คุณสมบัติที่ต้องควบคุม
การควบคุมคุณภาพของกระดาษสำหรับนำมาทำลอนลูกฟูกส่วนใหญ่จะควบคุมค่าBasis Weight (BW), Thickness, Moisture Content, Water Drop, Concora Medium Test, Ring Crush Test
กระดาษทำลอนควรมีความสามารถในการดูดซึมน้ำได้ดี จึงไม่ควรใส่สารกันซึม เนื่องจากการใส่สารกันซึมจะมีผลต่อคุณสมบัติในการติดกาว (Starch: Water base) ในระหว่างชั้นของกระดาษ ทำให้กาวแห้งช้า มีผลทำให้การยึดติดของกาวมีประสิทธิภาพลดลงและทำให้ความแข็งแรงของแผ่นลูกฟูกลดลง
การที่กาวแห้งช้าจะทำให้ไม่สามารถเดินเครื่องทำแผ่นกระดาษลูกฟูกด้วยความเร็วสูง (Runability ลดลง) มีผลทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตลดลง
การยึดติดของกาวจะต้องคำนึงถึงเรื่องความชื้นในกระดาษ เนื่องจากความชื้นที่เหมาะสมของกระดาษควรมีค่าประมาณ 8.00% หากมากเกินไปหรือน้อยเกินไปจะมีผลกระทบต่อการยึดติดของกาว และความแข็งแรงของลอนลูกฟูก
ความสูงของลอนลูกฟูกมีส่วนเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของกล่องและคุณภาพงานพิมพ์ ลอนลูกฟูกชนิดลอน A (ความสูง ~4.80 mm.) จะมีความแข็งแรงกว่าลอน C (ความสูง ~4.2 mm.) ลอน B และ ลอน F ตามลำดับ ความแข็งแรงของกระดาษจะมีมากขึ้นตามน้ำหนักมาตรฐาน (Basis Weight) ที่สูงขึ้น
สำหรับคุณภาพงานพิมพ์ ลอน F จะมีคุณภาพและความสวยงานมากกว่าลอน B ลอน C และลอน A
สอบถามเรื่องเราสามารถเติม polymer อะไร ลงไปในกาวลูกฟูก และปริมาณมากไหมครับ เพื่อทำลูกูกแข็งแรง
ขอบคุณมากครับ
ความแข็งแรงของลอนลูกฟูกส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของกระดาษที่นำมาทำลอน กระดาษที่มีปริมาณลิกนินสูง จะทำให้ลอนลูกฟูกมีความแข็งแรงสูงตามไปด้วย แต่ก็ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น ปริมาณกาวที่ใช้ การดูดซึมน้ำจากกาวของกระดาษมากน้อยแค่ไหน ซึ่งมีผลถึงอัตราการแห้งของกาว ชนิดของกาว ปริมาณของกาว และยังมีคุณสมบัติของกระดาษที่มาเกี่ยวข้องอีก เบื้องต้นลองเลือกกระดาษที่มีค่า Ring Crush สูงๆเอาไว้ก่อน ลองดูครับ หากมีปัญหาเพิ่มเติมสอบถามได้ครับ