แบบบันทึกข้อมูลการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา
ชื่อ ผลงาน นวัตกรรมพัฒนานักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ชุด โยงใยใฝ่รู้
ชื่อผู้เสนอนวัตกรรม นางนฤมล ตะภูเขียว ตำแหน่งครู วิทยะฐานะครูชำนาญการ
โรงเรียนประชาสามัคคี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1
นวัตกรรมเสนอน นโยบาย สพฐ. ตามกลยุทย์ ที่ 3
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
1. เพื่อศึกษาผลการใช้ชุด โยงใยใฝ่รู้ สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6
2. เพื่อเปรียบเทียบผลการใช้ชุด โยงใยใฝ่รู้ สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ก่อน
และหลัง การสอน
3. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ ชุด โยงใยใฝ่รู้ ตามเกณฑ์ประสิทธิ์ภาพ 80/80
จากที่โรงเรียนประชาสามัคคี ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน สำหรับนักเรียนที่มีภาวะเสี่ยงทางการเรียนรู้ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งผ่านการคัดกรองด้วยเครื่องมือ คือ แบบคัดกรองบุคคลที่มีความต้องการพิเศษทางการศึกษา ประเภทที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ของกระทรวงศึกษาธิการ แบบประเมินความสามารถทางเชาวน์ปัญญาเด็กอายุ 2-15 ปี ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข แบบสำรวจปัญหาทางการเรียน ของศาสตราจารย์ ดร.ผดุง อารยะวิญญู คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แบบคัดกรองนักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้และออทิซึม ศูนย์วิจัยการศึกษาเพื่อเด็ดที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล และคณะ ผลการคัดกรองว่าเด็กทั้ง 2 คน อยู่ในภาวะเสี่ยง ซึ่งมีผมสัมฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ 42 ซึ่งถือว่าต่ำเกณฑ์ที่โรงเรียนได้ตั้งเอาไว้
ด้วยเหตุนี้ ผู้ศึกษาจึงสนใจที่จะศึกษาทดลองการสอนอ่านคำ สำหรับเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กสามารถพัฒนาการอ่านให้ดียิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพสามารถใช้ในการติดต่อสื่อสารหรือสื่อความหมายจากตัวอักษรในหนังสือที่อ่านได้ โดยใช้ ชุด โยงใยใฝ่รู้ ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางในการสอนอ่านให้กับครู ผู้ปกครอง หรือบุคคลทั่วไป ที่มีปัญหาในการสอนอ่านให้กับเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ด้านการอ่านสืบต่อไป
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนที่อยู่ในภาวะเสี่ยง ต่อการมีปัญหาทางการเรียนรู้ ด้านการอ่าน อายุ 12 ปี ที่กำลังเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2550 ภาคเรียนที่ 1 โรงเรียนประชาสามัคคี กลุ่มโรงเรียนรักษ์นาข่า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 จำนวน 2 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง
กรอบแนวคิดในการศึกษา
จากแนวคิดและทฤษฎีในการวิจัย จัดทำเป็นกรอบการศึกษาได้ดังนี้
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่ม เกสตัสท์
กล่าวว่า
การนำทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มเกสตัสท์ไปใช้ในการศึกษามีข้อแนะนำดังต่อไปนี้
ควรจัดสถานการณ์ต่างๆ รอบตัวเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความคิด เพราะทฤษฎี
ของนักจิตวิทยากลุ่มนี้จะเน้นการส่งเสริมความคิดของเด็กเป็นสำคัญ โดยใช้
กิจกรรมหลายๆชนิด เช่นนิทาน เหตุการณ์ มาใช้ในการจัดประสบการณ์เดิม
ชุดโยงใยใฝ่รู้
ความสามารถในการอ่าน จาก ชุด โยงใยใฝ่รู้
ชุดโยงใยใฝ่รู้ หมายถึง นวัตกรรมที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นร่วมกับคณะครูโรงเรียนประชาสามัคคี เพื่อใช้ฝึกความสามารถในการอ่านคำโดยใช้ภาพช่วยในการอ่านคำ ซึ่งเป็นคำที่นักเรียนใช้ในชีวิตประจำวัน คำที่นักเรียนใช้บ่อย และเป็นคำที่ใกล้ตัวนักเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6 ที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ มีความสามารถในการอ่านคำ โดยภายในชุดโยงใยใฝ่รู้ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 โยงใยเรื่องราว ขั้นตอนที่ 2 โยงใยหาเสียง ขั้นตอนที่ 3 โยงใยหาคำตอบ และขั้นตอนที่ 4 เขียนอ่านเป็นคำจำให้แม่น
กระบวนการ 4 ขั้นตอน ดังนี้
1 ขั้นตอนโยงใยเรื่องราว 10 ชุด คือ การอ่านคำโดยใช้ภาพ ช่วยในการอ่านคำ โดยมีเชือกซึ่งติดอยู่กับภาพโยงไปหาคำอ่าน โดยเชือกที่นำมาโยงจะมีความยาวเท่ากับภาพและคำอ่านพอดี
2 ขั้นตอนโยงใยหาเสียง 10 ชุด คือ การอ่านคำโดยใช้ภาพมาช่วย ซึ่งขั้นตอนนี้ผู้ศึกษาได้ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนมาช่วย ในการออกเสียง จากภาพที่นักเรียนโยงไปหาคำอ่านที่ถูกต้อง
3 ขั้นตอนโยงใยหาคำตอบ 10 ชุด คือ การทดสอบโยงรูปภาพไปหาคำอ่านที่ถูกต้องเป็นฝึกปฏิบัติ ฝึกซ้ำยำทวน
4 ขั้นตอนเขียนอ่านเป็นคำจำให้แม่น 10 ชุด คือ แบบประเมินฝึกปฏิบัติโดยให้นักเรียน อ่านและเขียนได้ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 1 โยงใยเรื่องราว
ขั้นตอนที่ 2 โยงใยหาเสียง
ขั้นตอนที่ 3 โยงใยหาคำตอบ
ขั้นตอนที่ 4 โยงเส้นเขียนอ่านเป็นคำ จำให้แม่น
ผลการพัฒนานวัตกรรม ชุดโยงใยใฝ่รู้
1. ผลการศึกษาการใช้ ชุด โยงใยใฝ่รู้ ของนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประชาสามัคคี ปรากฏตารางที่ 1
ตาราง 1 การศึกษาผลการใช้ ชุด โยงใยใฝ่รู้ ของนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประชาสามัคคี
|
ลำดับที่ |
ชื่อ - สกุล |
หลังการทดลอง |
ระดับ |
||
|
อ่านออกเสียง (100 ) |
เข้าใจความหมาย ( 100 ) |
คะแนนรวม ( 200 ) |
|||
|
1 |
เด็กหญิงวาสนา ลีเอาะ |
90 |
95 |
185 |
ดี |
|
2 |
เด็กหญิงพัชรา แก้วแก่น |
95 |
95 |
190 |
ดี |
จากตารางพบว่าหลังการสอนทดลองความสามารถในการอ่านคำของเด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้ โดยมีคะแนนรวม 190 คะแนน ซึ่งแบ่งออกเป็นคะแนนการอ่านออกเสียง 95 คะแนนและคะแนน ความเข้าใจความหมายของคำมีคะแนน 95 คะแนน
ผลการวิเคราะห์ความสามารถในการอ่านคำหลังการทดลอง ของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ด้านการอ่านจากการสอนอ่านเป็นคำ มีความสามารถในการอ่านคำอยู่ในระดับดี
2. ผลการศึกษาเปรียบเทียบในการอ่านคำของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ก่อนและหลังได้รับสอนอ่านเป็นคำโดย ชุดโยงใยใฝ่รู้ รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 2
ตาราง 2 การเปรียบเทียบผลการใช้ ชุดโยงใยใฝ่รู้ ในการอ่านคำ ของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ก่อนและหลังได้รับวิธีการสอนอ่านเป็นคำ
|
ที่ |
ชื่อ - สกุล |
คะแนน/ร้อยละ |
ผลต่าง ของคะแนน ร้อยละ |
หมายเหตุ
|
|
|
ก่อน สอน |
หลัง สอน |
||||
|
1 |
เด็กหญิงวาสนา ลีเอาะ |
95 (47.5) |
185 (92.5) |
90 ( 45 ) |
|
|
2 |
เด็กหญิงพัชรา แก้วแก่น |
85 ( 42.5 ) |
190 ( 95 ) |
105 ( 52.50 ) |
|
จากตารางพบว่าความสามารถในการอ่านคำของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ที่ได้รับการสอน ชุดโยงใยใฝ่รู้ การสอนเป็นคำ ก่อนและหลังการทดลองแตกต่างกัน โดยหลังการสอนเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้มีความสามารถในการอ่านคำสูงกว่าก่อนการทดลอง
3. ผลการศึกษาประสิทธิภาพของ ชุด โยงใยใฝ่รู้ ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80
ตาราง 3 การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการสอนอ่านเป็นคำ ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80
|
ที่ |
ชื่อ-สกุล |
คะแนนระหว่างเรียน ( คะแนนเต็ม 20 คะแนน) |
คะแนนความสามารถอ่านคำหลังเรียน คะแนนเต็ม 200 |
||||||||||
|
1
|
2
|
3
|
4
|
5
|
6
|
7
|
8 |
9
|
10
|
คะแนน |
ร้อยละ |
||
|
1 |
ด.ญ.วาสนา ลีเอาะ |
16 |
15 |
16 |
18 |
17 |
15 |
16 |
17 |
18 |
19 |
173 |
86.5 |
|
2 |
ด.ญ.พัชรา แก้วแก่น |
15 |
17 |
18 |
19 |
18 |
18 |
19 |
17 |
19 |
18 |
183 |
91.5 |
จากตารางพบว่าความสามารถในการอ่านคำของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ จากการสอนอ่านเป็นคำระหว่างเรียน มีคะแนน 183 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 91.5 และความสามารถอ่านคำหลังเรียน การหาประสิทธิภาพของการสอนอ่านเป็นคำ มีค่าประสิทธิภาพ เท่ากับ 91.5 / 86.5
จากผลการศึกษา ชุดโยงใยใฝ่รู้ ของนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประชาสามัคคี ประสิทธิภาพของ ชุด โยงใยใฝ่รู้ อ่านเป็นคำ มีค่าประสิทธิภาพ
ร้อยละ 91.5 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และ เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ด้านการอ่านคำ ที่ได้รับการสอนอ่านเป็นคำ มีความสามารถอ่านคำอยู่ในระดับดี โดยมีความสามารถในการอ่านคำ หลังการสอนอ่านคำสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่า การสอนอ่านคำด้วย ชุด โยงใยใฝ่รู้ ช่วยให้เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ในด้านอ่านคำมีความสามารถในการอ่านคำสูงขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ วิธีการสอนอ่านคำมีขั้นตอนในการสอนง่ายไปหายาก มีการนำเข้าสู่บทเรียน สิ่งที่ใกล้ตัวนักเรียน มีเกม ฝึกปฏิบัติ ค้นหาคำตอบด้วยตนเอง แบบฝึกปฏิบัติช่วยให้นักเรียนได้พบเห็นคำและได้ฝึกฝนบ่อยๆ ฝึกซ้ำย้ำทวน ในคำอ่านนั้นๆ
จุดเด่น นวัตกรรมชุดโยงใยใฝ่รู้ เป็นนวัตกรรมที่ฝึกปฏิบัตินักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ซึ่งนวัตกรรมนักเรียนจะต้องฝึกปฏิบัติตัวตนเอง กระบวนการฝึกจะเริ่มจากคำที่ใกล้ตัว
นวัตกรรมดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นเกมการศึกษาง่ายๆ หรือเป็นสื่อผสม
ขอความอนุเคราะห์เผยแพร่นวัตกรรม ชุดโยงใยใฝ่รู้ เพื่อนำมาใช้กับนักเรียนพิเศษที่โรงเรียนบ้านเขาบายศรี หมู่ 5 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20180 โทร.08-0097-6638 หรือส่งทาง e-mail ขอบคุณมากค่ะ
1. ขอความอนุเคราะห์ช่วยเผยแพร่ตัวอย่างนวัตกรรมชุด โยงใยใฝ่รู้ ด้วยค่ะ
2. นวัตกรรมเยอะและหลากหลายดีจังเลยค่ะ
3. และไม่แน่ใจว่าการหาค่าประสิทธิภาพของชุดการ โยงใยฯ ที่มีค่าประสิทธิภาพ
เท่ากับ 91.5 / 86.5 จากตาราง 3 คือ คะแนนร้อยละของ นร. 2 คนใช่หรือไม่ คิดว่าการหาค่าประสิทธิภาพคือการนำคะแนนระหว่างฝึกของแบบฝึกแต่ละชุดมารวมกันคิดเป้นค่าร้อยละและคะแนนหลังทดลองคิดเป้นร้อยละ ใช่หรือไม่
มาเยี่ยมชมครับ พยายามต่อไปครับ
ดีเยี่ยม
ได้อ่านงานวิจัยแล้วขอแสดงความชื่นชมในการทำงานมากๆ เลยค่ะ ที่โรงเรียนก็มีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้เช่นเดียวกัน ถ้าหากไม่เป็นการรบกวนขอความอนุเคราะห์ช่วยเผยแพร่ตัวอย่างนวัตกรรมชุด โยงใยใฝ่รู้ เพื่อจะนำไปใช้กับกลุ่มนักเรียน LD ด้วยนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ (ส่งมาที่ [email protected] )