บันทึกชุดนี้ทั้งชุด ติดตามได้ที่นี่

ที่ผ่านมา ผมเจตนาไม่แวะไปเรื่องการแก้ไขปัญหาโลกร้อนครับ มีหลายสาเหตุครับ

  1. ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก ความคิดที่บอกว่าทำอย่างนี้ซิ แล้วหวังว่าจะแก้ไขได้ เป็นความคิดแบบที่ยังติดกับการทำข้อสอบ
  2. การเลื่อนปัญหาออกไปในอนาคต หรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้เป็นการแก้ไขอะไรเลย
  3. การแก้ปัญหาที่สาเหตุ มีโอกาสที่จะได้ผลลัพท์ตามประสงค์ที่ยั่งยืน มากกว่าการมั่วไปเรื่อยๆ เป็นครั้งคราว เหมือนไฟไหม้ฟาง

ปัญหาโลกร้อน เริ่มมาจากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศ ก๊าซเรือนกระจกเป็นก๊าซที่ประกอบด้วยอะตอมของคาร์บอน ไฮโดรเจน และ/หรือออกซิเจน ก๊าซเหล่านี้ เพิ่มปริมาณขึ้นมากมาย เนื่องจากการเผาไหม้ เปลี่ยนองค์ประกอบทางเคมีของเชื้อเพลิงให้เป็นก๊าซ เพื่อให้เราเอาพลังงานไปใช้; การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลอันได้แก่น้ำมัน และการผลิตปิโตรเคมีต่างๆ

การแก้ไขภาวะโลกร้อน พูดง่าย แต่ทำยาก ในเมื่อต้นเหตุคือก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ วิธีแก้ไขก็คือเอาก๊าซเรือนกระจกออกจากบรรยากาศ; การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทน ฯลฯ เป็นการบรรเทาปัญหาไม่ให้รุนแรงกว่าในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศลงเลย แต่ทำให้อัตราการเพิ่มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกไปในบรรยากาศน้อยลง ถึงยังไงก็ยังดีกว่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง ตั้งหน้าตั้งตาทำลายโลกต่อไป

ปลูกต้นไม้แก้โลกร้อน ต่อชีวิตตนเอง ลูกหลาน และอารยธรรมมนุษย์

เนื้อไม้ประกอบด้วยเซลลูโลส (C6H10O5)nโดยที่คาร์บอนในเซลลูโลส พืชได้มาจากกระบวนการสังเคราะห์แสงโดยดูดคาร์บอนไดอ็อกไซด์มาจากบรรยากาศ

6 CO2(g) + 12 H2O(l) + photons → C6H12O6(aq) + 6 O2(g) + 6 H2O(l)
carbon dioxide + water + light energy → glucose + oxygen + water

พืชเอาคาร์บอนไดอ็อกไซด์จากอากาศ น้ำจากราก แสงแดดจากดวงอาทิตย์ มาสร้างกลูโคส (ก่อนนำกลูโคสไปสร้างเป็นเซลลูโลส) คายออกซิเจน และน้ำออกมาทางใบ

ถ้าเผาไม้ คาร์บอนที่พืชเก็บไว้ในรูปของเซลลูโลส ก็จะถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศในอัตรา ไม้แห้ง 1 ตัน ปล่อยคาร์บอนไดอ็อกไซด์ออกมา 1.833 ตัน

ในทำนองกลับกัน การปลูกต้นไม้ที่มีน้ำหนักไม้แห้ง 1 ตัน ก็จะดูดคาร์บอนไดอ็อกไซด์จากบรรยากาศเข้าไป 1.833 ตัน

นี่เป็นที่มาของการปลูกต้นไม้สามารถนำไปเคลมคาร์บอนเครดิต (และขึ้นเงินได้) ในบันทึกโลกร้อน (2.3.1)

ปลูกต้นไม้แบบไหนดี

จะปลูกอะไรก็ดีทั้งนั้น ตราบใดที่ไม่เผา

แต่เมื่อมองอรรถประโยชน์โดยรวมแล้ว ไม้ยืนต้นที่มีน้ำหนักมาก อายุยืนยาว จะดีกว่าไม้เล็ก ไม้ล้มลุก ซึ่งมีโอกาสถูกเผาทำลายมากกว่า

อ้าปากรอก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ลอยมาเข้าปากแบบนางสวาหะ (แม่หนุมาน) ไม่เวิร์คครับ ไม่เวิร์ค