เด็กขาดภูมิคุ้มกันทางจิตใจ เราน่าจะโทษใครกันแน่

ทุกวันนี้ความเจริญทางด้านวัตถุพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว  อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่สร้างความหรูหราให้กับชีวิต ถูกแข่งขันกันสร้างขึ้นมาเพื่อเรียกเงินจากผู้บริโภคอย่างไม่มีวันหยุดหย่อน ยั่วกระแสความต้องการในจิตใจของผู้คนให้ดิ้นรนใฝ่หามาครอบครอง วันเวลาของผู้คนจึงถูกใช้ไปกับการทำงานนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ หลาย ๆ ครอบครัวทิ้งเด็กให้อยู่บ้านตามลำพัง  ทีวีและคอมพิวเตอร์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญกับชีวิตของเด็กเพื่อคลายความเหงาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เด็กที่อยู่บ้านจะใช้เวลาอยู่หน้าจอทีวีหรือจอคอมพิวเตอร์จนเป็นนิสัย  พ่อแม่อาจจะดีใจที่ลูกไม่ไปเที่ยวแตร่ ไม่ไปเล่นกับเพื่อน  เด็กเหล่านี้ดูเหมือนไม่เกเร แต่จะมีความว้าเหว่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจที่ไม่ได้แสดงออกมาให้ผู้คนรอบข้างได้รับรู้  อาจพูดได้ว่าเด็กเหล่านี้ขาดภูมิคุ้มกันทางจิตใจ  ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เขาผิดหวังหรือมีปัญหาชีวิตที่หนักหน่วงสำหรับเขา เขาจะรู้สึกทุกข์มาก ๆ ไม่สามารถหาทางออกที่ดีให้กับตนเองได้  บางคนอาจตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการจบชีวิตตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง

เด็กบางกลุ่มอาจแก้ปัญหาความเหงา ความว้าเหว่ของตนเองด้วยการออกจากบ้าน ไปเข้ากลุ่มกับเพื่อน แล้วชวนกันเกเรออกนอกลู่นอกทาง ถ้าเราสังเกตข่าวที่วัยรุ่นสร้างปัญหา จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นในจังหวัดที่เป็นแดนโรงงาน พ่อแม่ทำงานโรงงานทิ้งลูกให้อยู่บ้านตามลำพัง ... แล้วเราจะโทษใครกันแน่ ... ถึงเวลาหรือยังที่เราจะหันมาดูแลจิตใจของเด็ก ๆ กันบ้าง ... เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม