เมื่อเราทำแบบนี้ คือการนำสิ่งดี ๆ มาเล่าสู่กันฟัง ก็เหมือนเรากำลังทำความดี

เมื่อวันที่ 6 -  7 พฤษภาคม ที่ผ่านมาโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ได้จัดกิจกรรม KMDay ครั้งที่ 1 ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อการทำ KM ให้บุคลากรเกิดความตระหนักว่าเรื่อง KM ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ที่อื่นเขาก็ทำกัน แล้วก็ทำกันมานานแล้วด้วย ดังนั้นเราจึงจัดตูมเดียวให้กับบุคลากรทั้งโรงพยาบาลเลย คิดว่าครั้งแรกนี้ให้เป็น 100 % ก่อน แล้วครั้งต่อ ๆ ไปก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้อีก การจัด 100 % ทำให้เราต้องจัดขึ้นทั้งหมด 4 รุ่น ๆ ละ 3 ชั่วโมง  ไม่ต้องใช้งบประมาณใด ๆ มีกิจกรรมทั้งหมด 4 รูปแบบด้วยกัน คือ การให้ชมวีดีโอการจัดการความรู้ของโรงพยาบาลบ้านตากที่เขาเริ่มทำ KM สำเร็จตั้งแต่ปี 2548 เป็นการสร้างเจตคติให้เห็นภาพกันเป็น ๆ เลยว่า เขาทำได้ เขาทำกันอย่างไร แล้วเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นก็เป็นการบรรยายหลักการ กระบวนการทำ KM โดยเราเป็นคนบรรยายให้ เลือกเนื้อหาให้สั้น นำสิ่งที่สำคัญที่สุดมาบอก ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้น พักให้ชมนิทรรศการ โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ ส่งผลงานการจัดการความรู้ของตนเองมาร่วม ซึ่งมีแค่ 5 หน่วยงานเท่านั้น เพราะระยะเวลาจำกัด ในช่วงพัก เราก็ได้รับการอุปถัมภ์จากฝ่ายโภชนาการ ให้น้ำดื่ม ไม่มีขนมใด ๆ และให้แต่ละคนติดดาว Popular vote กับบอร์ดที่เราชื่นชอบ ตามใจตนเอง แล้วจะรวมคะแนนในรุ่นที่ 4 หลังจากพักแล้วก็เป็นการเล่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จของแต่ละหน่วยงาน ที่ส่งเรื่องมาก่อนแล้ว เป็นลักษณะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่น่าสนใจ ใน 4 รุ่นมี เรื่องที่ส่งมาเล่าทั้งหมด 17 เรื่อง เราก็แบ่ง วันละ 8 เรื่อง แสดงว่า วันหนึ่งเขาต้องเล่า 2 รุ่น และภายหลังเรื่องเล่าแต่ละเรื่องก็จะมีการสรุปความรู้ที่ได้รับ ให้ที่ประชุมทราบด้วย โดยในการจัดครั้งนี้ ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ ให้เกียรติเป็นประธานทั้ง 4 รุ่นเลย เป็นการแสดงให้บุคลากรเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ และในตอนเย็นของแต่ละวัน คือรุ่น 2 และรุ่น 4 จะมีการมอบรางวัลเป็นใบประกาศเกียรติบัตรให้กับผู้ที่นำเสนอเรื่องเล่า และนำเสนอบอร์ด ตลอดจนผู้ที่ได้รับรางวัล Popular vote ของบอร์ด และงานนี้เมื่อประเมินผล โดยภาพรวมเราพบว่า ถึงแม้คนจะไม่ได้เข้าร่วมงานทั้ง 100 % เต็ม แต่ก็ได้ถึง 81 % และเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำ KM สิ่งที่อยากกลับไปทำ ก็คือการทำ KM ในหน่วยงาน ทำให้คณะกรรมการถึงกับรู้สึกหายเหนื่อย เพราะงานนี้เราทำงานกันเป็นทีม และที่สำคัญที่สุดเลย ไม่มีงบประมาณใด ๆ ซึ่งการทำเรื่อง KM ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ใช้งบประมาณอยู่แล้ว แล้วบทเรียนที่ได้รับก็คือ ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ทำงานเป็นทีม ด้วยใจ ด้วยความรู้สึกที่ดี ๆ ต่อกัน และนำสิ่งที่ดี ๆ มาเผยแพร่ มันก็ไม่เป็นปัญหาใดเลย มีแต่ความสุข แล้วนายแพทย์เจนศักดิ์ พนิตอังกูร ประธาน KM ก็ปิดท้ายของกิจกรรมทุกรุ่นว่า เมื่อเราทำแบบนี้ คือการนำสิ่งดี ๆ มาเล่าสู่กันฟัง ก็เหมือนเรากำลังทำความดี และเมื่อทำไปแล้ว สุดท้ายมันก็คือความสุข ทำให้เราตื่นขึ้นมาแต่ละวัน รู้สึกอยากมาทำงาน ดังนั้น มาทำความดีให้กันและกันกันเถอะ  เห็นด้วยมั้ยคะ