ผมเป็นหมอที่หงุดหงิดง่ายและใจร้อนคนหนึ่งเลยละครับ โดยเฉพาะเวลาที่คนไข้เยอะๆ ต้องรีบตรวจ หรือไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมสักเท่าไหร่ เช่น หิวข้าว อดนอน ต้องเตรียมประชุม ทั้งที่เรียนมาทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ต้องดูแลคนไข้แบบเป็นองค์รวม เวลาทำไม่ได้ก็ยิ่งโกรธตัวเอง
การที่เร่งรีบก็อาจจะก่อให้เกิดข้อผิดพลาดในการรักษาตามมาและที่สำคัญก็คือ เป็นการทำร้ายตัวเองทางหนึ่ง แม้ว่าบางครั้งจะตรวจคนไข้เสร็จทันก่อนเวลา แต่ก็รู้สึกว่าเหนื่อยเหมือนไปวิ่งรอบสนามฟุตบอลมา
แล้วจะทำอย่างไร
หลายๆท่านคงจะมีคำตอบที่อาจจะพอช่วยเหลือผมได้อยู่ในใจ
สำหรับผม ผมลองมาหลายวิธีมาแล้ว ค้นหา อ่านหนังสือ แต่มีเล่มหนึ่งที่รู้สึกโดนใจ และมักจะหยิบมาอ่านอยู่เรื่อยๆ เวลาที่ผมรู้สึกว่าสูญเสียความเป็นมนุษย์ไป และปล่อยให้ชีวิตหมุนไปกับกระแสแห่งความรีบเร่ง
FISH TALES !
คอหนังสือ คงจะพอคุ้นๆกันบ้าง หนังสือเล่มนี้ จะพูดถึงหลักการที่ถอดมาจากการสังเกตพ่อค้าขายปลาที่ตลาดไพค์เพลซในซีแอตเติ้ล ที่งานแสนจะหนักหนา แต่ว่า พวกเขายังสามารถทำงานได้อย่างมีชีวิตชีวาได้
Be there อยู่ตรงนั้น
Play เล่นเป็นงาน
Make their day สร้างสรรค์วันดี
choose your attitude เลือกทัศนคติ
ผมนำไปใช้ยังไงบ้าง
- Be there อยู่ตรงนั้น คือ พยายามอยู่กับปัจจุบันให้ได้มากที่สุด ให้ความสำคัญกับบุคคลที่อยู่ตรงหน้าให้มากที่สุด ไม่ว่าข้างนอกห้องตรวจจะเป็นอย่างไร หรือว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น อยู่ตรงนั้นอย่างใส่ใจซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก บางครั้งเราตรวจไปอย่างรีบเร่ง ด้วยใจที่คิดถึงงานที่อยู่ในอนาคต หรือหวนระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต อันนี้ตรงกับพระพุทธศาสนา เหมือนที่ท่านติช นัท ฮันห์ กล่าวว่า " ถ้าคุณไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน เวลามองคุณก็จะไม่เห็น ฟังแต่ว่าจะไม่ได้ยิน กินแต่จะไม่ได้ลิ้มรส"
- Play เล่นให้เป็นงาน มีอารมณ์ขัน หัวเราะ คงไม่มีผู้ป่วยคนไหนที่อยากเห็นคุณหมอของเขาเคร่งเครียดไปเสียทุกเรื่อง การมีอารมณ์ขัน และเสียงหัวเราะ ช่วยทำให้ตัวเราเปิดรับสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น คนไข้ก็เช่นเดียวกัน เปิดรับสิ่งต่างๆที่เราพยายามมอบให้ ไม่ว่าความห่วงใย ความปรารถนาดี เมื่อใจเปิดรับ ผู้ป่วยก็จะรับฟังเราได้มากขึ้น ส่วนตัว ผมเป็นคนขี้เล่นมากๆ แต่บางครั้งก็ลืมมันเข้าไปในห้องตรวจด้วย
- Make their day สร้างสรรค์วันดี ในชีวิตของคนเรา การพบและจากกันเป็นสิ่งที่ธรรมดา บางคนพบกันแล้วไม่เคยเจอกันอีกเลย หมอกับคนไข้ก็เช่นกัน การพบกันนั้นมันอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตหมอกับคนไข้ไปตลอดกาล การที่ทำให้วันนี้ของคนไข้เป็นวันพิเศษ ให้ผู้ป่วยได้ยิ้ม มีส่วนร่วมและมีความภาคภูมิใจ
- Choose your attitude เลือกทัศนคติของคุณ อันนี้สำคัญที่สุด เราเลือกได้ ใครๆคงไม่อยากเป็นที่รองรับอารมณ์ของใครๆหรอกนะ แม้ว่าวันนี้ อาจไม่ได้ทานข้าวมา นอนไม่พอ หรืออารมณ์ไม่ดี แต่เราเลือกได้ว่า จะยิ้มหรือว่าหน้าตาบูดบึ้ง ถ้ามีสติล่วงรู้ทัน ก็จะไม่ตกสู่ร่องความคิดแบบเดิมๆ จะรู้ว่าเราสามารถเลือกได้เสมอว่าจะแสดงปฏิกิริยากับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร
ถ้าสนใจ ลองหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านดูนะครับ
สวัสดีครับ
ยินดีที่ได้รู้จักหมอ FM ครับ ผมชอบวิธีคิดแบบนี้ครับขอนำไปใช้บ้าง
ผมเองใช้คติใกล้เคียงกันคือ "ทำอย่างไรให้ตรวจคนไข้ ให้เรามีความสุข" เป็นโจทย์ใหม่ นิยามความสุขคือ อยู่กับปัจจุบัน ตรวจคนไข้คือความสุข ความสุขคือตรวจคนไข้
น้อยคนในโลกนี้จะมีโอกาสดี ๆ แบบเรา ที่มีคนยอมเล่าเรื่องราวทุกเรื่องโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
อาจารย์คะ
หนูรู้สึกเลยค่ะว่า
พออยู่ปี6
ความเป็นมนุษย์เริ่มหายไป
เริ่มมีความชินชา ไม่ค่อยอยากเจอหน้าญาติ ทั้งๆที่มันสำคัญมาก
จนต้องหาหนังสือมาอ่าน
และก็รู้สึกว่า เมื่อก่อนตอนเด็กๆเคยไม่ชอบหมอที่ดุ ไม่สนใจคนไข้
แต่ตัวเองกลับเริ่มเป็น
จนต้องหันมาเตือนตัวเองค่ะ
น้องๆปี 4 เพิ่งขึ้น ยังมีอุดมการณ์
บาง
ครั้งก็ลองไม่ใส่ชุดexternไปนั่งตรงที่นั่ง
ได้ฟังญาติๆพูดถึงหมอค่ะ
ก็เลยคิดว่า มันอยู่ที่ว่าเราจะเตือนตัวเราเองได้มากแค่ไหน
ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ
แต่ถ้าเมื่อไร caseมามากมายอีก
ในใจก็คิดว่า พระเจ้า ทำไมมีแต่คนป่วยยยยมากมายขนาดนี้
อยากมีเวลา ได้คุยได้ดูจริงๆ แต่ก็งานเข้าตลอด จนบางทีก็คิดว่า
ฉันมาทำอะไรที่นี่
นึกถึงสมัยเป็น นศพ.แล้วเราถูกปลูกฝังเรื่องพวกนี้น้อยมากครับ มองกลับไปมีแต่ความเร่งรีบ