เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้ทราบจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนส่วนกลางเกี่ยวกับ กรณีคุณวัลลภ พลอยทับทิม น่าสนใจ
เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ในฐานะปลัดกระทรวง พม.โดนไปมากพอสมควร หากศูนย์ไม่ก็คงเสียสูญเอาง่าย ๆ กว่าที่คน ๆ หนึ่งจากก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงไม่ธรรมดา คงไม่คุณงามความดีไม่น้อย
เส้นทางของคุณวัลลภ อยู่กับผู้นำหลายรัฐบาล ทำงานกระทรวงใหม่ได้ไม่ธรรมดา แน่นอนย่อมต้องเป็นที่รักและที่คลางแคลงใจบ้าง เป็นธรรมดาของคนทำงานกับคนหมู่มาก
สังคมไทยระยะหลังนี้อาศัยกระแสกันมากไป จะรักก็อาศัยกระแส จะชังกันก็อาศัยกระแส ทั้ง ๆ ที่เราหวังกันอยู่เสมอว่า สังคมอุดมปัญญา กรณีคุณวัลลภมาถึงวันนี้บ้านเมืองมีขั้นตอนก็ควรกันฟังกันไว้บ้างเถอะ ที่ผ่านมา เราใช้กระแสใช้กำลัง มากกว่าปัญญาไปไหม?
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=92974
|
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (9 มิ.ย.) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินทางเข้ามานั่งทำงานที่ห้องปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หลังถูกสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี
นายวัลลภกล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 137/2551 ให้กลับไปปฏิบัติราชการที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามเดิม โดยให้มี ผลทันที สืบเนื่องจากที่ได้ร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่า คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก.พ. พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อร้องทุกข์ฟังขึ้น จึงมีมติให้รายงานนายกรัฐมนตรี พิจารณายกเลิกคำสั่งสอบวินัยร้ายแรง และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งยกเลิกไป เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอนายกรัฐมนตรี พิจารณาลงนามในคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติราชการที่ตามเดิม
|
|
ขรก.พม.ระส่ำหวั่น 'วัลลภ' เช็คบิล หลังหวนคืนกระทรวง 'สมชาย'ยันเปล่าช่วยเพื่อนร่วมรุ่นมธ.
วันที่ 09 มิถุนายน 2551 - เวลา 20:12:38 น.
'วัลลภ' กลับนั่งเก้าอี้ปลัด พม.วันแรก หลังนายกฯเซ็นส่งตัวคืน 'สมชาย' แจงปมเลิกคำสั่งสอบวินัยร้ายแรง เหตุชุดสอบข้อเท็จจริงสรุปแค่บกพร่องต่อหน้าที่ ยันโปร่งใส ไม่ได้ช่วยเพื่อนร่วมรุ่นธรรมศาสตร์ ขรก.ระส่ำหวั่นถูกเช็คบิล เครือข่ายองค์กรสตรีลั่นเลิกสังฆกรรม พฤติกรรม-ภาพลักษณ์ไม่เคลียร์
ความคืบหน้ากรณี นายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามยกเลิกคำสั่ง เนื่องจากอนุคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) มีมติว่า เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัลลภ ได้เดินทางเข้าทำงานที่ พม.แล้วเมื่อเช้าวันที่ 9 มิถุนายน โดยเข้าไปนั่งทำงานในห้องปลัด พม. ซึ่งเป็นห้องทำงานเดิมของนายวัลลภ ก่อนจะเดินทางออกจาก พม.ไปร่วมประชุมกับ ก.พ.
นายวัลลภให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 137/2551 ให้กลับมาปฏิบัติราชการที่ พม.ตามเดิม โดยให้มีผลทันทีนับแต่วันที่ลงนาม หลังจากที่ก่อนหน้านั้น ถูกสั่งให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่ถูกร้องเรียนพฤติกรรมทุจริตและชู้สาวเป็นไปด้วยความเป็นกลางและเป็นธรรม
'ผมได้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ว่า คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และ ก.พ.พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อร้องทุกข์ฟังขึ้น นายสมชายจึงมีคำสั่งยกเลิกไป' นายวัลลภกล่าว และว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา นายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนามในคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติราชการที่ พม.ตามเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือที่นายธีรพลเสนอให้นายสมัครลงนาม ในข้อพิจารณาระบุว่า การสั่งให้นายวัลลภ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จนเป็นเหตุให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง บัดนี้ได้ยุติการสอบสวนแล้ว จึงเห็นควรให้นายวัลลภ กลับไปปฏิบัติราชการที่ พม.ตามเดิม แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงรายงานว่า พฤติการณ์นายวัลลภเป็นการบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ควรให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การกลับมาทำงานในปลัด พม.ของนายวัลลภครั้งนี้ ทำให้ข้าราชการ พม.ส่วนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่จะวิตกกังวล และเสียขวัญเนื่องจากเกรงว่าจะถูกดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง กรณีนายวัลลภถูกร้องเรียนและถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ต่อมานายวัลลภให้สัมภาษณ์อีกครั้งก่อนเข้าร่วมประชุม ก.พ.ที่มีนายสมชายเป็นประธาน กรณีรู้สึกโล่งใจหรือไม่ ที่ได้กลับไปทำงานที่ พม.ว่า ครับ ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า จะชี้แจงเรื่องเรื่องที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่ นายวัลลภกล่าวว่า จะเปิดใจหลังจากการประชุม และจะชี้แจงทุกเรื่อง แต่ภายหลังการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง นายวัลลภได้หลบผู้สื่อข่าวโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ด้านนายสมชายกล่าวว่า นายวัลลภถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อหาการทุจริต โดยมีนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานคณะกรรมการ และคณะกรรมการมีมติสรุปว่า นายวัลลภบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่ความผิดวินัยร้ายแรง แต่ต่อมาได้มีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง โดยมีนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นประธาน นายวัลลภจึงทำเรื่องอุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับการอุทธรณ์และร้องทุกข์ ที่มีนายประวีณ ณ นคร เป็นประธาน
'อ.ก.พ.พิจารณาแล้วเห็นว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงไม่ได้สรุปว่า นายวัลลภกระทำความผิดวินัยร้ายแรง แต่กลับไปตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบทางกฎหมาย และได้ส่งเรื่องมายังผม ผมจึงยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเนื่องจากได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุม กำกับ และสั่งราชการที่สำนักงาน ก.พ.' นายสมชายกล่าว และว่า ส่วนจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยนายวัลลภ ขึ้นมาใหม่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ พม. ไม่เกี่ยวกับตน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ถูกมองว่าช่วยเหลือนายวัลลภ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นายสมชายกล่าวว่า เป็นเพื่อนกัน ปฏิเสธไม่ได้ แต่ไม่หนักใจอะไร ทุกอย่างว่าไปตามเหตุผล แม้จะเป็นเพื่อน ถ้าทำผิดก็ช่วยกันไม่ได้ กฎกติกาเป็นอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้น ไม่มีลับลมคมใน โปร่งใส ไม่ช่วยใครอยู่แล้ว ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติ และไม่ห่วงว่า จะมีการนำไปขยายผลโจมตีรัฐบาล เพราะไม่ได้แทรกแซงอะไรเลย
เมื่อถามว่า จะดูแลข้าราชการ พม.ที่เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับนายวัลลภ ในกรณีที่ถูกกล่าวหาอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า เรื่องการให้ความเป็นธรรมนั้น รัฐมนตรีว่าการ พม.ต้องดูแลอยู่แล้ว หากใครคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมให้มาร้องเรียนที่ไหนก็ได้ สามารถร้องเรียนได้ไม่ต้องห่วง เอาเป็นว่า ถ้าร้องเรียนปลัดแล้วปลัดไม่รู้เรื่อง ก็มาร้องเรียนรัฐมนตรีต่อไป
ด้านนายสมัครปฏิเสธจะตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการลงนามในคำสั่งให้นายวัลลภ กลับไปเป็นปลัด พม.โดยนายสมัครเอามือไพล่หลัง และพยายามเดินเลี่ยงวงผู้สื่อข่าวไป โดยไม่ตอบคำถามใดๆ
ขณะที่ นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก หนึ่งในเครือข่ายองค์กรด้านเด็กและสตรีเพื่อติดตามตรวจสอบจริยธรรมข้าราชการระดับสูง 11 องค์กร กล่าวว่า นายสมชาย ได้โทรศัพท์ประสานมาว่า จะให้เครือข่ายเข้าพบในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จ.นนทบุรี เพื่อชี้แจงถึงเหตุผลที่ลงนามในคำสั่งยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายวัลลภ
นางทิชากล่าวด้วยว่า ได้หารือกับองค์กรที่ทำงานด้านเด็ก สตรีและครอบครัวหลายองค์กร ต่างไม่สบายใจที่ทราบว่านายวัลลภจะกลับมาทำหน้าที่ปลัด พม.อีก เนื่องสังคมยังคลางแคลงใจในเรื่องที่ถูกกล่าวหา หากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้ชัดเจน ทางองค์กรต่างๆ คงไม่สามารถร่วมทำงานกับ พม.ที่มีนายวัลลภ เป็นปลัดกระทรวงได้
ด้าน นายวันชัย บุญประชา ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า คนที่มาเป็นปลัด พม. ทำงานด้านสังคม เด็ก สตรีและครอบครัว จะต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี ทั้งเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม เป็นแบบอย่างให้กับสังคม หากปลัด พม.ยังมีภาพลักษณ์ที่ยังไม่เคลียร์ ทางเครือข่ายครอบครัวก็คงทำงานด้วยกันลำบาก เพราะไม่มีความเชื่อใจกันอีกแล้ว
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ พม. กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่กลุ่มองค์กรสตรีประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมหากนายวัลลภเป็นปลัด พม. ส่วนกรณีที่มีข้าราชการ พม.บางส่วนไม่ยอมรับนายวัลลภ ก็ไม่ทราบเช่นกัน เพราะขณะนี้ยังเหมือนเป็นคนนอก เพราะยังไม่ได้ถวายสัตย์ฯ แต่คิดว่าหากนายวัลลภ มีความผิดจริง ต้นสังกัดก็คงไม่ส่งกลับมา
เมื่อถามว่า หนังสือที่เลขาธิการนายกฯ เสนอให้นายสมัครลงนามคำสั่งให้นายวัลลภ กลับมาปฏิบัติราชการที่ พม.มีข้อพิจารณาที่ระบุว่านายวัลลภบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่จะดำเนินการอย่างไร นายชวรัตน์กล่าวว่า เมื่อเข้าทำงานจะขอดูรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง เมื่อถามว่า นายวัลลภเข้ามาทำงานที่ พม.แล้ว นายชวรัตน์ กล่าวว่า 'จริงหรือ ผมยังไม่ทราบเลย' พร้อมทั้งถามย้ำกับผู้สื่อข่าวว่า 'เขามาแล้วจริงหรือ'
http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=2232
'สมชาย'รับเป็นเพื่อน'วัลลภ'แต่ก็ตัดสินตามกติกา
อ่าน 344 คน วันที่ 09 มิถุนายน 2551 เวลา 18:29:35 น.
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ลงนามในคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่าลงนามในคำสั่งดังกล่าว เพราะเห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่พิจารณาและมีมติว่าคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายวัลลภ ซึ่งพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีลงนาม ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่นายวัลลภได้ร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งมีนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน สรุปผลการสอบสวนว่านายวัลลภบ่งพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคำนี้เท่ากับว่าผิดวินัยไม่ร้ายแรง แต่กลับมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายสมชาย กล่าวอีกว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่งให้นายวัลลภกลับสู่ตำแหน่งเดิมเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเมื่อมีการลงนามในคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงก็ไม่มีการสอบต่อไป แต่จากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงใหม่อีกหรือไม่ เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่จะต้องพิจารณา รวมถึง เรื่องการพิจารณาต่ออายุตำแหน่งปลัดพม.ให้นายวัลลภ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งครบ 4 ปีเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2551ด้วย ที่สำคัญจะต้องดุแลความเป็นธรรมให้กับข้าราชการในกระทรวงฯทุกคน และหากข้าราชการคนใดไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถร้องเรียนไปตามลำดับขั้นตอน
“ถึงผมจะเป็นเพื่อนกับนายวัลลภ ซึ่งความเป็นเพื่อนปฏิเสธไม่ได้ แต่ไม่มีอะไรหนักใจ ว่าไปตามผิดตามถูก ตามกฎกติกา ผมไม่มีลับลมคมในและโปร่งใสไม่มีช่วยใครอยู่แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกำหมาย ไม่มีเลือกปฏิบัติ ไม่ได้แทรกแซงผลสอบ เพราะผมยังไม่รู้ผลสอบเลย และไม่เกี่ยวว่าเป็นคำสั่งของรัฐบาลชุดเก่าแล้วรัฐบาลชุดใหม่จะไม่เอา แต่เป็นเรื่องกฎหมายรัฐบาลชุดไหนก็เหมือนกัน”นายสมชายกล่าว
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.พม. กล่าวว่า เมื่อเข้ามารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการจะพิจารณาและขอดูรายละเอียดในเรื่องนี้อีกครั้ง ขณะนี้ยังไม่ทราบเรื่องที่องค์กรด้านสตรี เด็กและครอบครัวจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับงานของพม.หากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงการให้นายวัลลภกลับมาเป็นปลัดพม.ได้อย่างชัดเจน ส่วนจะเกิดปัญหาแตกแยกภายในกระทรวงหรือไม่เพราะข้าราชการไม่ยอมรับนายวัลลภ ก็ไม่ทราบ ตอนนี้เหมือนเป็นคนนอก เพราะยังไม่ได้ถวายสัตย์ฯ เลยไม่รู้จะให้ความเห็นอะไร แต่คิดว่าหากนายวัลลภ มีความผิดจริง ต้นสังกัดก็คงไม่ส่งกลับมา ส่วนตัวตนคิดว่านายวัลลภไม่น่าจะมีความผิดหรือเปล่า
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=35168&catid=1