การปลูก ต้นแก้วมังกร
การปลูกต้นแก้วมังกร สัมภาษณ์เมื่อ วันที่ 24
พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ผู้ให้สัมภาษณ์ ชื่อ นายสัมฤทธิ์ ภูสาหัส (
ปัจจุบัน ทำสวนแก้วมังกรและปลูกพืชผักสวนครัว ) สถานที่สัมภาษณ์
บ้านเลขที่ 72/1 บ.หนองผักก้าม ถ.เลย – เชียงคาน ต.กุดป่อง อ.เมือง
จ.เลย 42000 1. แก้วมังกรมีกี่สายพันธุ์ค่ะ และพบว่าปลูกอยู่ในจ.เลย
มีกี่พันธุ์ - แก้วมังกรมีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์สีแดง
พันธุ์สีขาว และพันธุ์สีเหลืองที่พบในจ.ปราจีนบุรี -
พันธุ์ที่พบในจ.เลยมีอยู่ 2 พันธุ์ คือ สีขาวและสีแดง 2.
มีวิธีการปลูกอย่างไรบ้างค่ะ - การเตรียมดิน ถ้าดินขาดความอุดมสมบูรณ์
ให้ผสมดิน:แกลบดำ:ปุ๋ยคอก ในอัตราส่วน 3:1:1 - เอากล้ามาลง
ใช้หลักไม้หรือเสาคอนกรีตสูง ~ 2 เมตร ฝังลึกลงไปในดิน 40 – 50 cm.
เตรียมหลุมปลูกขนาด 30x30x30 cm. ทั้ง 4 ทิศ ห่างจากเสายึดเกาะ ~ 15
cm. นำดินที่ผสมไว้มาปลูกเหมือนต้นไม้ทั่วไป - การดูแลรักษา 1.
รดน้ำสัปดาห์ละ 2 – 3 วัน 2. ใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง ควรเป็นปุ๋ยเคมีสูตร
15-15 –15 และปุ๋ยคอกสลับกันทุกเดือน 3. ศัตรูของแก้วมังกร คือ
มดคันไฟและหอยทาก
มดคันไฟนั้นจะคอยกัดยอดและดูดน้ำเลี้ยงทำให้ยอดของแก้วมังกรตาย
ควรใช้ยาพ่น เชพวิน 85 เพื่อกำจัด
หอยทากชอบดูดน้ำเลี้ยงของแก้วมังกรที่แตกมาใหม่ๆตาย
ควรใช้ยากำจัดหอยทาก - การได้ผลผลิต ปลูก 8 – 9 เดือน
จะแตกดอกและออกลูกให้เห็น ปีแรกจะมีแก้วมังกร 1 – 2 ลูก ปีที่ 2 10
ลูกขึ้นไป - การจัดเก็บ ผลเป็นสีแดง หลังดอกบานจะเหี่ยวภายใน 30
วันก็จะจัดเก็บได้ - การจัดจำหน่าย ขายก.ก.ละ 30-40 บ. ราคาขายส่ง 25
บ. 3. วิธีการที่จะช่วยให้รับประทานแก้วมังกรอร่อยควรทำอย่างไรค่ะ -
หลังจากเก็บแก้วมังกรจากต้นแล้วควรปล่อยให้ลืมต้น 2-3
วันค่อยรับประทานจึงอร่อย 4.
ทำไมพ่อถึงมีแนวคิดริเริ่มในการปลูกต้นแก้วมังกรค่ะ? -
แนวคิดในการปลูกต้นแก้วมังกรนั้น 1. สามารถทานได้ ขายได้
และดูแลไม่ยากเพราะไม่ต้องลดน้ำมากนัก 2. เป็นไม้ประดับได้
ดอกของแก้วมังกรนั้นสวย มีสีขาวดอกโต เมื่อดอกเหี่ยว
ก็มีผลที่สวยลูกสีแดง 3. เป็นผลไม้ที่ไม่ต้องใช้สารเคมี
แต่ต้องระวังเรื่องมดคันไฟโดยใช้โพลิดานหรือเซพวิน 85 โรยรอบๆโคนต้น
ในช่วงแรกๆที่แก้วมังกรยังไม่โตเท่านั้น 4. ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย
มีเส้นใยมาก ช่วยลดความดัน ช่วยให้เส้นประสาทแข็งแรงเบาหวาน
บำรุงร่างกาย ขับสารพิษและรวมถึงช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก น.ส.จีรภา ภูสาหัส เลขที่ 14
ม.5/5 ผู้สัมภาษณ์
"น้องม่อน"นักวิจัยรุ่นเยาว์ ศึกษาสีสกัดจากเปลือกแก้วมังกร
การย้อมผ้าโดยใช้สีที่สกัดจากพืชในธรรมชาติถือเป็นภูมิปัญญาของคนไทยที่มีมาช้านาน อีกทั้งยังปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนการย้อมสีด้วยสารเคมี
แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่เปลือกมีสีเข้ม สด เหมาะที่จะนำมาสกัดสีเพื่อนำไปย้อมผ้า น้องม่อน น.ส.ถนอม บวรนันทเดช นักเรียนทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ชั้นม.6 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา จึงสนใจศึกษาโดยทำเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การย้อมผ้าฝ้ายโดยใช้สีสกัดจากเปลือกแก้วมังกร เพื่อหาประสิทธิภาพของสารตัวทำละลายที่จะนำมาสกัดสีจากเปลือกแก้วมังกร หาความสามารถในการย้อมสีผ้า และหาประสิทธิภาพของสารช่วยยึดสีให้ติดกับผ้า
การทดลองเริ่มจากนำเปลือกแก้วมังกรสด 300 กรัม ปั่นให้ละเอียดแล้วแบ่งออกเป็นสามส่วน นำไปสกัดสีด้วยน้ำ เอทานอล และเฮกเซน จากนั้นนำสารละลายสีที่สกัดได้ไปทดสอบการย้อมผ้าและการติดสี ขั้นตอนสุดท้ายทดสอบการใช้สารช่วยยึดสีชนิดต่างๆ เพื่อให้สีติดผ้าคงทน ได้แก่ สารละลายของ NaCl, KAI(SO), Na CO และ BaCl
ผลการทดลองพบว่าเอทานอลเป็นตัวสกัดที่ทำให้สีที่ได้จากเปลือกแก้วมังกรมีความเข้มข้นมากที่สุด เพราะสีจากเปลือกแก้วมังกรละลายออกมาได้มากกว่าตัสกัดจากน้ำ ส่วนเฮกเซนสกัดสีไม่ได้การศึกษาและเปรียบเทียบผลจากการย้อมผ้าด้วยสารละลายสีที่สกัดจากเปลือกแก้วมังกร พบว่าผ้าฝ้ายที่ย้อมโดยสารละลายสีที่สกัดเอทานอลให้สีเข้มและสม่ำเสมอมากกว่าผ้าฝ้ายที่ย้อมโดยสารละลายสีที่สกัดจากน้ำ เนื่องจากสารละลายสีที่สกัดจากเอทานอลมีความเข้มมากกว่าสารละลายสีที่สกัดจากน้ำ แต่เมื่อนำผ้าที่ผ่านกระบวนการย้อมจากสารสกัดสีทั้งสองไปล้างผ่านน้ำพบว่าสีไม่ติดผ้า เนื่องจากโมเลกุลของผ้าและสีไม่สามารถยึดติดกันได้ โมเลกุลของสีจึงละลายหลุดไปกับน้ำ ขั้นตอนสุดท้ายศึกษาและเปรียบเทียบความคงทนของสีผ้าหลังจากการย้อมโดยใช้สารช่วยยึดสีที่ต่างกัน จากผลการทดลองพบว่า NaCl เป็นสารช่วยยึดสีที่ทำให้สีติดผ้าได้ดีที่สุดเมื่อทดสอบโดยนำผ้าที่ย้อมไปล้างผ่านน้ำ ทั้งนี้เนื่องจาก NaCl จะเข้าไปแทรกตัวอยู่ระหว่างเนื้อผ้าและอาจเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่เป็นตัวกลางจับกับผ้าและตัวสี ทำให้สีติดทนบนเนื้อผ้า ซึ่งยังต้องศึกษาในระดับโครงสร้างต่อไป
จากการทดลองนี้ เราสามารถนำเปลือกแก้วมังกรมาใช้ประโยชน์ในการย้อมผ้าได้ อีกทั้งยังเป็นการนำวัสดุเหลือใช้ มาทำให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า หรือจะนำไปใช้ทำกระดาษ ทำอินดิเคเตอร์ก็น่าสนใจเช่นกัน
น้องม่อนให้ทรรศนะถึงการเรียนวิทยาศาสตร์ว่า ชอบเรียนวิชาชีววิทยามากที่สุด เพราะเป็นวิชาที่น่าสนใจ และเป็นเรื่องใกล้ตัวเราที่สุด เป้าหมายในอนาคตคือการได้เป็นนักวิจัย คิดค้นสิ่งใหม่ๆ
ส่วนปรัชญาในการดำเนินชีวิตคือ "ตัวเองเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง
www.whitemedia.org/wma/content/view/902/6/
ปลูกทีไร ไม่มีลูกเลยครับ
ดีนะ
อยากทราบว่าดินที่สมควรปลูกแก้วมังกรต้องเป็นสภาพดินอย่างไรบ้างคะ จำเป็นต้องเป็นเฉพาะที่แถบภูเขาไม๊ แล้วสภาพดินที่ไม่อยู่ใกล้ภูเขาปลูกแล้วจะได้ผลดีไม๊คะ
จำหน่ายพันธุ์แก้วมังกร กิ่งละ 10 - 15 บาท
สนใจติดต่อ ศุภกิจ 08-1985-2591
ปลูกได้ทั้งดินร่วน ดินดำ ดินลูกรัง ไม่จำเป็นต้องอยู่เชิงเขา สภาพพื้นดินต้องไม่มีน้ำท่วมขัง แก้วมังกรเป็นพืชทนต่อสภาพแห้งแล้ง ต้องการน้ำในปริมาณที่ไม่มากนัก ช่วงออกลูกต้องการช่วงแสงปริมาณ 6 - 8 ชั่วโมง ต่อวัน จึงจะทำให้แก้วมังกรมีรสชาดดี
อยากได้แผนการสอนการปลูกแก้วมังกร มีไหมค่ะ
ถ้ามีส่งให้หน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ
อยากติดต่อผู้ผลิตต้นพันธ์แก้วมังกรถ้ามีต้นพัธ์โทฯกลับ 085 - 4620762 ด้วย