับเครื่องบิน
เนื่องจากความสูงระดับนี้อากาศจะเย็นจัด ("ยิ่งสูง ยิ่งหนาว" ในบรรยากาศชั้นล่างสุดที่ติดพื้นดิน) ทำให้องค์ประกอบของเมฆซีร์รัสเป็น "น้ำแข็ง" ครับ
ลักษณะที่เห็นเป็นเส้นๆ นั้นบ่งบอกถึงทิศทางของกระแสลมในระดับความสูงที่เมฆนี้อยู่ และกระแสลมที่แรงจะพัดให้เมฆเคลื่อนที่ไป แต่เราเห็นเมฆอยู่ค่อนข้างนิ่ง เพราะว่าเมฆอยู่สูงและไกลมากนั่นเอง
ลืมบอกไปว่า บางครั้งเมฆซีร์รัสอาจมีลักษณะคล้ายขนนก ซึ่งจะเรียกว่า เมฆขนนก ก็ได้ เดี๋ยวผมจะหาโอกาสบันทึกเรื่องนี้อีกทีครับ
สวัสดีครับ พี่ชิว นำรูปถ่ายเมฆ มาให้ชมครับ เมฆเป็นรูปตะปุ่มตะป่ำ คล้ายหินงอกหินย้อยเลยนะครับ
อ่า...อาจารย์ กวิน น้องรัก
ชักจะเริ่มทะลึ่งนิดๆแล้วรู้ไหม? ;-)
เพราะภาพที่นำมาให้ชมใน comment #14 นี้ ฝรั่งเขาเรียกว่า mammatus แปลว่า เมฆทรวงอก ครับ...อิอิ
เมฆนี้มักจะยาน เอ้ย! ห้อยอยู่ใต้ปีกบนของเมฆฝนฟ้าคะนอง (cumulonimbus) โดยสิ่งที่น่ากลัวก็คือ อาจจะมีฟ้าผ่าแบบบวก (positive lightning) อันทรงพลังออกมาจากแถวๆ เมฆแบบนี้แหละ
เอาไว้พี่จะหาโอกาสเขียนถึงในเร็ววัน...ตอนนี้ขอไปตอบในบันทึกอื่นก่อนคร้าบ
สวัสดีครับ...
ชอบเรื่องเมฆของท่านอาจารย์มากครับ จะรอบันทึกเรื่องเมฆอีกครับ...
สวัสดีครับ อาจารย์ นาย ศิลป์ชัย เทศนา
ด้วยความยินดี จะพยายามหาแง่มุมที่น่าสนใจมานำเสนออยู่เรื่อยๆ ครับ
สำหรับเรื่องแนววิทยาศาสตร์อื่นๆ อาจารย์ลองแวะไปที่นี่ก็ได้นะครับ : http://gotoknow.org/blog/science/toc
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีครับคุณ ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี
ดีจังครับที่มีคนชอบดูเมฆเพิ่มขึ้นอีก ผมว่าถ้าเราเชื่อมโยงเรื่องหนึ่งๆ กับเรื่องอื่นๆ ได้ ก็มักจะสนุกเสมอ
เพิ่งเข้ามาครั้งแรก เลยเพิ่งรู้ว่ามีคนศึกษาเมฆด้วย
ผมเองพยายามสังเกตและศึกษาเมฆมามากกว่าสิบปี แต่เนื่องจากเมฆเป็นระบบซับซ้อนมาก จึงไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าที่ควร ต่อไปคงใช้ที่นี่เป็นแหล่งศึกษาหนึ่ง
มีวิชาที่สาบสูญไปของขงเบ้ง คือ การทำนายสภาพฟ้าดินล่วงหน้า โดยอาศัยการสังเกต ลม แดด ลักษณะความชื้น และเมฆ แล้วสามารถพยากรณ์สภาพอากาศล่วงหน้าได้นานหลายๆวัน
ที่ผมพยายามทำคือ สังเกตเมฆ ทั้งชั้นต่ำ กลางสูง ดูรูปร่าง ดูขนาด ดูสี ดูทิศทางการเคลื่อนที่ แล้วพยามยามจับแบบแผนว่า ถ้าเช้าเป็นอย่างนี้ บ่ายจะเป็นอย่างไร ถ้าเย็นเป็นอย่างนี้ เช้าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร (ณ พื้นที่ของผู้สังเกต) พยายามทดสอบไปเรื่อยๆ (โดยไม่พึ่งกรมอุตุ)ผลที่ได้ตอนนี้ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าใดนัก