สวัสดีใครต่อใคร
หลังจากกลับจากนครนายกมาถึงบ้านเช้าวันอาทิตย์นี้ เย็นนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีในการบันทึกผ่าน blog กะเขาบ้าง หลังจากเคยอ่านของคนอื่น เคยรู้สึกกันบ้างไหมว่าอยากค้นหาคำตอบอยู่เรื่อยๆ (คนอายุ 40 up)ชุดประสบการณ์ที่มีมาเดิมยังไม่สามารถใช้ได้ เราก็เป็นคนหนึ่งในนั้นมีอาการนี้มาเรื่อยๆได้สัก 2-3 ปี ก็ไปสมัครเรียนรู้ที่โน่นนี่เรื่อยๆ ที่ชอบใจมากก็ไปอบรมวิจัยคุณภาพกับชมรมพยาบาลชุมชน เรียนรู้ไดอะล็อค มันรู้สึกว่าทำให้ชีวิตงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันไม่ขาดสีสันจนเกินไป ก่อนไปนครนายกก็ค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเฝ้าระวังโรคในการทำงานภาคเกษตรกรรม เพราะคิดจะทำโครงการกับชาวบ้าน ข้มมูลที่ค้นได้ทำให้เรารู้สึกว่าเกษตรกรที่เรียกได้ว่าเป็นอาชีพหลักของชาวไทย ทำงานก็ลำบากแล้ว ค่ายาค่าปุ๋ยก็แพง แถมขายข้าวได้ราคาถูก ไหนจะตายผ่อนส่งจากสารเคมีต่างๆที่คนภาครัฐโฆษณาชวนเชื่อให้ใช้ และท่าทางการทำงานที่ทำให้เสียสมดุลของรางกาย แต่สวัสดิการที่ภาครัฐมาดูแลอย่างเป็นรูปธรรมมีน้อยนิดมาก แตเราด็ชื่อหน่วยงานภาคเกษตรมีเยอะมาก สงสารเกษตรกรไหย เอาเป็นว่ามีใครทำวิจัยหรือโครงการที่ส่งเสริมสุขภาพหรือเฝ้าระวังโรคให้กับเกษตรกร ก็มาแลกเปลี่ยนกันบ้างนะ
เขียนครั้งแรกก็เรื่อยเปือยอยู่ แต่อยากบอกว่า ดีใจจังมีblog เป็นของตนเอง
ใช่ค่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ ชาวนาไทยเจอยาสารพัด ตั้งแต่ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงสารพัด เค้าเคยเล่าให้ฟังว่า กว่าจะมาเป็นข้าวให้เรากิน เค้าต้องใช้ยา 6 ครั้ง แล้วมันจะไม่สะสมในตัวคนทำได้ไง เราคนกินก็เหมือนกัน