ราว ๑๐ น.เศษวันอาทิตย์มีรถยนต์เก๋งป้ายแปลก ๆ มาหา  ผู้เปิดประตูตามเป็นอนุวัฒน์ ๆ เป็นรุ่นน้องเคยมาทำงานที่ จ.น่านระยะก่อนปี ๒๕๓๐ เขาจากน่านไปเติบโตจนเป็นนายแบงค์กรุงไทย มาน่านวันนี้เพื่อร่วมงานแต่งงานในค่ำวันนี้กับเพื่อนนักศึกษาปริญญาโทต่างวัยชาวน่าน

เขาและผมใช้เวลาสนทนาที่บ้านพัก  ตามประสานคนเก่าคนแก่ที่คุ้นเคยกับชาวน่านในระยะก่อนปี ๒๕๓๐  เนื่องจากพวกเรามีส่วนส่งเสริมกีฬาวอลเลย์บอลในจังหวัดน่านระยะนั้นไม่น้อย  อนุวัฒน์เป็นชาวเชียงใหม่ สมัยเป็นนักเรียนจบ รร.ยุพราชแล้วไปต่อบัญชี ม.พายัพและมาทำงานที่น่าน 

กิจกรรมกีฬาทำให้พวกเราคลุกคลีกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เพราะพวกเราเป็นตัวแทนโรงเรียนกัน สำหรับผมเป็นตัวแทนรร.ปรินส์รอยฯ  และได้เป็นนักกีฬาตัวแทนจังหวัดเชียงใหม่ ไปคัดเลือกตัวแทนเขต ๕ เชียงใหม่  ในสมัยนั้นพวกยังคงได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย เมื่อมาทำงานที่น่านแน่นอนฝีมือการเล่นกีฬาเราอยู่ในลำดับต้น ๆ คัดเลือกและเป็นตัวแทนกีฬาวอลเลย์บอล จ.น่านได้ไม่ยากนัก

เมื่อพูดคุยกับคุณอนุวัฒน์ คำภีระปัญญา ช่วงหนึ่งได้พูดถึงคุณกิตติศักดิ์ ศรีทุมมา หรือชื่อเล่น กุ้ง ๆ มีพี่ชายชื่อ พี่ไก่ เป็นนักยูโด ม.ขอนแก่น และมีน้องสาวชื่อ น้องก้อย  ครอบครัว ดาบบุญ ศรีทุมมา เป็นครอบครัวที่อนุวัฒน์และผมไปมาหาสู่  เนื่องจากกุ้งเป็นครูจ้างสอนที่ รร.สตรีศรีน่าน ๆ เป็นสถานที่ฝึกซ้อมกีฬาของพวกเรา   เราไม่ลืมครอบครัวศรีทุมมา เมื่อสนทนากันได้ที่ผมจึงชักชวนไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ของกุ้งที่น้องก้อยรับท่านทั้ง ๒ มาดูแล

น้องก้อยทำงานอยู่สนามบินน่าน ส่วนพี่ไก่ทำงานอยู่ รร.มัธยมเฉลิมพระเกียรติ ส่วนกุ้งทราบจากคุณพ่อคุณแม่ว่าไปมีภรรยาชาวอุตรดิตถ์มีลูกชายเรียน ป.๓ กับภรรยา ๑ คน  การที่อนุวัฒน์ฯ มาเยือนน่านแล้วได้พบไปเยี่ยมเยือนผู้อาวุโสที่พวกเราเคยไปมาหาสู่ในอดีต  ผมคิดว่าเป็นผลดี ขณะนี้ท่านผู้อาวุโสสูงวัยต่างมีอายุ ๘๐ กว่าปีกันแล้ว มีลูกสาวและหลานชายคอยดูแล  พ่อดาบบุญและภรรยาเล่าว่า ๒ คนเรามี  ๙ ขา คือท่านและภรรยาใช้เครื่องช่วยเดิน  ตาของผู้สูงอายุไม่ดีแล้ว  พวกเราไม่เคยลืมคุณค่าและยังคงให้ความสำคัญผู้สูงวัยที่เคยไปมาหาสู่ในอดีตครับ.